SWOT แล้วไงต่อ?ที่นี่มีคำตอบ

SWOT แล้วไงต่อ?ที่นี่มีคำตอบ

มีผู้บริหารหลายคน ถูกพร่ำสอนว่า ต้องทำ SWOT หรือ วิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็งขององค์กรตัวเอง…. บลาๆๆ …. ประเด็นคือ หลังจากได้จุดอ่อนจุดแข็งของตัวเองแล้วทำไงต่อ? ไปไม่เป็นอะดิ…


สวัสดีครับทุกท่าน ผม อ.นเรศ หรือ อ.โจ้ จินตกวี ตามที่ได้สัญญากันไว้ว่า จะอัพเดทบทความใหม่ทุกวัน วันนี้ ผมก็อยากจะมาช่วยไขปัญหาที่ว่า ทำ SWOT แล้วไงต่อ?

นั่นดิ แล้วไงต่อ?

  • รู้จุดแข็งตัวเอง แล้วไงต่อ?
  • รู้จุดอ่อนตัวเอง แล้วไงต่อ?
  • รู้โอกาส แล้วไงต่อ?
  • รู้อุปสรรค แล้วไงต่อ?

หลายคนมักจะไปไม่เป็น ทั้งๆที่คำตอบที่ง่ายที่สุด ต้องย้อนกลับไปที่ คำถามที่ว่า “ทำไมต้องทำ SWOT ?”

ถูกต้องแล้วครับ ถ้าเรารู้เหตุผลของการทำ SWOT เราก็จะรู้ขั้นตอนต่อไป

เอาเหอะ ถึงใครจะรู้แล้ว หรือ รู้บ้างเล็กน้อย ก็ไม่เป็นไร เพราะวันนี้ ผมจะมาเปิดเผยว่า ขั้นตอนต่อไปหลังจากทำ SWOT แล้ว มันคืออะไร?

คำตอบ ก็คือ การนำผลจากการ SWOT ไปกำหนดกลยุทธ์ ซึ่งมีชื่อว่า TOWS นั่นเอง

tows-metrix

ถูกต้องแล้วครับ เมื่อวิเคราะห์ตัวเอง ทั้งภายในและภายนอกแล้ว ขั้นต่อมาท่านต้อง นำเอาผลที่ได้ มาสร้างเป็น กลยุทธ์ ซึ่งมีอยู่ 4 รูปแบบด้วยกัน ไปเรียนรู้กันเลยครับ

TOWS Matrix  

TOWS เป็นการวิเคราะห์ปัจจัยของเครื่องมือทางธุรกิจที่สุดคลาสสิค ด้วยเครื่องมือ SWOT และTOWSเป็นตัวย่อของปัจจัยสำหรับการเตรียมการที่จะวิเคราะห์ความแตกต่างกันของจุดแข็ง  จุดอ่อน  โอกาส และภัยคุกคาม 

TOWS หรือ SWOT Analysis ช่วยให้คุณได้เข้าใจเกี่ยวกับวิธีการเลือกเชิงกลยุทธ์ที่ต้องเจอ  

(“กลยุทธ์” เป็นศิลปะของการกำหนดวิธีการที่คุณจะ“ชนะ”ในธุรกิจ หรือ ในชีวิตจริง)

SWOT Analysis และ TOWS ต่างกันอย่างไร 

การวิเคราะห์แบบ SWOT เป็นการมองโดย ใช้ตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง ซึ่งบางครั้งดูว่าอาจจะเป็นการมองแบบเข้าข้างตัวเองไปหน่อย

เหมือนกับเรากำหนดเอาเองว่า เรื่องใดเป็นจุดแข็งของเรา แล้วจึงนำมาสู่ขั้นตอนการวางแผนกลยุทธ์

แต่การมองแบบ TOWS เป็นการวิเคราะห์โดย มองจากคนภายนอกเข้ามาหาเรา

เป็นการสำรวจถามความคิดเห็นจากคนอื่นๆ เช่น อาจจะเป็นการสำรวจความต้องการของลูกค้าว่า เขามีความคาดหวังอะไรจากองค์กรของเรา แล้วจึงนำความคาดหวังที่ลูกค้าต้องการนั้นมาวางแผนเป็นกลยุทธ์ ซึ่งดูแล้วน่าจะเป็นวิธีการที่โดนใจลูกค้าได้มากกว่าและเชื่อกันว่าน่าจะใช้ ได้ดีกว่า SWOT

