สั่งซื้อ E-Book มี๑ล้านใน๑ปี

สั่งซื้อ E-Book มี๑ล้านใน๑ปี(ง่ายนิดเดียว)

จับภาพหน้าจอ 2559-05-01 เวลา 02.33.35

โครงร่างเนื้อหาของ หนังสือ/E-Book “มี๑ล้านใน๑ปี(ง่ายนิดเดียว)”

บทนำ : ทำไมต้องมีเงินล้าน?
ในบทนำนี้ จะพาทุกท่านไปพบกับ “เหตุผลที่เราจะต้องมีเงินล้าน” เมื่อเรารู้เหตุผลที่แท้จริง เราก็จะมีแรงจูงใจในการหาเงินล้าน  และเราจะทุ่มเทอย่างสุดชีวิตเพื่อให้ได้เงินล้านมาครอง

บทที่ ๑ : นิยาม “มี๑ล้านใน๑ปี” คืออะไร?
ในบทที่ ๑ จะพาทุกท่านไปพบกับ นิยามที่แท้จริงของคำว่า “มี๑ล้านใน๑ปี” เมื่อนิยามเราชัดเจน ตรงกัน การลงมืออย่างมีระบบก็จะเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

บทที่ ๒ : การหาเงินล้าน มีกี่รูปแบบ อะไรบ้าง?
ในบทที่ ๒ นี้ จะพาทุกท่านไปพบกับ “รูปแบบการหาเงินล้าน” ซึ่งถ้ารู้จักอย่างลึกซึ้ง การหาเงินล้านมันจะง่ายขึ้นมากๆ และสามารถย่นระยะเวลาในการหาเงินล้านได้เร็วขึ้นถึง ๕ – ๑๐ เท่า

บทที่ ๓ : เครื่องมือในการหาเงินล้าน มีอะไรบ้าง?
ในบทที่ ๓ นี้ จะเปิดเผยเครื่องมือในการหาเงินล้าน ซึ่งมีไม่กี่เครื่องมือ แต่สามารถแตกไลน์เป็นวิธีการย่อยได้มากกว่า ๑๐๐ ช่องทางในแต่ละวัน

บทที่ ๔ : กระบวนการหาเงินล้าน ต้องทำอะไร ยังไง?
ในบทที่ ๔ นี้ ถือว่าเป็นจุดที่สำคัญที่สุด เพราะว่าเราจะเปิดเผยเคล็ดลับในการหาเงินล้านของเศรษฐีแบบเจาะลึก(ซึ่งส่วนใหญ่เขาจะเก็บเป็นความลับ บอกเฉพาะลูกหลานของพวกเขา) และแน่นอนว่า มันมีกระบวนการในการลงมือทำอย่างเป็นขั้นเป็นตอน(Step By Step)อย่างชัดเจน จนไม่ว่า ใครที่รู้เคล็ดลับนี้ แล้วลงมือทำตามสูตรสำเร็จนี้  ก็จะได้ผลลัพธ์แบบเดียวกันกับเศรษฐี

บทที่ ๕ : มี๑ล้านใน๑ปี แล้วไงต่อ?
ในบทที่ ๕ นี้ ถือว่าเป็นการต่อยอดการมีเงินล้าน(หลังจากที่มีเงิน๑ล้านแรกแล้ว) ซึ่งจะบอกอย่างชัดเจนว่า เราจะต้องทำอะไร ยังไง อย่างเป็นขั้นเป็นตอน และสุดท้ายก็จะเปิดเผยเคล็ดลับการมั่งคั่งอย่างยั่งยืนตลอดชั่วลูกชั่วหลานเหลนโหลนกันเลยทีเดียว

สั่งซื้อ E-Book คลิกที่ลิงค์ข้างล่างได้เลยครับ

คลิกที่นี่เพื่อสั่งซื้อ E-Book มี๑ล้านใน๑ปี(ง่ายนิดเดียว)

แจกฟรี!ตัวอย่างE-Book มี๑ล้านใน๑ปี(ง่ายนิดเดียว)

แจกฟรี!ตัวอย่างE-Book มี๑ล้านใน๑ปี(ง่ายนิดเดียว)

จับภาพหน้าจอ 2559-05-01 เวลา 02.33.35

โครงร่างเนื้อหาของ หนังสือ/E-Book “มี๑ล้านใน๑ปี(ง่ายนิดเดียว)”

บทนำ : ทำไมต้องมีเงินล้าน?
ในบทนำนี้ จะพาทุกท่านไปพบกับ “เหตุผลที่เราจะต้องมีเงินล้าน” เมื่อเรารู้เหตุผลที่แท้จริง เราก็จะมีแรงจูงใจในการหาเงินล้าน  และเราจะทุ่มเทอย่างสุดชีวิตเพื่อให้ได้เงินล้านมาครอง

บทที่ ๑ : นิยาม “มี๑ล้านใน๑ปี” คืออะไร?
ในบทที่ ๑ จะพาทุกท่านไปพบกับ นิยามที่แท้จริงของคำว่า “มี๑ล้านใน๑ปี” เมื่อนิยามเราชัดเจน ตรงกัน การลงมืออย่างมีระบบก็จะเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

บทที่ ๒ : การหาเงินล้าน มีกี่รูปแบบ อะไรบ้าง?
ในบทที่ ๒ นี้ จะพาทุกท่านไปพบกับ “รูปแบบการหาเงินล้าน” ซึ่งถ้ารู้จักอย่างลึกซึ้ง การหาเงินล้านมันจะง่ายขึ้นมากๆ และสามารถย่นระยะเวลาในการหาเงินล้านได้เร็วขึ้นถึง ๕ – ๑๐ เท่า

บทที่ ๓ : เครื่องมือในการหาเงินล้าน มีอะไรบ้าง?
ในบทที่ ๓ นี้ จะเปิดเผยเครื่องมือในการหาเงินล้าน ซึ่งมีไม่กี่เครื่องมือ แต่สามารถแตกไลน์เป็นวิธีการย่อยได้มากกว่า ๑๐๐ ช่องทางในแต่ละวัน

บทที่ ๔ : กระบวนการหาเงินล้าน ต้องทำอะไร ยังไง?
ในบทที่ ๔ นี้ ถือว่าเป็นจุดที่สำคัญที่สุด เพราะว่าเราจะเปิดเผยเคล็ดลับในการหาเงินล้านของเศรษฐีแบบเจาะลึก(ซึ่งส่วนใหญ่เขาจะเก็บเป็นความลับ บอกเฉพาะลูกหลานของพวกเขา) และแน่นอนว่า มันมีกระบวนการในการลงมือทำอย่างเป็นขั้นเป็นตอน(Step By Step)อย่างชัดเจน จนไม่ว่า ใครที่รู้เคล็ดลับนี้ แล้วลงมือทำตามสูตรสำเร็จนี้  ก็จะได้ผลลัพธ์แบบเดียวกันกับเศรษฐี