ขั้นตอนและวิธีการจัดทำ TOWS Matrix 

วิธีการจัดทำ TOWS Matrix เป็นการจัดทำตาราง 9 ช่อง คือปัจจัยหลักสำคัญ 4 ช่อง ช่องกลยุทธ์ 4 ช่องกับอีก 1 ช่อง บอกที่มาของปัจจัยว่าเป็นปัจจัยภายนอกหรือปัจจัยภายใน

ช่องกลยุทธ์ 4 ช่อง ให้ชื่อว่ากลยุทธ์ SO กลยุทธ์ WO กลยุทธ์ ST และกลยุทธ์ WT ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังจากการใส่ปัจจัยหลักสำคัญทั้ง 4 ช่องแล้ว
1. เขียนปัจจัยภายนอกที่เป็น โอกาส (O) ที่สำคัญที่สุดของบริษัท หรือ หน่วยธุรกิจ
2. เขียนปัจจัยภายนอกที่เป็น อุปสรรค (T) ที่สำคัญที่สุดของบริษัท หรือ หน่วยธุรกิจกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันหรืออนาคต 
3. เขียนปัจจัยภายในที่เป็น จุดแข็ง (S) ที่สำคัญที่สุดของบริษัท หรือ หน่วยธุรกิจ 
4. เขียนปัจจัยภายในที่เป็น จุดอ่อน (W) ที่สำคัญที่สุดของบริษัท หรือ หน่วยธุรกิจ 
5.จับคู่ จุดแข็งภายใน (S) กับ โอกาสภายนอก (O) เพื่อรวมตัวเป็น กลยุทธ์ SO 
6. จับคู่ จุดอ่อนภายใน (w) กับ โอกาสภายนอก (O) เพื่อรวมตัวเป็น กลยุทธ์ wO 
7. จับคู่ จุดแข็งภายใน (S) กับ อุปสรรค (T) เพื่อรวมตัวเป็น กลยุทธ์ ST 
8. จับคู่ จุดอ่อนภายใน (W) กับ อุปสรรค (T) เพื่อรวมตัวเป็น กลยุทธ์ WT

         
     หลังจากที่มีการประเมินสภาพแวดล้อมโดยการวิเคราะห์ให้เห็นถึงจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และข้อจำกัดแล้ว   ก็จะนำมาข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์ในรูปแบบความสัมพันธ์แบบแมตริกซ์โดยใช้ตารางที่เรียกว่า TOWS Matrix    เป็นตารางการวิเคราะห์ที่นำข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และข้อจำกัด มาวิเคราะห์เพื่อกำหนดออกมาเป็นยุทธศาสตร์หรือกยุทธ์ประเภทต่าง ๆ 

ในการนำเทคนิคที่เรียกว่า TOWS Matrix มาใช้ในการวิเคราะห์เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ และกลยุทธ์นั้น

จะมีขั้นตอนการดำเนินการที่สำคัญ 2 ขั้นตอน ดังนี้

  1. การระบุจุดแข็งจุดอ่อนโอกาส และข้อจำกัด โดยที่การประเมินสภาพแวดล้อมที่เป็น  การระบุให้เห็นถึงจุดแข็งและจุดอ่อนจะเป็นการประเมินภายในองค์การ ส่วนการประเมินสภาพแวดล้อมที่เป็นโอกาสและข้อจำกัดจะเป็นการประเมินภายนอกองค์การ  กล่าวได้ว่า ประสิทธิผลของการกำหนดกลยุทธ์ที่ใช้เทคนิค TOWS Matrix นี้จะขึ้นอยู่กับความสามารถในการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และข้อจำกัด ที่ละเอียดในทุกแง่มุม เพราะถ้าวิเคราะห์ไม่ละเอียดหรือมองไม่ทุกแง่มุม จะส่งผลทำให้การกำหนดกลยุทธ์ที่ออกมาจะขาดความแหลมคม
  2. การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างจุดแข็งกับโอกาสจุดแข็งกับข้อจำกัดจุดอ่อนกับโอกาส และจุดอ่อนกับข้อจำกัด ซึ่งผลของการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ในข้อมูลแต่ละคู่ดังกล่าว ทำให้เกิดยุทธ์ศาสตร์หรือกลยุทธ์สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท คือ