บทที่ ๕ : มี๑ล้านใน๑ปี แล้วไงต่อ?
ในบทที่ ๕ นี้ ถือว่าเป็นการต่อยอดการมีเงินล้าน(หลังจากที่มีเงิน๑ล้านแรกแล้ว) ซึ่งจะบอกอย่างชัดเจนว่า เราจะต้องทำอะไร ยังไง อย่างเป็นขั้นเป็นตอน และสุดท้ายก็จะเปิดเผยเคล็ดลับการมั่งคั่งอย่างยั่งยืนตลอดชั่วลูกชั่วหลานเหลนโหลนกันเลยทีเดียว

**************************************

ทุกท่านสามารถดาวน์โหลดตัวอย่างได้ที่ลิงค์ข้างล่างได้เลยครับ

 

เลิกทานน้ำตาลกันเถอะ(ถ้าไม่อยากป่วยตาย)

สวัสดีครับทุกท่าน หลังจากที่ผมได้สืบค้นข้อมูลว่า “ทำไมคนเราจึงต้องป่วย?” ก็ได้ไปพบวิดีโอ ๓ เรื่องที่น่าสนใจ และคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี มีประโยชน์ จึงอยากจะนำมาแชร์ให้กับทุกท่านได้เรียนรู้ไปพร้อมๆกับผม ซึ่งเกี่ยวข้องกับความหวาน ซึ่งก็คือ “น้ำตาล” นั่นเอง

น้ำตาลในเลือดสูง

วิดีโอทั้ง ๓ เรื่องนี้ ผมอยากให้ท่านพิจารณากันเองว่ามีความน่าเชื่อถือมากแค่ไหน? แต่สำหรับผมคิดว่า “เป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือมาก” ไปดูกันเลยครับ

วิดีโอที่ ๑ : จะไม่ป่วยอีกต่อไป Never Be Sick Again

จากวิดีโอ ผมขอสรุปคร่าวๆ ดังนี้

“น้ำตาล” คือสารที่เลวร้ายที่สุดที่รัฐบาลควรจะประกาศเป็นสารต้องห้ามด้วยซ้ำ เพราะมันทำให้ร่างกายเรารวน ภูมิคุ้มกันจะลดประสิทธิภาพลงกว่า ๕๐% ทันทีที่บริโภคน้ำตาล และมีผลยาวนานไป ๖-๘ ชั่วโมงเลยสองที (ทีเดียวน้อยไป)

ดร.กล่าวต่อว่า กลไกการป้องกันตัวตามธรรมชาติของมนุษย์เรานั้น สมบูรณ์ที่สุดอยู่แล้ว สุขภาพดี หมายถึง การที่ทุกอย่างในร่างกายทำงานเป็นปกติ ความเจ็บป่วยเกิดขึ้น เพราะเรากินสิ่งที่ไปทำให้ระบบภูมิคุ้มกันด้อยประสิทธิภาพลงไปต่างหาก ปัจจุบัน Dr.Raymond อายุ ๗๕ ปี และไม่ป่วยมาแล้วเป็นเวลา ๒๕ ปี (เป็นหวัดเพียงครั้งเดียว และเค้ามีข้ออ้างที่ดีมากที่จะป่วยครั้งนั้นด้วย)

ดร.ยังกล่าวอีกว่า ร่างกายเราประกอบไปด้วยเซลล์ประกอบกันเป็นจำนวนมาก ราว ๆ ๗๕ ล้านล้านเซลล์ การป่วยเกิดขึ้นจากเซลล์ทำงานผิดปกติกันเป็นจำนวนมาก หน้าที่ของเราจึงมีแค่การให้สารอาหารที่ดีงามแก่เซลล์เหล่านั้น ไม่ใส่สารพิษให้มัน เท่านี้ก็จะมีสุขภาพที่สุดแสนปังได้ ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย ซึ่งดร.ใช้วิธีเลือกอาหารการกินให้ถูกหลักโภชนาการ (เน้นย้ำว่างดน้ำตาลเด็ดขาด) และใช้อาหารเสริม (ซึ่งแกก็ผลิตอาหารเสริมขายเองด้วย แต่แกไม่ได้โฆษณาในวีดีโอนี้ สบายใจได้)

สำหรับผมแล้วถือเป็นเรื่องน่าสนใจมาก กับการที่มีนักวิจัยจากคนละฟากของมุมโลก ลุกขึ้นมาพูดคล้าย ๆ กัน ถึงวิธีการกินให้มีสุขภาพยืนยาว ไม่ป่วย ไม่แก่ ส่วนตัวผมมีอาการภูมิแพ้ และเป็นคนชอบรสหวาน ก็คงจะต้องทำการทดลองด้วยตนเอง ต่อไป

วิดีโอที่ ๒ : สารความแก่ เอาออกได้

ผมสรุปจากคลิปแบบสั้น ๆ ให้ สำหรับคนไม่มีเวลาดูเอง :

• มีการวิจัยจนค้นพบสารที่สร้างความแก่ในอาหาร และสามารถคำนวณออกมาเป็นมาตรวัดได้ ตั้งชื่อว่า AGE

• เมื่อร่างกายมีสาร AGE เยอะ ๆ ไม่ใช่แค่หน้าที่จะแก่ แต่อวัยวะภายในก็จะแก่ด้วย ความชรา มาพร้อมกับความเสื่อมโทรม

• การกิน ควรเลือกอาหารที่มี AGE น้อย ๆ ก็คืออาหารที่ไม่ปรุงด้วยการทอด อาหารที่น้ำตาลน้อย ๆ และไม่ทานเยอะ

• พฤติกรรมการกิน ควรทานผักก่อนเป็นอันดับแรก แล้วค่อยทานเนื้อ และตามด้วยข้าว

• อาจารย์ชาวญี่ปุ่นท่านนี้ ทานแค่วันละมื้อมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว แต่ก็ยังสุขภาพดี หน้าเด็กกว่าวัย และไม่ได้ผอมแห้ง

• ใบไม้ + เผา = AGE ดังนั้นคนสูบบุหรี่จึงแก่เร็ว

• มีผลวิจัยบอกว่า ถ้ามนุษย์ดำเนินชีวิตให้มีสาร AGE ในร่างกายน้อยที่สุดได้ มนุษย์คนนั้นอาจจะสามารถอยู่ได้ถึง ๑,๐๐๐ ปี

• ที่น่าตื่นเต้นคือ อาจารย์ท่านนี้ สามารถนำเอาสาร AGE ออกจากสิ่งมีชีวิตได้แล้ว ทดลองกับหนูมา ๘ ปี ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ หนูที่เป็นมะเร็ง ก้อนมะเร็งก็มีขนาดเล็กฝ่อลง เส้นเลือดอุดตัน, เส้นเลือดที่แข็งตัวก็นิ่มลง ตอนนี้อยู่ในระหว่างการทดลองกับมนุษย์

วิดีโอที่ ๓ : สารคดี ภัยร้ายในน้ำตาล

เป็นไงกันบ้างครับ ขอบคุณทุกท่านที่ตั้งใจดูวิดีโอนี้ มันมีประโยชน์และคุณค่ามากๆจริง

อย่าลืมกดไลค์ และ กดแชร์เยอะๆนะครับ

อยากรวย..ทำไมไม่ทำธุรกิจเครือข่ายMLM?

ทำไมต้องทำธุรกิจเครือข่ายMLM?

คำตอบมันง่ายมากครับ

เมื่อท่านสมัครเข้าร่วมแล้ว นี่คือสิ่งที่ท่านจะได้รับ…

ข้อ 1 : ท่านเป็นเจ้าของธุรกิจมูลค่า 7,000,000,000บาท ด้วยเงินลงทุนค่าสมัครแค่ 100 กว่าบาท(เฉพาะทีมผมเท่านั้น)

ข้อ 2 : ท่านไม่ต้องไปลงเวลา/ตอกบัตร เข้า-ออก งาน อยากทำเมื่อไหร่ก็ทำ อยากหยุดเมื่อไหร่ก็หยุด

ข้อ 3 : ท่านสามารถสร้างรายได้อย่างไร้ขีดจำกัด….. เดือนละ 100 , เดือนละ 1,000 , เดือนละ 10,000 , เดือนละ 100,000 , เดือนละ 1,000,000 …….. แล้วแต่ท่านจะกำหนดว่าอยากได้เดือนละเท่าไหร่?

ข้อ 4 : ท่านสามารถเกษียณการทำงานได้(หยุดทำงานแต่รายได้ไม่หยุด)

ข้อ 5 : ท่านสามารถยกรหัสให้เป็นมรดกตกทอดสู่ลูกหลานท่านได้

เอาง่ายๆว่า ถ้าท่านอยากมีรายได้ เดือนละ 30,000 บาท โดยไม่ต้องออกไปทำงานอีกเลย ต้องทำอย่างไร? นี่คือภาพแห่งความเป็นจริงครับ

ทำไมต้องทำธุรกิจเครือข่าย1เงินทุนต่ำ

จากภาพ ท่านจะเห็นว่า ถ้าอยากมีรายได้เดือนละ 30,000 บาทโดยไม่ต้องออกไปทำงาน อย่างน้อยท่านต้องใช้เงินลงทุนหลัก 1,000,000 – 10,000,000 บาท

– บ้านเช่า/ห้องพัก อย่างน้อย 10 ห้อง ห้องละ 3,000 บาท แต่เงินลงทุนก็แน่นอนว่า หลักล้านบาทขึ้นไป..

– เงินฝากธนาคาร(ดอกเบี้ย 3%) ต้องมีเงินฝากสูงถึง 10,000,000 บาท ขึ้นไป..

– เปิดร้าน 7-11 ต้องใช้เงินลงทุนอย่างน้อย 1,500,000 – 3,000,000 บาท ยังไม่รวมค่าอื่นๆอีกจิปาถะ..

สุดท้ายคือ ธุรกิจเครือข่ายMLM ใช้เงินลงทุนแค่ 100 กว่าบาท แต่มีโอกาสรับรายได้เดือนละ 30,000 บาท แบบง่ายๆสบายๆ ________________________________________________________

หลายคนอาจจะแย้งว่า ถ้าธุรกิจเครือข่ายMLMดีจริง “ทำไมไม่สำเร็จทุกคน หรือไม่ก็ มีแต่คนล้มเหลว”

คำตอบก็ยิ่งง่ายมากๆ

นั่นเป็นเพราะ แม่ทีมหรือแม้กระทั่งนักธุรกิจเครือข่ายMLM ไม่ออกไปพูดความจริงเกี่ยวกับธุรกิจเครือข่าย! พูดแต่คำโกหก

ถามจริงๆเถอะว่า ถ้าเริ่มต้นด้วยความโกหก ต่อไปจะเป็นอย่างไร?

และนี่ คือ คำโกหกยอดฮิตของพวกแม่ทีมหรือนักธุรกิจเครือข่ายMLMชอบใช้กัน

คำโกหกที่ 1: ทุกคนคือผู้มุ่งหวังของคุณทั้งนั้น !!!

คำโกหกที่ 2: เราไม่ได้ขาย! เราแค่แบ่งปันสินค้าให้ลองกินลองใช้!

คำโกหกที่ 3: ใครๆ ก็ทำได้!!

คำโกหกที่ 4: เราสร้างธุรกิจนี้เพื่อคุณ

คำโกหกที่ 5: สินค้าของเราเจ๋งที่สุด!!!

คำโกหกที่ 6: คุณแค่ยังมีความเชื่อไม่มากพอ!!!!

คำโกหกที่ 7: ระบบที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว _______________________________________________________

เป็นไงครับ ถ้าเริ่มต้นด้วยการโกหก สุดท้ายก็ต้องจบลงด้วยความล้มเหลวสิครับ

ผมจะแจก E-Book เกี่ยวกับคำโกหกทั้ง7ข้อนี้ให้กับทุกท่าน ปกเว็บ7คำโกหกของMLM โดยมีเงื่อนไขง่ายๆ คือ “ท่านต้องพร้อมจะเปิดใจรับฟังความจริงเกี่ยวกับธุรกิจเครือข่ายMLM แบบคน น้ำไม่เต็มแก้ว”

ถ้าท่านยอมรับเงื่อนไขนี้ได้ ก็แค่ ติดต่อผมผ่าน ID Line : richhappily โดยพิมพ์คำว่า “อยากรู้วิธีหาเงินล้านด้วยธุรกิจเครือข่ายMLM”

เพียงเท่านี้ ท่านก็จะได้รับ “E-Book 7โกหกคำโตในธุรกิจเครือข่าย” แบบฟรีๆ100% ______________________________________________________

พร้อมแล้วก็ลุยเลยตอนนี้!