1).กลยุทธ์เชิงรุก (SO Strategy) 

ได้ มาจากการนำข้อมูลการประเมินสภาพแวดล้อมที่เป็นจุดแข็งและโอกาสมาพิจารณาร่วม กัน เพื่อที่จะนำมากำหนดเป็นยุทธ์ศาสตร์หรือกลยุทธ์ในเชิงรุก ตัวอย่าง กรมธนารักษ์ มีจุดแข็ง คือ ความสามารถในการผลิตเหรียญ และมีโรงกษาปณ์ที่ทันสมัย มีโอกาส คือ สามารถหารายได้จากการผลิตเหรียญได้ ทั้งหมดสามารถนำมากำหนดยุทธศาสตร์ในเชิงรุก คือ ยุทธศาสตร์การรับจ้างผลิตเหรียญทุกประเภททั้งในและต่างประเทศ  

2) กลยุทธ์เชิงป้องกัน (ST Strategy)

ได้มาจากการนำข้อมูลการประเมินสภาพแวดล้อมที่เป็นจุดแข็งและข้อจำกัดมาพิจารณา ร่วมกัน เพื่อที่จะนำมากำหนดเป็นยุทธ์ศาสตร์หรือกลยุทธ์ในเชิงป้องกัน ทั้งนี้เนื่องจากองค์การมีจุดแข็ง ขณะเดียวกันองค์การก็เจอกับสภาพแวดล้อมที่เป็นข้อจำกัดจากภายนอกที่องค์การควบคุมไม่ได้ แต่ องค์การสามารถใช้จุดแข็งที่มีอยู่ในการป้องกันข้อจำกัดที่มาจากภายนอกได้ ตัวอย่าง มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มีจุดแข็ง คือ เป็นมหาวิทยาลัยที่เปิดโอกาสการศึกษาให้แก่ประชาชนทั่วประเทศ ขณะ เดียวกันมีข้อจำกัด คือ งบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐมีไม่เพียงพอที่จะสามารถจัดตั้งหน่วย งานของตนเองอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศได้     ทั้งหมดสามารถนำมากำหนดยุทธศาสตร์เชิงป้องกัน คือ ยุทธศาสตร์การสร้างความร่วมมือกับโรงเรียนในพื้นที่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ

3) กลยุทธ์เชิงแก้ไข (WO Strategy)

 ได้มาจากการนำข้อมูลการประเมินสภาพแวดล้อมที่เป็นจุดอ่อนและโอกาสมาพิจารณาร่วม กัน เพื่อที่จะนำมากำหนดเป็นยุทธ์ศาสตร์หรือกลยุทธ์ในเชิงแก้ไข ทั้งนี้เนื่องจากองค์การมีโอกาสที่จะนำแนวคิดหรือวิธีใหม่ ๆ มาใช้ในการแก้ไขจุดอ่อนที่องค์การมีอยู่ได้ ตัวอย่าง ระบบราชการมักมีจุดอ่อน คือ มีขั้นตอนการทำงานที่ยาว ใช้เวลามาก ขณะเดียวกันก็มีโอกาส คือ โอกาสของการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ ทั้ง หมดสามารถนำมากำหนดยุทธศาสตร์เชิงแก้ไข คือ ยุทธศาสตร์การส่งเสริมให้มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ในการ บริหารจัดการและในกระบวนการทำงานของราชการให้มากขึ้น (e-Administration)

4) กลยุทธ์เชิงรับ (WT Strategy) 