______________________________________________________

ส่วนใครที่ใจร้อน อยากโหลดตอนนี้เลย ก็คลิกดาวน์โหลดที่ลิงค์ข้างล่างได้เลยครับ

E-Book : 7โกหกคำโตในธุรกิจเครือข่ายMLM
2.7 MiB
90 Downloads
Details

หาเงินได้มากแต่ทำไมไม่รวย?(ตอนที่2)

หาเงินได้มากแต่ทำไมไม่รวย?(ตอนที่2)

ความลับของเงินล้าน

สวัสดีครับทุกท่านที่ติดตาม www.coursetorich.com มาโดยตลอด

และคำถามที่หลายๆคนมักจะสอบถามผมเข้ามา คือ “หาเงินก็ได้เยอะพอดู แต่ทำไมไม่รวยซักที?”

นั่นนะสิครับ คนที่จะตอบได้ดีที่สุด คือ ตัวท่านเอง ผมก็คงจะบอกได้เพียงว่า “ท่านต้องลดรายจ่าย และเพิ่มรายได้” ซึ่งก็มีแค่นี้จริงๆครับ

การลดรายจ่าย ผมเคยแนะนำ App พอเพียง ไว้แล้ว ซึ่งจะช่วยบันทึกรายรับรายจ่ายช่วยเรา เพราะทุกวันนี้ คนส่วนใหญ่จะมีสมาร์ทโฟน คนละ 1 เครื่องกันอยู่แล้ว แอพฯนี้จึงจะช่วยได้เยอะ

ถ้าใครยังไม่เคยดู ก็ดูวิดีโอเกี่ยวกับ App พอเพียงที่ VDO ข้างล่างได้เลยครับ

เป็นไงกันบ้างครับ ท่านคงจะเห็นแนวทางในการบริหารรายรับรายจ่ายโดยใช้แอพฯที่ดีๆและฟรีกันไปแล้ว ก็คงพอจะช่วยให้ทุกท่านบริหารรายจ่ายให้ดีขึ้นกว่าเดิม

ในบทความนี้ ผมอยากเสนอแนะเกี่ยวกับรายจ่ายไว้ดังนี้ครับ

ข้อ 1 : ท่านควรจะจ่ายเฉพาะ สิ่งที่จำเป็น(Need)จริงๆ ไม่ใช่จ่ายเฉพาะสิ่งที่ท่านต้องการ(Want) และเน้นไปที่ความพอเพียงสำหรับท่าน เช่น

  • การทานอาหาร ความจำเป็นคือ เพื่อประทังชีวิตให้อยู่รอด ความต้องการ คือ นั่งทานในห้องแอร์ มีพนักงานเสริฟ มีคนทำให้ทาน ฯลฯ
  • การซื้อรถยนต์ ความจำเป็น คือ ใช้เป็นพาหนะในการเดินทาง กันแดด กันฝน ส่วน ความต้องการ คือ ต้องเป็นรถหรูๆ ป้ายแดงรุ่นใหม่ล่าสุด มีเครื่องเสียงแพงๆ ฯลฯ
  • ฯลฯ

เป็นไงกันบ้าง ท่านเริ่มจะคุ้นๆกันรึยัง ในการเลือกระหว่าง Need กับ Want เศรษฐีส่วนใหญ่จะเลือก Need มาก่อน Want เขาถึงได้รวยเอารวยเอาไงครับ (แต่ที่พูดแบบนี้ไม่ใช่เศรษฐีจะขี้งกนะครับ บางครั้งเขาก็ซื้อของหรูๆแพงๆเหมือนกัน แต่มันต่างกันตรงที่เขาซื้อแล้วไม่เดือดร้อนสำหรับเขานั่นเอง)

ข้อ 2 : ท่านควรจะเน้นไปที่การจ่ายที่ทำให้มีรายได้กลับคืน โอ้ว พระเจ้า นี่แหละคือสิ่งที่เศรษฐีเขาทำกัน แล้วอะไรบ้างละที่ทำให้มีรายได้กลับคืน

1)บ้านเพื่อให้เช่าหรือขายได้กำไรส่วนต่าง

2)ที่ดินเพื่อให้เช่าหรือขายได้กำไรส่วนต่าง

3)รถแทกซี่ให้เช่า ฯลฯ

4)ฯลฯ

ทั้งหมดเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นรายได้กลับคืนให้กับเศรษฐีอย่างต่อเนื่องทุกๆเดือน ซึ่งแน่นอนว่า ธนาคารชอบเอาเงินให้กับแนวคิดแบบนี้แหละ

บางคนอาจแย้งว่า ก็ใช่สิ ก็เศรษฐีมีเงินอยู่แล้ว ก็ซื้อบ้าน ซื้อที่ดินได้สิ…..?

เอ้า! ก็เล่นน้อยใจผมซะงั้น

จริงๆแล้ว รายจ่ายที่ก่อให้เกิดรายได้สำหรับคนที่มีทุนน้อยๆ ก็มีมากมายหลากหลายรายการ เพียงแค่หยุดคิดแล้ววิเคราะห์ดีๆท่านก็จะเห็น เช่น

1)การเข้าร่วมธุรกิจเครือข่าย MLM (ที่เน้นความถูกต้อง ไม่ใช่เน้นรวยเร็ว/รวยทางลัด) เพราะส่วนใหญ่ สินค้าของ MLM จะมีคุณภาพสูงกว่าท้องตลาดในราคาที่ใกล้เคียงกัน นั่นหมายความว่า นักธุรกิจ MLM ซื้อสินค้าในราคาสมาชิก ซึ่งได้ส่วนลด(5-25%) พอนำมาขายปลีก ก็ได้กำไรเห็นๆ เช่น สินค้าราคาปลีก 100 บาท แต่ซื้อในราคาสมาชิก 80 บาท ถ้านำไปขายปลีก เท่ากับได้กำไรชิ้นละ 20 บาท ถ้าขายได้มากกว่า 10 ชิ้นต่อวันละครับ = วันละ 200 บาทเลยนะ

2)การสร้างแฟรนไชส์ เช่น แฟรนไชส์กาแฟ ซึ่งได้สูตรมาจากคุณทวด คุณปู่ คุณตา หรือจากที่ไหนก็แล้วแต่ ถ้าอร่อยจริง ยังไงคนก็ซื้อ ยิ่งซื้อมาก ยิ่งขยายสาขาได้มาก

ตัวอย่างทั้งสองนี้ เป็นแค่น้ำจิ้มสำหรับคนที่ไม่มีเงินทุนแต่อยากมีรายได้กลับคืนจากรายจ่าย

ทุกท่านสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ E-Book ฟรี 7วันฉันจะเป็นเศรษฐี ซึ่งแจกให้กับทุกท่านฟรีๆ ดูที่เมนูด้านบนได้เลยครับ

เป็นไงกันบ้างครับ สำหรับข้อมูลดีๆเหล่านี้

อย่าลืมนะครับว่า ความคิดเห็นของท่านมีประโยชน์ต่อผมมากๆ อย่าลืมร่วมแสดงความคิดเห็นเข้า

ความลับของเงินล้าน(อยากรู้คลิกเลย)

ความลับของเงินล้าน(อยากรู้คลิกเลย)

ความลับของเงินล้าน

สวัสดีครับทุกท่าน “หลายคนอยากรวย แต่ไม่มีใครที่ต้องการรวยอย่างแท้จริง”

ทำไมผมถึงกล้าพูดแบบนี้?

คำตอบคือ

อยากรวย ==>> เป็นแค่ความเพ้อฝันลมๆแล้งๆ

ต้องการรวย ==>> เป็นความต้องการหรือความจำเป็นสูงสุดที่จะรวย ซึ่งจะนำไปสู่การค้นหาวิธีการที่จะช่วยให้พบกับความร่ำรวย แล้วสู้ทนลงมือทำอย่างไม่ย่อท้อ

สำหรับวันนี้ ผมมีความลับของเงินล้านมาฝาก ซึ่งแน่นอนว่า “ถ้าท่านเชื่ออย่างสุดซึ้งว่าท่านจะรวยได้ในชาตินี้ ท่านจะค้นพบวิธีการด้วยตัวท่านเอง”

หัวใจสำคัญของบทความนี้ คือ “ความลับของเงินล้าน”

แน่นอนว่า ถ้าหากใช้คำว่า “ความลับ” นั่นแสดงว่า มันถูกปกปิดไว้ ไม่ค่อยจะมีใครนำมาเปิดเผย แต่วันนี้ ผมจะมาเปิดเผยความลับนั้นกับทุกท่านที่ติดตามเว็บผมมาโดยตลอด

ความลับเงินล้าน มีอยู่ 3 ข้อหลักๆ คือ

ข้อ 1 : ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะมีเงินล้าน

ข้อ 2 : ทางไปเอาเงินล้านมีอยู่จริง

ข้อ 3 : ทรัพยากรที่จะทำให้มีเงินล้าน มีอยู่อย่างมากมายมหาศาล

จริงๆแล้ว เนื้อหาทั้งหมด อยู่ใน E-Book แจกฟรีที่มีชื่อว่า “7วันฉันจะเป็นเศรษฐี” ซึ่งท่านสามารถโหลดได้ฟรีโดย คลิกที่นี่

ไหนๆก็นำมาเปิดประเด็นแล้ว ผมจะมาสรุปให้ท่านฟังทีละข้อละกัน

ความลับข้อที่ 1 : ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะมีเงินล้าน

ถูกต้องแล้วครับ หลายคนหลงคิดไปว่า เกิดมาในครอบครัวที่ยากจน ก็คิดว่าตัวเองต้องยากจนตลอดไป ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผิดมหันต์ เพราะ ความรวย ไม่ได้ถูกจำกัดสิทธิ์ใครทั้งสิ้น มันเป็นเรื่องของ การรู้วิธีคิด วิธีพูด วิธีเขียน และวิธีทำในการหาเงินล้านต่างหาก

ท่านจะเห็นได้จาก เศรษฐีบางท่าน ไม่ได้เกิดมาในตระกูลที่ร่ำรวย แต่เขาเหล่านั้นสร้างตัวเองจนค้นพบวิธีการที่ช่วยให้เขารวย ตัวอย่างเศรษฐีที่รวยด้วยการสร้างตัว เช่น

คุณธนินทร์ , คุณตัน ฯลฯ

220px-Dhanin_Chearavanont

pic-khuntan

ความลับข้อที่ 2 : ทางไปเอาเงินล้านมีอยู่จริง

ในประเด็นนี้ มี 2 แนวทางหลักในการเป็นเศรษฐีเงินล้าน คือ 1)รายได้แบบ Active Income และ 2)รายได้แบบ Passive Income

แต่ไม่ว่าจะเลือกทางไหน การจะมีเงินล้าน ต้องเริ่มจากเงิน 1 บาท , 2 บาท , 3 บาท ……… ไปเรื่อยๆจนกว่าจะถึง 1,000,000 บาท

ดังนั้น หัวใจสำคัญ ไม่ใช่จะเลือกแบบไหน แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่ การเก็บสะสมเงินให้มากขึ้นและบริหารจัดการเงินนั้นให้มันงอกเงย ซึ่งผมก็ได้ให้ความรู้ไว้ใน E-Book : 7วันฉันจะเป็นเศรษฐี ซึ่งสามารถโหลดอ่านได้ฟรีๆเลยครับ คลิกที่รูปข้างล่างได้เลย

ปก7วันฉันจะเป็นเศรษฐี

ความลับข้อที่ 3 : ทรัพยากรที่จะทำให้มีเงินล้าน มีอยุ่อย่างมากมายมหาศาล

ในเรื่องนี้ มันเป็นเรื่องพื้นฐานอยู่แล้วที่ว่า “ไม่มีอะไรขาดแคลนไปจากโลกนี้” เมื่อสิ่งหนึ่งขาดแคลน จะมีสิ่งใหม่มาทดแทนเสมอ เช่น

น้ำมันขาดแคลน จะถูกแทนที่ด้วย ก๊าซ NPG , LPG ฯลฯ ตัวอย่างรถใช้น้ำ , รถใช้พลังงานไฟฟ้า , รถใช้พลังงานแสงอาทิตย์

5462-h-racer-hydrogen-powered-car-image1

smart-escooter-14

solar-car1

ดังนั้น จงจำไว้เสมอว่า ไม่มีสิ่งใดขาดแคลน เพราะจะมีสิ่งใหม่มาทดแทนสิ่งที่ขาดแคลน หรือ ทดแทนสิ่งเก่าๆที่ล้าสมัยเสมอ

พอมามองถึงการหาเงินล้าน ก็เป็นเรื่องง่ายมากๆสำหรับยุคนี้ และสิ่งที่มาช่วยในการหาเงินล้านได้ง่ายขึ้น คือ เครือข่ายอินเทอร์เน็ต นั่นเอง

สิ่งที่ท่านต้องมี คือ ไอเดียในการหาเงินล้าน ซึ่งมันซ่อนอยู่ในหลักสูตรวิธีหาเงินล้าน ลองเข้าไปอ่านรายละเอียด โดย คลิกที่นี่ ตลอด 24 ชั่วโมง

เป็นไงกันบ้างครับ สำหรับความลับเงินล้าน ที่ผมนำมาเปิดเผยในวันนี้ ถ้าหากว่าท่านชื่นชอบก็อย่าลืม กดไลค์ กดแชร์ เยอะๆนะครับ…….

 

ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร ศรัทธาจะนำมาซึ่งความสำเร็จเสมอ…

อ.นเรศ สีละมัย

http://www.coursetorich.com

 

หาเงินได้มากทำไมไม่รวยซักที?

หาเงินได้มากทำไมไม่รวยซักที?

หาเงินได้มากแต่ทำไมไม่รวย

สวัสดีครับทุกท่าน หลายคนอาจจะมีคำถามมากมาย เช่น “หาเงินได้มาก..แต่..ทำไมไม่รวยซักที?”

ถูกแล้วครับ บางคนมีรายได้หลายช่องทาง เช่น อาจจะเป็นยอดขาย ยอดกำไร หรือเงินเดือนสูงถึงเดือนละ 30,000 บาท – 50,000 บาท แต่ทำไมยังไม่รวยซักที (บางคนถึงกับติดหนี้ติดสินมากมาย)

ประเด็นที่ผมอยากสื่อมากที่สุด คือ “การเป็นเศรษฐีเงินล้าน ไม่เกี่ยวกับการหาเงินได้มาก แต่มันเกี่ยวข้องกับการบริหารเงินให้มันงอกเงยขึ้นมาต่างหาก”

หลายท่านอาจจะไม่รู้ว่า เงิน 1 บาท สามารถกลายเป็นเงินพันล้านได้ ดูภาพข้างล่างประกอบครับ

1บาท เป็น 1000

เป็นไงกันบ้างครับ จากภาพ ท่านเห็นพลังทวีคูณของ เงิน 1 บาท รึยังครับ  ไม่มีการตัดต่อข้อมูลใดๆทั้งสิ้น!  นี่คือ “พลังทวีคูณ” หรือเรียกอีกอย่างว่า “พลังทบต้น” ซึ่งจะเป็นของอะไรก็ได้  ที่จะนำพลังทวีมาใช้

ประเด็นหลักคือ ทำยังไงให้เงินมันงอกเงยเป็น 2 เท่า?

ซึ่งแน่นอนว่า มันมีหลากหลายวิธีการมาก แต่แยกออกเป็นประเด็นหลักๆ แค่ 2 กลุ่ม คือ

กลุ่มที่ 1 : กลุ่ม Active Income หรือ กลุ่มลุกจ้าง หรือ มนุษย์เงินเดือน และ กลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก

กลุ่มที่ 2 : กลุ่ม Passive Income หรือ กลุ่มเจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่ หรือ กลุ่มนักลงทุนในตลาดหุ้น

หัวใจสำคัญจริงๆ อยู่ที่ การนำเอาเงินรายได้ มาบริหารจัดการให้มันงอกเงย นั่นเอง

ส่วนข้อมูลในเชิงลึกจะเป็นอย่างไร อย่าลึมติดตามตอนต่อไป นะครับ

 

ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร ศรัทธาจะนำมาซึ่งความสำเร็จเสมอ…

อ.นเรศ สีละมัย

 

สอนวิธีใช้แอพฯจดบันทึกรายรับรายจ่าย

สอนวิธีใช้แอพฯจดบันทึกรายรับรายจ่าย

สอนวิธีใช้แอพฯจดบันทีกรายรับรายจ่าย

ขั้นที่ 1 ค้นหาแอพฯ พอเพียง ใน Play Store

Screenshot_2016-02-29-14-41-16

ขั้นที่ 2 ติดตั้งแอพฯพอเพียงไว้ในสมาร์ทโฟน

Screenshot_2016-02-29-14-31-14

ขั้นที่ 3 ใส่รหัสผ่าน(สำหรับคนที่ยังไม่ตั้งรหัสก็ตั้งตามที่โปรแกรมกำหนด)

Screenshot_2016-02-29-14-32-16

ขั้นที่ 4 จะเจอ 2 เมนูที่สำคัญคือ บันทึกประจำวัน(รายรับ-รายจ่าย) และประวัติที่เราได้บันทึกไว้

Screenshot_2016-02-29-14-34-12

Screenshot_2016-02-29-14-34-29

Screenshot_2016-02-29-14-34-52

ขั้นที่ 5 ทดลองบันทึกรายรับ

Screenshot_2016-02-29-14-37-03

ขั้นที่ 6 ทดลองบันทึกรายจ่าย

Screenshot_2016-02-29-14-38-20

ขั้นที่ 7 ดูสรุปรายรับรายจ่ายประจำเดือน

Screenshot_2016-02-29-14-39-40

 

เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจน ทุกท่านสามารถดู VDO ประกอบด้วยครับ คลิกเลยครับ

เพียงเท่านี้ เราก็สามารถจดบันทึกรายรับ-รายจ่าย และบริหารเงินในบัญชีของเราได้อย่างสะดวกสบายตลอด24ชั่วโมงโดยไม่ต้องยุ่งยากกับกระดาษดินสอ/ปากกา อะไรเลย

ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร ศรัทธาจะนำมาซึ่งความสำเร็จเสมอ…

อ.นเรศ สีละมัย

ปล. กดไลค์กดแชร์เยอะๆ เพื่อเป็นกำลังใจให้แอดมินด้วยครับ

 

ทำไมต้องทำธุรกิจเครือข่าย(MLM)ถึงจะรวย?

ทำไมต้องทำธุรกิจเครือข่าย(MLM)?

Why_MLM

สวัสดีครับทุกท่าน มีหลายคนขอร้องให้ผมเขียนบทความเกี่ยวกับธุรกิจเครือข่ายMLMบ้าง วันนี้ผมเลยจะพาทุกท่านไปเรียนรู้กันว่า “ทำไมต้องทำธุรกิจเครือMLMถึงจะรวย?”

ธุรกิจเครือข่ายMLM คือ ธุรกิจที่หลายๆคน “รู้ไม่จริง99%” พอรู้ไม่จริงก็เลยเกิดเหตุการณ์

1)ปฏิเสธ ไม่ยอมเปิดใจฟังหรือเปิดใจเรียนรู้

2)ต่อต้าน ปิดกั้นตัวเองทุกรูปแบบ

3)ใช้วิธีการที่ผิดในการทำการตลาด

ซึ่งถ้ารู้ความจริงหรือรู้เคล็ดลับ รับรองได้ว่า คน 99% จะไม่ปฏิเสธธุรกิจเครือข่ายMLM อีกเลย เพราะมันเป็นธุรกิจที่ทำให้คนจนมีทุนน้อยๆสามารถหาเงินหมื่นเงินแสนได้เหมือนคนที่มีเงินทุนสูงๆ ดังนั้นเราไปเรียนรู้กันเลยว่า “ทำไมต้องทำธุรกิจเครือข่ายMLMถึงจะรวย?”

ข้อ 1. ธุรกิจเครือข่ายMLM ใช้เงินลงทุนต่ำมาก แต่มีโอกาสสร้างรายได้เป็นหมื่นเป็นแสนต่อเดือนได้

นี่คือการมองธุรกิจเครือข่ายในรูปแบบของการลงทุน และในประเด็นนี้หลายคนอาจมองว่า บางบริษัทต้องใช้เงินลงทุนสูงในการเข้าสู่ตำแหน่งสูงๆ เช่นหลัก 30,000 บาทขึ้นไปก็มี ผมก็จะชี้แจงกับท่านว่า นั่นคือวิธีการที่ผิดในการทำธุรกิจเครือข่ายMLM เพราะโดยธรรมชาติแล้ว ธุรกิจเครือข่ายMLM ออกแบบมาให้ใช้เงินลงทุนที่ต่ำมากๆ เพราะมันใช้หลักการกระจายสินค้าผ่านการบอกต่อ ไม่ใช่การกักตุนสินค้า หมายความว่า “ได้เงินจากการบอกต่อ” ไม่ใช่ได้เงินจากกำไรส่วนต่าง

ถ้าพูดถึงรายได้เดือนละ 30,000 บาทขึ้นไปต่อเดือนจากการทำธุรกิจ(ไม่ใช่เงินเดือน)ท่านคงมองเห็นภาพธุรกิจเหล่านี้ คือ

– ห้องเช่า/บ้านพัก/รีสอร์ท อย่างน้อย10ห้อง(เฉลี่ยค่าเช่าห้องละ3,000บาท) ที่ต้องใช้เงินลงทุนสร้างอาคารไม่ต่ำกว่าหลักแสนหลักล้าน

– เงินฝากธนาคาร(ดอกเบี้ย3%ต่อปี) ที่ต้องฝากสูงถึง 10,000,000 บาท

– เปิดร้านสะดวกซื้อเช่น 7-11 ที่ต้องมีเงินทุนสูงถึง 3,000,000 บาท

เป็นไงบ้างครับ ถ้าพูดถึงธุรกิจ จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนเสมอ

แต่พอมาดูธุรกิจเครือข่ายMLMกันบ้าง เงินลงทุนมีเพียงแค่ “ค่าสมัคร+ค่าซื้อสินค้าใช้เอง” ถ้าใช้ดีก็บอกต่อให้คนมาใช้เองบ้าง เราก็ได้ค่าแนะนำ นอกนั้นยังไม่พอถ้าเขาซื้อซ้ำทุกเดือนเราก็ได้ค่าแนะนำทุกเดือนเช่นกัน

โดยหลักแล้ว ค่าสมัครสมาชิกน่าจะอยู่ที่หลัก 100 – 900 บาทเท่านั้นครับก็สามารถเริ่มหาเงินหมื่นเงินแสนได้แล้ว ดังภาพ

ทำไมต้องทำธุรกิจเครือข่าย1เงินทุนต่ำ

ข้อ 2. ธุรกิจเครือข่ายMLM สร้างรายได้จากการบอกต่อเป็นชั้นๆ นั่นหมายความว่ายิ่งมีหลายชั้น รายได้ยิ่งเยอะ สมมุติ 1 คน บอกต่อคนละ 5 คน องค์กรของทีมนี้จะเป็นดังภาพ

1-5

ถ้าและคนทำเหมือนกันจำนวนองค์กรก็จะเพิ่มเป็นทวีคูณไปเรื่อยๆ ดังภาพ

การสร้างองค์กรของธุรกิจเครือข่ายMLM

จากภาพนำมาเป็นตัวอย่างแค่ 9 ชั้นเท่านั้นครับ จริงๆธุรกิจเครือข่ายMLMส่วนใหญ่จะไม่จำกัดจำนวนชั้นอยู่แล้ว ผมจะยกตัวอย่างแค่ชั้นที่5จำนวน3,125คนอาจจะซื้อสินค้าจริง 1,000คน คนละ 100 บาทเป็นเงินรวม 100,000 สมมุติเราได้เปอร์เซ็นต์จากยอดขาย25% เราก็จะมีรายได้ 25,000 บาทจากการซื้อในครั้งนั้น ดังนั้นจึงสามารถสรุปได้ว่า ธุรกิจเครือข่ายMLM มีรายได้จากการบอกต่อเป็นชั้นๆ ยิ่งบอกต่อมากๆลึกหลายๆชั้น รายได้ก็จะยิ่งมากตามไปด้วย นั่นเอง

ข้อ 3.ความเสี่ยงต่ำ นั่นเป็นเพราะลงทุนต่ำ ความเสี่ยงในการหมดเนื้อหมดตัวก็ต่ำไปด้วย(หรือแทบจะไม่มีเลย)

– ท่านมีเงินสร้างห้องพัก/บ้านเช่า หมดไปเป็นแสนเป็นล้าน ถ้าไม่มีใครมาพักหรือมาเช่าเลย เงินที่ท่านลงทุนไปก็จะสูญเปล่า

– ท่านมีเงินฝากธนาคาร 10,000,000 บาท กฏหมายระบุว่าธนาคารรับประกันคืนเงินสูงสุดแค่ 1,000,000 บาทถ้าธนาคารเจ๊ง ท่านก็เสี่ยงจะเสียเงิน 9,000,000 บาทฟรีๆ

– ท่านมีเงินเปิด 7-11 จำนวน 3,000,000 บาทก็จริง แต่ถ้าอยู่ในทำเลที่ไม่ดี หรืออยู่ในทำเลที่มีคู่แข่งเต็มไปหมด กว่าจะได้คืนทุนก็ปาเข้าไป 10 ปี นั่นก็เท่ากับว่าท่านกำลังมีความเสี่ยงอยู่เช่นกัน ไหนจะระวังเรื่องการปล้น เรื่องพนักงานขโมยเงิน/สินค้า ฯลฯ เหล่านี้ล้วนแต่เป็นความเสี่ยงทั้งสิ้น

ในขณะที่ธุรกิจเครือข่าย แค่ สมัครไม่ถึงพันบาท ทดลองใช้สินค้าแล้วเลือกเอาที่ประทับใจมาทำการตลาด โอกาสคืนทุนก็จะมีสูงมาก ที่เหลือก็จะเป็นกำไรล้วนๆ นั่นเอง

ไปดูฝั่งโรงงานกันบ้าง บริษัทเครือข่ายบางแห่ง สร้างโรงงานมูลค่าสูงถึง 7,000,000,000 บาทเพื่อผลิตสินค้าที่ดีและมีคุณภาพ สมาชิกนักธุรกิจทำเพียงแค่ “บอกต่อให้คนมาใช้สินค้านั้น แล้วรอรับตังค์” มันง่ายๆแค่นี้เองครับ

ข้อ 4. มีอิสรภาพทั้งด้านเวลาและสถานที่ นั่นเป็นเพราะธรรมชาติของธุรกิจเครือข่าย ไม่มีการตอกบัตรเข้าทำงานเป็นกะเป็นเวล ดังนั้น อยากทำงานหรืออยากบอกต่อตอนไหนก็ได้ หรือแม้แต่จะทำควบคู่ไปกับงานประจำที่ทำอยู่ก็ยังได้(ขอแค่อย่าให้เสียงานหลักก็พอ) และที่สำคัญคือ บอกต่อที่ไหนก็ได้ เช่น ที่บ้าน ที่ทำงาน ที่ตลาด ที่ปั๊มน้ำมัน ฯลฯ จึงทำให้มีอิสรภาพมากยิ่งขึ้น

ข้อ 5. รายได้ไม่จำกัด นั่นเป็นเพราะว่ามันขึ้นอยู่กับยอดซื้อรวมขององค์กร ยิ่งมากรายได้ก็ยิ่งมากตามไปด้วย อาจจะเริ่มจากรายได้หลักร้อย-หลักพัน แต่พอองค์กรโตขึ้นรายได้ก็จะทวีคูณเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ในขณะที่มนุษย์เงินเดือน ยังรับรายได้แบบขั้นบันได ไต่เต้าขึ้นไปเรื่อยๆ(กว่าจะเงินเดือนสูงถึงเดือนละ 30,000 บาท ก็ต้องมีประสบการณ์การทำงานไม่น้อยกว่า 10 ปี

ข้อ 6. ใครก็ทำได้ ไม่มีการจำกัดว่าต้องมีคุณสมบัติโน่นนี่นั่น(ขอแค่อายุ 18 ปีขึ้นไป)

-อายุก็ไม่เกี่ยว

-การศึกษาก็ไม่เกี่ยว

-สุขภาพก็ไม่เกี่ยว

ทุกคนสามารถทำธุรกิจเครือข่ายได้หมดเลย ขอแค่เปิดใจเรียนรู้และลงมือทำอย่างเต็มที่ก็พอ

ข้อ 7. เป็นมรดกตกทอดถึงลูกหลานได้ นั่นหมายความว่า หยุดทำงานแต่รายได้ไม่หยุด อยากเกษียณตัวเองตอนไหนก็ได้ถ้ามั่นใจแล้วว่า องค์กรจะยังคงอยู่ไม่สูญหายไปไหน และที่สำคัญที่สุด คือ “มันสามารถส่งต่อเป็นมรดกให้ลูกหลานได้” นั่นเอง

-เป็นข้าราชการ พอเกษียณ60ปี เขาก็เชิญให้ออก(แม้จะไม่อยากออก)เอาทายาทมาสืบทอดตำแหน่งก็ไม่ได้

-เป็นผู้เชี่ยวชาญ ใช่ว่าลูกหลานจะเชี่ยวชาญตามไปด้วย

-มีบ้านมีที่ดินมีรถมอบให้ลูกหลานเป็นมรดก ยังไม่มั่นคงเท่ากับการมอบมรดกในรู้แบบขององค์กรเครือข่ายMLM เพราะมั่นใจได้ว่า ทุกเดือนองค์กรต้องซื้อซ้ำสินค้าที่ดีและมีคุณภาพอย่างแน่นอน และนั่นจะนำมาซึ่งรายได้อย่างยั่งยืน นั่นเอง

……………………………………………………………………………………………

เป็นไงกันบ้างครับ ข้อดีทั้ง7ข้อนี้ น่าจะตอบโจทย์ได้ว่า “ทำไมทุกท่านจึงควรเลือกธุรกิจเครือข่ายMLMสักแห่งเพื่อเป็นรายได้แหล่งที่ 2,3,4….. ให้กับทุกท่านอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร ศรัทธาจะนำมาซึ่งความสำเร็จเสมอ

อ.นเรศ สีละมัย

ปล. อย่าลืมกดไลค์กดแชร์เยอะๆนะครับ

 

Case Study สอนวิธีหาเงินล้าน

Case Study : คุณวรรณิศา

Case-Study-Recipe

นี่คือตัวอย่างการตั้งคำถามเพื่อช่วยเหลือลูกศิษย์แต่ละคนสามารถนำความรู้ไปสู่การปฏิบัติได้อย่างแท้จริง

คนแรกที่ผมขอนำมาเป็นกรณีศึกษา คือ คุณวรรณิศา นะครับ ผมตั้งคำถาม 3 ข้อเพื่อให้คุณวรรณิศาตอบ แล้วผมก็ให้ความรู้ดังลิงค์ที่ผมแนบให้ข้างล่าง ลองคลิกเข้าไปอ่านดูครับ ท่านจะได้คำตอบที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับแนวทางของตัวท่านเองได้

คำถาม 3 ข้อ มีดังนี้ ครับ

1)คุณวรรณิศามีเป้าหมายระยะสั้น กลาง ยาวเป็นแบบไหนบ้าง?(ด้านการเงิน/ด้านสุขภาพ/ด้านอื่นๆ ที่อยากเล่าให้ฟัง)

2)คุณวรรณิศามีความสามารถอะไรเป็นพิเศษหรือเก่งเฉพาะด้านหรือที่คิดว่าตัวเองเก่งหรือเชี่ยวชาญหรือทำได้ดีที่สุด?อธิบายมาให้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้

3)คุณวรรณิศามีจุดอ่อนหรือจุดที่ควรปรับปรุงในเรื่องไหนบ้างครับ?

อยากรู้คำตอบ คลิกที่นี่ได้เลยครับ ==>> Case Study สอนวิธีหาเงินล้าน