ได้มาจากการนำข้อมูลการประเมินสภาพแวดล้อมที่เป็นจุดอ่อนและข้อจำกัดมาพิจารณา ร่วมกัน เพื่อที่จะนำมากำหนดเป็นยุทธ์ศาสตร์หรือกลยุทธ์ในเชิงรับ ทั้ง นี้เนื่องจากองค์การเผชิญกับทั้งจุดอ่อนและข้อจำกัดภายนอกที่องค์การไม่ สามารถควบคุมได้ ตัวอย่าง ประเทศไทย จุดอ่อน คือ ต้องนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ ประกอบกับพบข้อจำกัด คือ ราคาน้ำมันในตลาดโลกเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทั้ง หมดนำมากำหนดยุทธศาสตร์ในเชิงรับ คือ ยุทธศาสตร์การรณรงค์ประหยัดพลังงานทั่วประเทศอย่างจริงจัง และยุทธศาสตร์การหาพลังงานทดแทนที่นำทรัพยากรธรรมชาติในประเทศที่มีอยู่มา ใช้มากขึ้น

a.จุดแข็งและโอกาส (SO) — คุณมีวิธีที่สามารถใช้จุดแข็งของคุณเพื่อสร้างโอกาสเหล่านี้หรือไม่?

b.จุดแข็งและอุปสรรค (ST) — คุณมีวิธีที่สามารถใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของคุณเพื่อหลีกเลี่ยงภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้นจริงได้หรือไม่?

c.จุดอ่อนและโอกาส (WO) — คุณมีวิธีที่ใช้โอกาสของคุณที่จะเอาชนะจุดอ่อนของคุณหรือไม่?

d.จุดอ่อนและอุปสรรค (WT) — คุณมีวิธีที่สามารถลดจุดอ่อนและหลีกเลี่ยงภัยคุกคามของคุณหรือไม่?

ขอบคุณที่มาของการวิเคราะห์ : โดย  นาย อภิชา   ประกอบเส้ง

http://haiharvardwu-onlinemarketing.blogspot.com/2015/10/swot-tows-analysis.html


เป็นไงกันบ้างครับ คำตอบของการทำ SWOT คือ การนำเอาข้อมูลมากำหนด กลยุทธ์ 4 ด้านหลักๆ คือ เชิงรุก , เชิงป้องกัน , เชิงแก้ไข , เชิงรับ

ซึ่งยกตัวอย่างง่ายๆ สมมุติ หลังจากวิเคราะห์แล้ว ธุรกิจของเราอยู่ในกลุ่ม SO คือ อยู่ในสถานการณ์ที่ดีที่สุด เราก็เร่งทำการตลาด เพื่อสร้างรายได้แบบเป็นกอบเป็นกำ ในขณะที่ ถ้าวิเคราะห์แล้ว อยู่ในกลุ่ม WT เราก็ใช้กลยุทธ์เชิงรับมาจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้น

แต่ถึงแม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้าย เราสามารถสร้าง “วิกฤต ให้เป็น โอกาส” ได้เสมอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้ที่ ธุรกิจ จะเจอแต่เรื่องที่เลวร้ายเสมอไป

หมายเหตุ : กลยุทธ์เหล่านี้ นำไปประยุกต์ใช้กับหน่วยงานที่ไม่มุ่งเน้นผลกำไร เช่น ระบบการศึกษา ก็ได้เช่นเดียวกัน

เอาไว้โอกาสหน้า ผมจะนำมาวิเคราะห์ให้ดูว่า จะนำไปประยุกต์ใช้กับ การจัดการศึกษาได้เช่นไร?

 

ขอให้ทุกท่าน มีความสุขในการเรียนรู้

 

ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร ศรัทธา จะนำมาซึ่งความสำเร็จเสมอ

อ.นเรศ สีละมัย

 

ติดต่อ/พูดคุย กับ Admin ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ช่องทางที่ 1 : เพิ่มเพื่อนทางไลน์ เพื่อคุยกับผมโดยตรง โดยการ สแกนคิวอาร์โค๊ด ข้างล่าง

qr-code-ajanjho

ช่องทางที่ 2 : ติดต่อผ่านระบบ Auto Responder

%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ad-%e0%b9%82%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b5

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *