9ความปรารถนาของมนุษย์(1.ด้านอาชีพการงาน)

สวัสดีครับทุกท่าน ผม อ.นเรศ สีละมัย ก็ต้องขออภัยทุกท่าน ที่ไม่ค่อยมีเวลามาเขียนบทความดีๆให้กับทุกท่านได้อ่านกัน

วันนี้ ผมจึงอยากจะมาอัพเดทบทความใหม่กันบ้าง ซึ่งวันนี้ จะอยู่ในหมวด “ความปรารถนาของมนุษย์”

ความปรารถนาของมนุษย์จริงๆแล้ว มีอยู่มากหมายหลายข้อ แต่ในบทความนี้ ผมจะยกมาแค่ 9 ข้อ ที่เกี่ยวข้องกับคนส่วนใหญ่ที่ใช้ชีวิตแบบปุถุชนคนธรรมดาทั่วไป ไปดูกันเลยว่า มีอะไรยังไงกันบ้าง

9 ความปรารถนาของมนุษย มีดังนี้

1. ความปรารถนาในด้านอาชีพการงาน
2. ความปรารถนาในด้านความรักความสัมพันธ์ คู่ครอง
3. ความปรารถนาในด้านครอบครัว
4. ความปรารถนาในด้านความมั่งคั่งร่ำรวย
5. ความปรารถนาในด้านสุขภาพ
6. ความปรารถนาในด้านผู้ช่วยเหลืออุปถัมภ์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์
7. ความปรารถนาในด้านบุตร บริวาร
8. ความปรารถนาในด้านความรู้วิสัยทัศน์
9. ความปรารถนาในด้านชื่อเสียงและการยอมรับ

ไปดูกันเลยว่า แต่ละความปรารถนา มีรายละเอียดอะไรยังไง? และที่สำคัญคือ เราจะบรรลุความปรารถนานั้นได้อย่างไร? ไปเรียนรู้กันเลยครับ

ข้อที่ 1 ความปรารถนาด้านอาชีพการงาน

%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e

หัวใจสำคัญของความปรารถนาในข้อนี้ คือ “มนุษย์ทุกคนส่วนใหญ่ขี้เกียจ ไม่อยากทำงานเป็นลูกน้องใคร ชอบที่จะชี้นิ้วสั่งการมากกว่า” หรือแม้แต่บางคน อยากประกอบอาชีพที่สร้างรายได้ได้เร็ว(รวยเร็วๆ) อยากประกอบอาชีพที่สบายๆ นั่งอยู่ในห้องแอร์ได้ยิ่งดี

ทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนปรารถนา…..

คำถาม คือ จะทำอย่างไร ถึงจะบรรลุความปรารถนาด้านอาชีพการงาน?

ขั้นที่ 1 : ตอบตัวเองให้ได้ว่า อาชีพอะไรที่ท่านคิดว่าเป็นอาชีพที่ท่านต้องการมากทีสุด ทำแล้วจะมีความสุขมากที่สุด

ขั้นนี้เป็นขั้นที่ต้องตกผลึกทางความคิดให้เข้าใจว่า “ภาพแห่งความสำเร็จด้านอาชีพการงานของท่านมันมีลักษณะอย่างไร?” วิธีการ คือ วาดภาพของท่านกับอาชีพที่ท่านต้องการแล้วนำมากระตุ้นท่านให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ถ้าวาดไม่เก่ง ก็ตัดต่อภาพของท่านกับอาชีพที่ท่านต้องการ ถ้ายังตัดต่อไม่เก่งก็ง่ายๆที่สุด คือ การจ้างคนอื่นทำให้ครับ มันเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากๆ

ขั้นที่ 2 : ศึกษาค้นคว้าวิธีบรรลุเป้าหมายนี้ให้ได้ เช่น

  • ถ้าอยากมีอาชีพเป็นหมอ ต้องรู้ให้ได้ว่า การจะเป็นหมอ มีขั้นตอนอะไรยังไง ต้องอ่านหนังสือเล่มไหน ต้องเรียนสายอะไร? ฯลฯ
  • ถ้าอยากมีอาชีพเป็นครู ตำรวจ ทหาร นักธุรกิจ ฯลฯ ก็มีขั้นตอนเดียวกันคือ ศึกษาค้นคว้าให้เยอะที่สุดเท่าที่จะมากได้

ขั้นที่ 3 : เขียนออกมาให้เป็นกระบวนการ ว่า ต้องทำอะไรก่อนหลัง และต้องตอบให้ได้ว่า ต้องทำอย่างไร ขั้น 1 ขั้น 2 ขั้น 3 ฯลฯ

ขั้นที่ 4 : ลงมือทำ ข้อนี้สำคัญมากๆ ถึงแม้จะมีแผนงาน มีกระบวนการที่สวยหรู แต่ถ้าไม่นำไปลงมือปฏิบัติ ก็จะไม่เกิดผลลัพธ์อะไรขึ้นมาอย่างแน่นอน จงจำเอาไว้เสมอว่า “ถ้าไม่มีการลงมือทำ ก็จะไม่มีผลลัพธ์อะไรเกิดขึ้นอย่างแน่นอน..”

ขั้นที่ 5 : ตรวจสอบ/วัดผล ทุกคืนก่อนเข้านอน เพื่อดูว่า ในแต่ละวัน เราเคลื่อนเข้าหาเป้าหมาย หรือว่าเอาแต่ใช้ชีวิตไปเรื่อยเปื่อยอย่างไร้จุดมุ่งหมาย เหมือนจอกแหนที่ล่องลอยไปกับสายน้ำ

ใช้เพียงแค่ 5 ขั้นตอนนี้ ก็สามารถบรรลุความปรารถนาด้านอาชีพของแต่ละท่านได้อย่างง่ายดาย

สุดท้าย ผมจะทิ้งท้ายด้วยบทความดีๆเกี่ยวกับ อาชีพที่สร้างรายได้สูงสุดในสหรัฐอเมริกา ซึ่งน่าจะเป็นไอเดียให้กับทุกท่านได้เป็นอย่างดี ไปอ่านรายละเอียดกันเลย ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก https://blog.eduzones.com/tonsungsook/116376

สาขาอาชีพที่สร้างรายได้สูงสุดในสหรัฐอเมริกา จากรายงานเผยแพร่ของ กระทรวงแรงงานของสหรัฐอเมริกา มาฝากกัน 7 สาขาอาชีพครับ สาขาอาชีพเหล่านี้สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบอาชีพได้ ถึงชั่วโมงละ 40 ดอลล่าร์ หรือ ประมาณ 1,200 บาทเลยทีเดียว และแน่นอนสาขาอาชีพเหล่านี้เป็นสาขาที่มีความต้องการแรงงานสูงและมีความ สำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของประเทศครับ มีสาขาวิชาใดบ้างนั้นเราตามมาดูดันดีกว่าจ้า !

สาขาอาชีพที่ 1 ผู้จัดการด้านสุขภาพและการแพทย์ (Medical and Health Services Manager)

กระทรวงแรงงานสหรัฐฯเผย !

มีอัตราเงินเดือนเฉลี่ย 47.34 ดอลล่าร์ ต่อชั่วโมง และ  98,460 ดอลล่าร์ ต่อปี (ประมาณ 2,953,800 บาทต่อปี)

สาขาอาชีพที่ 2 นักพัฒนาซอฟแวร์และแอพพลิเคชั่น (Applications Software Developer)

กระทรวงแรงงานสหรัฐฯเผย !

มีอัตราเงินเดือนเฉลี่ย 44.85 ดอลล่าร์ ต่อชั่วโมง และ 93,280 ดอลล่าร์ ต่อปี (ประมาณ 2,798,400 บาทต่อปี)

สาขาอาชีพที่ 3 ผู้จัดการด้านทรัพยากรมนุษย์ (Human Resources Manager)

กระทรวงแรงงานสหรัฐฯเผย !

มีอัตราเงินเดือนเฉลี่ย 52.69 ดอลล่าร์ ต่อชั่วโมง และ  109,590 ดอลล่าร์ ต่อปี (ประมาณ 3,287,700 บาทต่อปี)

สาขาอาชีพที่ 4 ผู้จัดการด้านการเงิน (Financial Manager)

กระทรวงแรงงานสหรัฐฯเผย !

มีอัตราเงินเดือนเฉลี่ย 59.26 ดอลล่าร์ ต่อชั่วโมง และ  123,260 ดอลล่าร์ ต่อปี (ประมาณ 3,697,800 บาทต่อปี)

สาขาอาชีพที่ 5 ผู้ชำนาญการด้านประกันภัย (Actuary)

กระทรวงแรงงานสหรัฐฯเผย !

มีอัตราเงินเดือนเฉลี่ย 51.29 ดอลล่าร์ ต่อชั่วโมง และ  106,680 ดอลล่าร์ ต่อปี (ประมาณ 3,200,400 บาทต่อปี)

สาขาอาชีพที่ 6 วิศวกรฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ (Computer Hardware Engineer)

กระทรวงแรงงานสหรัฐฯเผย !

มีอัตราเงินเดือนเฉลี่ย 49.99 ดอลล่าร์ ต่อชั่วโมง และ  103,980 ดอลล่าร์ ต่อปี (ประมาณ 3,119,400 บาทต่อปี)

สาขาอาชีพที่ 7 ผู้จัดการด้านการประชาสัมพันธ์ (Public Relations Manager)

กระทรวงแรงงานสหรัฐฯเผย !

มีอัตราเงินเดือนเฉลี่ย 52.05 ดอลล่าร์ ต่อชั่วโมง และ  108,260 ดอลล่าร์ ต่อปี (ประมาณ 3,247,800 บาทต่อปี)
บทความโดย : ต้นซุง eduzones
ขอบคุณข้อมูลU.S. Department of Labor Occupational Employment and Wages data
Photo Credits : learnthat.com, money.usnews.com, aomserver.net, resumeok.com, directions.org.uk, work.chron.com, careercast.com
ปล. อย่าลืมติดตามความปรารถนาในหัวข้อต่อไปนะครับ

ออมเงินอย่างไรให้ได้เงินล้านอย่างรวดเร็วที่สุด?

ออมเงินอย่างไรให้ได้เงินล้านอย่างรวดเร็วที่สุด?

ออมเงินวันละ53บาทแลกกับเงินล้าน

สวัสดีครับทุกท่าน ผม อ.โจ้ จินตกวี ขอนำเสนอวิธีออมเงินอย่างไร ให้ได้เงินล้านอย่างรวดเร็วที่สุด

ก่อนอื่น อยากให้ทุกท่านได้ดูวิดีโอข้างล่างนี้ก่อนครับ

เป็นไงกันบ้างครับ สำหรับข้อมูลเบื้องต้นของโครงการนี้ ท่านรู้สึกสงสัยมั๊ยว่า ผมทำได้ยังไง ถ้างั้นนั้น เราไปดูรายละเอียดเชิงลึกกันเลยครับ โดยผมจะเริ่มต้นด้วยคำถามเหล่านี้

คำถามข้อ 1 : รูปแบบการออม มีลักษณะอย่างไร?

คำถามข้อ 2 : ต้องออมเงินไว้กับใคร?ถึงจะได้รับผลประโยชน์แบบนี้?

คำถามข้อ 3 : จะเชื่อมั่นได้อย่างไรว่าเราจะได้รับผลประโยชน์แบบนี้อย่างแน่นอน?

คำถามข้อ 4 : แผนการออม มีรูปแบบอื่นอีกหรือไม่?

คำถามข้อ 5 : ถ้าสนใจแผนการออมแบบต่างๆ จะติดต่อผ่านช่องทางไหนได้บ้าง?

_______________________

ไปดูคำตอบทีละข้อกันเลยครับ

_______________________

คำถามข้อ 1 : รูปแบบการออม มีลักษณะอย่างไร?

คำตอบ ==>> รูปแบบการออม เป็นการออมเงินรายปี แต่สามารถเลือกได้ว่า จะออมครั้งเดียวรายปี หรือ จะแบ่งจ่ายเป็น รายเดือน , รายสามเดือน หรือ รายหกเดือน ก็ได้เช่นเดียวกัน

_______________________

คำถามข้อ 2 : ต้องออมเงินไว้กับใคร?ถึงจะได้รับผลประโยชน์แบบนี้?

คำตอบ ==>> เพื่อรับประโยชน์สูงสุด ท่านต้องเลือกออมกับ ระบบที่ออกแบบไว้ดีแล้ว มีการบริหารจัดการที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม สามารถตรวจสอบหรือวัดผลได้ตลอด 24 ชั่วโมง จนมั่นใจได้ว่า ผลประโยชน์ที่ได้จะเต็มเม็ดเต็มหน่วยอย่างแท้จริง และระบบที่ว่า คือ ระบบออมเงินของบ้านจินตกวี นั่นเอง

_______________________

คำถามข้อ 3 : จะเชื่อมั่นได้อย่างไรว่าเราจะได้รับผลประโยชน์แบบนี้อย่างแน่นอน?

คำตอบ ==>> เพื่อความมั่นใจได้ว่า ทุกท่านจะได้รับผลประโยชน์อย่างเต็มที่ ระบบออมเงินของบ้านจินตกวี จึงได้คัดเลือกแหล่งเงินทุนที่มั่นคงปลอดภัยและมีเสถียรภาพมากที่สุดในโลก ซึ่งรายละเอียดคร่าวๆ มีดังต่อไปนี้

ข้อ 1 : ก่อตั้งมายาวนานกว่า 130 ปี สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น มีเครือข่ายครอบคลุม 38 ประเทศ และมีสาขามากว่า 483 สาขาทั่วโลก

ข้อ 2 : มีสินทรัพย์มากกว่า 184,100,000,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ มียอดออมเงินของสมาชิกมากกว่า 27,800,000,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และมีพนักงานประจำสาขาทั่วโลกมากกว่า 46,000 คน

ข้อ 3 : เรามีมาตรฐานที่ได้ตั้งไว้ในการดำเนินธุรกิจ คือ

  • เรามีการตรวจสอบการดำเนินงานและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอยู่เป็นประจำ รวมไปถึงการร่วมกับทีมงานในแต่ละประเทศเพื่อการเพิ่มผลผลิต เพิ่มการบริการให้กับลูกค้าและคู่ค้า
  • เรามีขั้นตอนการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่มีประสิทธิภาพให้ทันต่อการพัฒนาใหม่ๆในอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตรวจสอบความเสี่ยงของเราและของลูกค้าทุกคน
  • เรามีขั้นตอนการรับเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นระบบและการจัดการการร้องเรียนของเราจะถูกตรวจสอบและดำเนินการวันต่อวันโดยเจ้าหน้าที่บริการลูกค้าของเรา โดยมีจุดมุ่งหมายในการแก้ปัญหาให้กับลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว เป็นธรรม และ มีประสิทธิภาพ

_______________________

คำถามข้อ 4 : แผนการออม มีรูปแบบอื่นอีกหรือไม่?

คำตอบ ==>> แผนการออมเงินของเรา มีหลากหลายรูปแบบมาก ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละท่าน เช่น การออมแบบมีเงินปันผลทุกปี , การออมแบบมีเงินบำนาญมอบให้จนถึงอายุ 90 ปี , การออมแบบทวีคูณรายได้เป็นหลายเท่าตัว….. ฯลฯ ซึ่งรายละเอียดตรงนี้ ต้องใช้เวลา นั่งคุยกับ อ.โจ้ จินตกวี โดยตรง(ซึ่งใช้เวลาไม่เกิน 15 นาที)

_______________________

คำถามข้อ 5 : ถ้าสนใจแผนการออมแบบต่างๆ จะติดต่อผ่านช่องทางไหนได้บ้าง?

คำตอบ ==>> ทุกท่านสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลที่จำเป็นกับ อ.โจ้ จินตกวี ได้โดยตรง ตามช่องทางต่างๆดังต่อไปนี้

ติดต่ออ.โจ้จินตกวี

_________________________

คำถามสำคัญที่สุด ก่อนจะจบบทความนี้ คือ

  • ท่านได้เตรียมอะไรไว้ให้คนที่ท่านรัก ในวันที่ท่านไม่สามารถออกไปทำงานหาเงินได้? ไม่ว่าจะเป็น คุณพ่อ คุณแม่ คูชีวิต บุตรชาย บุตรหญิง….. ?
  • ท่านรู้ได้อย่างไรว่า ท่านหรือคนที่ท่านรัก จะจากโลกนี้ไปวันไหน?คิดว่าอีกกี่ปี กี่เดือน กี่วัน กี่นาที กี่วินาที?
  • ท่านไม่กล้าแม้แต่จะออมเงินเพียงหลักสิบ-หลักร้อยบาทต่อวัน เพื่อแลกกับเงิน1,000,000บาทในบัญชีธนาคารที่พร้อมจะนำมาใช้จ่ายได้ตลอด24ชั่วโมงเลยเหรอ?
  • ท่านรู้หรือไม่ว่า เงิน 1,000,000 บาท ที่เตรียมไว้ให้คนที่ท่านรัก(หรือแม้แต่ตัวท่านเอง)นี้ มันสามารถช่วยให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้อย่างมีความสุข สะดวก สบาย มั่นคงและปลอดภัย มากแค่ไหน?
  • ท่านอยากรู้ความคุ้มค่าของโครงการออมเงินนี้ ก็แค่เอาเงิน 1,000,000 บาท มาลบกับ เงินออมแต่ละวันที่ท่านคิดว่าจะสามารถออมได้ เช่น ผมออมวันละ 53 บาท = 1,000,000 – 53 = ผมได้กำไรทันที 999,947 บาท ประเด็นคือ แล้วท่านยังจะมัวรีรออะไร? รีบติดต่อ อ.โจ้ จินตกวี ณ ตอนนี้เลยดีมั๊ย?

________________________

ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร ศรัทธาจะนำมาซึ่งความสำเร็จเสมอ…

อ.โจ้ จินตกวี

ภาพนี้บอกอะไร?

ภาพนี้บอกอะไร?

เศรษฐกิจไม่ดีอะไรก็แย่ไปหมด.001

สวัสดีครับทุกท่าน

เมื่อคืนวันที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา ผมขับรถผ่าน แล้วเห็นป้ายไฟป้ายนี้ รู้สึกสะดุด จึงได้ต้ังคำถามว่า “ภาพนี้บอกอะไร?”

หลายคนอาจจะมองว่า “ภาพโฆษณาขายรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า” เพียงแค่นั้น แล้วก็จบๆกันไป

แต่สำหรับผม “มองไปลึกกว่านั้นหลายเท่าตัว”

ข้อ 1. รถขายไม่ออก จึงต้องแข่งขันสูง

ข้อ 2. คนไม่มีเงินซื้อเพราะเศรษฐกิจไม่ดี

เราไปดูบทวิเคราะห์กันเลย

ข้อแรก : รถขายไม่ออก จึงต้องแข่งขันสูง

ในข้อนี้ จริงๆแล้ว ทุกๆค่ายรถยนต์ ต่างก็ปล่อยแคมเปญ “ดาวน์ต่ำ” และ “ผ่อนถูก” ออกมาแทบจะทุกค่าย (เพียงแต่ผมไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ทุกท่านดูแค่นั้นเอง)

ดังนั้น แม้ว่าโตโยต้า จะเป็นค่ายยักษ์ใหญ่แค่ไหน ก็ต้องอยู่ในวงแข่งขันกับค่ายอื่นเช่นกัน จึงต้องมีแคมเปญแบบนี้มาแข่งขันเพื่อช่วงชิงลูกค้า(ลูกค้าคือพระเจ้า)

ข้อสอง : คนไม่มีเงินซื้อ เพราะเศรษฐกิจไม่ดี

ผมให้น้ำหนักกับข้อนี้ มากที่สุด นั่นเป็นเพราะว่า “ในสถานการณ์ปัจจุบัน” จัดอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ โดยเฉพาะในเรื่อง “การเมืองการปกครอง” ซึ่งส่งผลโดยตรงกับเศรษฐกิจของประเทศ ไปดูบทวิเคราะห์แต่ละหัวข้อกัน

  • คนไม่มีเงิน : อย่าว่าแต่ซื้อรถ ดาวน์รถ .. ถ้าไม่มีเงินก็ซื้ออะไรไม่ได้หรอกครับ
  • เศรษฐกิจไม่ดี : คนไม่มีเงิน ก็ไม่ค่อยได้จับจ่ายใช้สอย เมื่อไม่ได้ซื้อของ ก็ไม่มีการซื้อขายเกิดขึ้น ก็ส่งผลให้ ผู้ขายก็นั่งเหงาหงอย ตบยุงกันไปตามๆกัน ในขณะที่ความต้องการในตัวสินค้า/บริการยังมี แต่ไม่มีเงินนั่นเอง
  • คนไม่รู้วิธีหารายได้เสริม : ข้อนี้ จัดได้ว่ามีความสำคัญมากๆต่อการดำเนินชีวิตในยุคปัจจุบัน ซึ่งเป็นยุคที่ข้าวยากหมากแพงเหลือเกิน ราคาน้ำดื่มยังแพงพอๆกับน้ำมัน และเป็นที่แน่นอนว่า “รายได้ทางเดียวมันไม่เพียงพอต่อรายจ่ายที่เพิ่มมากขึ้น” ดังนั้นสิ่งทุกคนต้องทำ คือ “การเพิ่มรายได้เข้ามาให้หลากหลายช่องทางมากขึ้น อย่างน้อยก็ควรจะ 5-10 ช่องทางขึ้นไป”

ประเด็นคือ จะทำยังไงล่ะ ถึงจะมีรายได้เสริมเพิ่มเข้ามาอีกหลายช่องทาง?

คำตอบก็ง่ายมากๆ คือ “การยอมรับความจริงให้ได้ก่อนว่า รายได้ทางเดียวมันไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น

ถูกแล้วครับ ประเด็นแรกที่เราต้องทำ คือ “การตกผลึกแนวคิดตัวเองว่า ถึงเวลาแล้วที่เราต้องหารายได้เสริมเพิ่มเข้ามา”

ผมอยากจะบอกทุกท่านเหลือเกินว่า “ไม่มีใครแก่เกินเรียนหรอกครับ” ทุกคนสามารถพัฒนาตัวเองได้เสมอ ไม่เกี่ยวกับอายุ ไม่เกี่ยวกับการศึกษา

เอาง่ายๆว่า ที่เว็บไซต์ของผม www.coursetorich.com จะมีบทความในชุด อยากรวยทำไง? ทุกท่านสามารถเรียนรู้จากตรงนี้เลยก็ย่อมได้ เพราะจะบอกทุกๆขั้นตอนของการสร้างรายได้กันเลยทีเดียว คลิกที่นี่เลยครับ = อยากรวยทำไง?

นอกจากนี้ ผมยังได้จัดสัมมนาในหัวข้อ “วิธีหาเงินล้านจากกาแฟ(ภายในเวลา1ปี)” รายละเอียด ดูเพิ่มเติมได้ที่บัตรข้างล่างได้เลยครับ(หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.บ้านจินตกวี.com)

ต้นฉบับบัตรคอร์สหาเงินล้านจากกาแฟ

ทั้ง 5 บทเรียนนี้ จะช่วยให้ทุกท่าน พบกับ “วิธีการที่ถูกต้องในการหาเงินล้านจากกาแฟ” อย่างแน่นอน

จงเปิดใจ เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆเข้ามาในชีวิตซะบ้าง เผื่อว่าอะไรมันจะดีขึ้น

สมดังกับคำคมที่ว่า

“ถ้าทำแต่สิ่งที่เคยทำ เราจะได้แต่สิ่งที่เราเคยได้ แต่ถ้าเราอยากได้ในสิ่งที่เราไม่เคยได้ เราต้องทำในสิ่งที่เราไม่เคยทำ”

จงเปลี่ยนตัวเองซะตั้งแต่วันนี้ และที่สำคัญคือ “เปลี่ยนตอนนี้เลย” รีบติดต่อขอลงทะเบียนหลักสูตรสัมมนานี้ทันทีจะดีที่สุด ก่อนที่นั่งจะเต็มซะก่อน

ขอให้ทุกท่านมีความสุขในการเรียนรู้

อ.โจ้ จินตกวี

 

 

ข้อดี13ข้อของคนผอมรูปร่างดี

13ข้อดีของคนผอมเพรียวรูปร่างดี

13ข้อดีของคนผอมเพรียวรูปร่างดี.001

สวัสดีครับ ทุกท่าน ที่ติดตามบทความดีๆจาก บ้านจินตกวี มาโดยตลอด

วันนี้ ผม อ.โจ้ จินตกวี จะมาพูดถึง “13 ข้อดีของคนผอมเพรียวรูปร่างดี” กันบ้างครับ

เพราะว่า มีลูกศิษย์ผมหลายๆคน ถามมาว่า ระหว่างคนอ้วนๆลงพุง ลงสะโพก ลงต้นขา ลง……. ทั้งหลาย แบบไหนดีกว่ากัน? ดังนั้น ผมจึงตั้งใจเขียนบทความนี้ขึ้นมา เพื่อตอบข้อสงสัยนี้… ไปดูรายละเอียดกันเลย..

ข้อดีที่ 1 : รู้สึกพึงพอใจในตนเองมากยิ่งขึ้น

ถูกต้องแล้วครับ การที่ใครจะมีรูปร่างผอมเพรียวสมส่วนได้ ต้องเป็นคนที่รู้จักดูแลตัวเองอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกาย การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ…. จึงทำให้เกิดความรู้สึกพึงพอใจในตนเองมากยิ่งขึ้น พูดง่ายๆว่า “ส่องกระจกทุกวัน ก็มีความสุขทุกวัน” กันเลยทีเดียว

ข้อดีที่ 2 : มีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น

ข้อนี้ มีความสำคัญมากๆ เพราะเวลาเราไปไหนมาไหน เราก็จะรู้สึกมั่นใจตัวเอง ที่รูปร่างสมส่วน ผอม เพรียว ดูทะมัดทะแมง ไปไหนมาไหนก็คล่องแคล่ว จึงทำให้เกิดความรู้สึก “มั่นใจในตัวเอง” ทุกๆครั้งที่จะออกไปไหน ไปทำอะไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าทำอาชีพเกี่ยวกับการขาย บุคลิก คือ ภาพแรกที่ลูกค้ามองเห็น ถ้าลูกค้าประทับใจตั้งแต่แรกพบ การเจรจาทางธุรกิจก็จะง่ายกว่าเดิมหลายเท่าตัวเลยทีเดียว

ข้อดีที่ 3 : สนุกสนานกับการพบปะผู้คนมากขึ้น

ในข้อนี้นั้น มันเป็นผลมาจาก ความมั่นใจในตัวเอง พอเรารู้สึกมั่นใจในรูปร่างตัวเอง เราก็จะรู้สึก “มีความสุขทุกครั้งที่ได้ออกไปพบปะผู้คน” ได้พูดคุยทักทายอย่างผ่อนคลาย ได้พบกับอะไรใหม่ๆเสมอๆ ได้เจอผู้คนมากขึ้น โอกาสแห่งความสำเร็จในหน้าที่การงาน ก็จะมากขึ้น เช่นกัน

ข้อดีที่ 4 : พบกับคู่รักได้ง่ายขึ้น

ว้าวๆๆ ข้อนี้ เหมาะมากๆสำหรับคนโสด นั่นเป็นเพราะว่า การที่เรารูปร่างดี(ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย) จะทำให้เรามีโอกาสได้พบปะผู้คนมากขึ้น มั่นใจตัวเองมากขึ้น บุคลิกภาพของเราก็จะดูดี และแน่นอนว่า ถ้าเป็นแบบนี้ ก็หมายความได้ว่า “รูปร่างที่ดูดีสมส่วน สามารถดึงดูดเพศตรงข้ามได้เป็นอย่างดี” นั่นเอง บางครั้ง อาจจะไม่ใช่คู่รักแบบแฟน แต่อาจจะเป็นรักกันแบบเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ก็เป็นได้ แต่เชื่อเถอะว่า ใครๆก็อยากอยู่ใกล้คนที่มีสเน่ห์อย่างแน่นอน

ข้อดีที่ 5 : มีอายุยืนยาวขึ้น

ข้อนี้ มันเป็นข้อดีที่ยิ่งใหญ่มากๆ เพราะชีวิตของคนเรานั้น มีคุณค่ายิ่งนัก มันสำคัญจนถึงขั้นที่ว่า “การไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ” กันเลยทีเดียว ทุกท่านรู้หรือไม่ว่า ส่วนใหญ่ โรคร้ายแรงต่างๆ มักจะมากับ “ความอ้วน” ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน ความดันฯ โรคหัวใจ โรคมะเร็ง ฯลฯ ก็ล้วนมีสาเหตุมาจาก การที่ร่างกายสะสมไขมันไว้ในร่างกายเรามากมาย อีกทั้ง ในชีวิตประจำวันของเรา ก็เต็มไปด้วยสารพิษ จึงมีความเสี่ยงที่จะป่วยเป็นโรคร้ายแรงตลอดเวลา ดังนั้น สำหรับคนผอมเพรียวรูปร่างดี ส่วนใหญ่ ร่างกายจะสมบูรณ์แข็งแรง จึงทำให้มีอายุได้ยาวนานขึ้นหลายเท่าตัวกันเลยทีเดียว

ข้อดีที่ 6 : ร่างกายแข็งแรงขึ้น

ข้อนี้ มันเป็นความจริงอย่างยิ่งว่า “คนที่รูปร่างผอมสมส่วน” ส่วนใหญ่เกิดจากการดูแลสุขภาพตัวเองอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมอาหาร การได้รับอากาศที่บริสุทธิ์ การออกกำลังกาย การพักผ่อนอย่างเพียงพอ การขับถ่ายที่ดี ฯลฯ เมื่อทุกอย่างสมดุลกัน สุขภาพก็จะสมบูรณ์แข็งแรงเช่นเดียวกัน ประเด็นคือ ถ้าร่างกายเราแข็งแรง เราก็จะทำกิจกรรมต่างๆได้อย่างมีความสุข เช่น การพาครอบครัวไปออกกำลังกาย การทำกิจกรรมดีๆกับลูกๆ การไปเที่ยวเชิงอนุรักษ์กับครอบครัว…. จึงทำให้สุขภาพจิตดี เมื่อสุขภาพจิตดี สุขภาพกายก็จะดีตามไปด้วย นั่นเอง

ข้อดีที่ 7 : ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง

ว้าวๆๆ ข้อนี้ มันก็สุดยอดอีกเช่นกัน หลายคนอาจจะสงสัยว่า การเป็นคนผอมเพรียวรูปร่างดี ไปเกี่ยวข้องอะไรกับความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน? คำตอบคือ ถึงไม่เกี่ยวโดยตรง แต่ก็เกี่ยวโดยอ้อมไงครับ เช่น เมื่อเราผอมเพรียว บุคลิกเราก็จะดูดี การทำงานของเราก็จะคล่องแคล่ว ว่องไว ทำงานอย่างกระฉับกระเฉง ออกไปพบลูกค้า ก็มีแต่คนชอบตั้งแต่เจอครั้งแรก ส่งผลให้มีลูกค้าทุกวัน เมื่อมีผลงาน ความก้าวหน้าในหน้าที่การงานก็จะตามมานั่นเองครับ

ข้อดีที่ 8 : เข้าสังคมได้มากขึ้น

ข้อนี้ก็อีกเช่นกัน ที่คนที่มีรูปร่างดี สมส่วน จะมีโอกาสสำเร็จได้มากกว่า นั่นเป็นเพราะการมีความมั่นใจตัวเอง การมีบุคลิกที่ดูดี มีสเน่ห์ การมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ส่งผลให้มีอารมณ์ดี จึงดึงดูดผู้คนเข้ามามากมาย จึงทำให้มีโอกาสได้เข้าสังคมได้อย่างหลากหลาย เพราะการดูดีมีสเน่ห์นี่เอง ส่งผลให้ใครๆก็อยากอยู่ใกล้ๆ จึงมีโอกาสเข้าสังคมได้มากขึ้น นั่นเอง

ข้อดีที่ 9 : สวมใส่เสื้อผ้าแล้วดูดีมากขึ้น

ข้อนี้ เกิดจากการที่เรามีรูปร่างที่สมส่วน การใส่เสื้อผ้าเราก็จะดูดีมากขึ้นเช่นเดียวกัน อีกอย่างคือ ถ้ารูปร่างเราคงที่ เราก็จะประหยัดค่าเสื้อผ้าใหม่ไปอีกหลายบาทต่อเดือน เพราะไม่ต้องไปวิ่งซื้อชุดใหม่เสมอๆเวลารูปร่างอ้วนขึ้น ท้วมขึ้น ดังนั้น คนที่รูปร่างดี สมส่วน เวลาใส่เสื้อผ้าออกมา ก็จะดูดีมากๆ ถ้าเป็นผู้ชายก็ทะมัดทะแมง ดูสุภาพ แต่ถ้าเป็นผู้หญิงก็จะดูเซ็กซี่ มีสะโพกผาย ไหล่ผึ่ง ก้นงอนๆ …. อะไรๆก็ดูดีไปหมด

ข้อดีที่ 10 : ได้รับความสนใจจากผู้คนเพิ่มมากขึ้น

ข้อนี้ เป็นเรื่องที่ดีมากๆสำหรับคนผอมเพรียว เพราะ จะเป็นที่ดึงดูดสายตาผู้คนที่พบเห็นได้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน กับใคร ก็จะดูดี ดูเด่นกว่าคนอ้วนๆ ท้วมๆ เชื่อเถอะว่า เพศตรงข้าม ชอบคนที่มีรูปร่างผอมเพรียวสมส่วนดูดี แบบนี้ ยังไงคนรูปร่างดีก็ต้องดีกว่า คนอ้วน คนอวบเป็นไหนๆ พอเราได้รับความสนใจมากขึ้น สิ่งดีๆก็จะตามมามากมาย เช่น คู่ชีวิตดีๆ หน้าที่การงานดีๆ เพื่อนดีๆ ฯลฯ

ข้อดีที่ 11 : ได้รับรอยยิ้มจากผู้อื่นเพิ่มมากขึ้น

ข้อนี้ เป็นสิ่งที่ดีมากๆในการดำรงชีวิตในแต่ละวันของคนเรา การที่เรามีบุคลิกภาพที่ดี ใครอยู่ด้วยก็จะรู้สึกมีความสุข ผ่อนคลาย เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ลองถามตัวเองดูสิครับว่า “ถ้าเราอยู่กับเพื่อนที่ดูดี ขาว หล่อ สวย เราจะมีความสุขขนาดไหน” (ไม่สุขได้ไงถูกแวดล้อมไปด้วยคนหล่อๆสวยๆรูปร่างดี) ดังนั้น คนเรา ถ้ามีความสุข ชีวิตก็จะเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ ซึ่งส่งผลให้เราได้รับรอยยิ้มจากคนรอบข้างด้วยเช่นเดียวกัน

ข้อดีที่ 12 : เข้ากับผู้คนได้ง่ายขึ้น

ข้อนี้ เป็นข้อดีสำหรับการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้คน ด้วยเหตุที่เรารูปร่างดี ใครๆก็อยากจะมาอยู่ใกล้เรา อยากจะมาร่วมงานกับเรา อยากจะมีความสัมพันธ์กับเรา เราจึงมีเพื่อนฝูงเยอะ มีความหลากหลาย มีความเป็นกันเอง มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันและกัน ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีความสุข

ข้อดีที่ 13 : มีโอกาสสร้างรายได้อย่างง่ายดาย

ข้อนี้ เป็นข้อดีที่สำคัญที่สุดสำหรับคนที่มีรูปร่างดี ผอม เพรียว บุคลิกภาพดี … เวลาไปสมัครงานที่ไหน ผู้บริหารมักจะยกเอาเรื่องบุคลิกภาพมาเป็นประเด็นแรกที่จะพิจารณา คนรูปร่างดีจึงมักจะมีโอกาสได้งานก่อนเพื่อน นอกจากนี้ คนที่รูปร่างดี หล่อ สวย ขาว ใส ยังมีโอกาสที่จะได้เป็นพระเอก นางเอก เป็นนางแบบ นายแบบ เป็นดารา นักร้อง นักแสดง เป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาสินค้า ฯลฯ เหล่านี้ล้วนแต่สร้างรายได้ให้กับคนรูปร่างดีได้อย่างมากมายหลากหลายช่องทาง นำมาซึ่งงานสบายๆพร้อมกับรายได้ที่มากมายเช่นกัน

_____________________________

เป็นไงกันบ้างครับ สำหรับ “13 ข้อดีของคนผอมเพรียวรูปร่างดี” พอจะเป็นแรงผลักดันให้กับคนอ้วนๆที่อยากผอมได้มั๊ย อย่างที่บอกว่า “รูปร่าง ผอม สมส่วน” นอกจากจะดูดีแล้ว ยังนำมาซึ่งสิ่งดีๆอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสัมพันธ์ ความรัก รวมไปถึงรายได้อย่างมากมายหลากหลายช่องทาง

หลายคน สอบถามผมเข้ามาว่า “ทำยังไง ถึงจะผอม เพรียว รูปร่างดีแบบง่ายๆ” เพราะไม่ค่อยมีเวลาได้ดูแลสุขภาพตัวเอง ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ไม่ค่อยได้เข้าฟิตเนส ฯลฯ วันๆก็ทำแต่งาน แต่อยากจะมีรูปร่างดี ผอม หล่อ สวย เหมือนคนอื่นเขาบ้าง?

วิธีที่ง่ายๆที่สุด คือ “การใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร” นั่นเองครับ

แต่ประเด็นที่หลายคน รู้สึกกังวล คือ “กลัวไม่ได้ผล กลัวโดนหลอก กลัวโยโย่ กลัว……….” คิดไปเองต่างๆนาๆ

ผมก็อยากจะบอกกับทุกท่านว่า

“ผมมีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ดีๆ พร้อมกับการันตีผลลัพธ์

จนกล้ารับประกันคืนเงิน100%ถ้าไม่เห็นผลภายใน7วัน”

ด้วยการที่ผม “กล้ารับประกันความพอใจ” คืนเงิน 100% นี่เอง ที่สามารถทำให้ทุกท่านมั่นใจได้ว่า “ความเสี่ยงของท่านมีค่า = 0” ท่านจึงไม่มีอะไรต้องเสีย

หลังจากที่ท่านจ่ายเงินซื้อไปทดลองใช้แล้ว มันไม่เห็นผลภายใน 7 วัน ท่านก็แค่ติดต่อข้อรับเงินคืน มันง่ายๆแค่นี้จริงๆ

ผลิตภัณฑ์ที่ผมจะแนะนำ คือ

1)Jory ล้างสารพิษลำไส้

Jorynew

ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ เป็นกระบวนการ ล้างสารพิษที่เกาะอยู่ตามผนังลำไส้ จนแข็งเป็นตะกรัน(ดูภาพประกอบ)ซึ่งการล้าง จะล้างแค่ 3 วันก็ได้ หรือบางท่านอาจต้องล้างมากถึง 7วันก็มี แล้วแต่งบประมาณของแต่ละคน

หลังจากที่เราล้างลำไส้แล้ว เราก็จะไปสู่กระบวนการ “บล๊อคไขมันใหม่ สลายไขมันเก่า และเปลี่ยนไขมันให้กลายเป็นกล้ามเนื้อ” ซึ่งผมแนะนำผลิตภัณฑ์ตัวที่ 2 คือ

2)Mina จัดการไขมันใน3ขั้นตอน คือ การบล๊อค การเบิร์น และเฟิร์ม นั่นเอง

qc

ผลิตภัณฑ์ตัวนี้จะโดดเด่นมากในเรื่องของการ “จัดการกับไขมันได้อย่างอยู่หมัด” มีรีวิวจากผู้ใช้แล้วเห็นผลอย่างมากมายจนกล้าการันตีผลลัพธ์อย่างเต็มที่ 1,000,000% กันเลยทีเดียว

สุดท้าย ก็จะเป็นการปิดท้ายทุกเช้าเย็นด้วย เครื่องดื่มกาแฟจินตกวี และ เครื่องดื่มคอลลาเจน+เบต้ากลูแคน

กาแฟจินตกวี

Berry

ซึ่งทั้ง 2 ตัวนี้ จะทำให้ร่างกายเราสะอาดปลอดภัยจากสารพิษ ช่วยดูแลรูปร่างอย่างเป็นระบบ ช่วยบำรุงสมอง และบำรุงร่างกายให้แข็งแรงตลอดเวลา ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ขาวเนียนใสแบบมีออร่าจากภายในสู่ภายนอก ช่วยเพิ่มสมรรถภาพในการทำงานได้มากยิ่งขึ้น

แน่นอนว่า “ถ้าผลิตภัณฑ์ไม่ดีจริง ผมจะไม่กล้ารับประกัน คืนเงิน 100% อย่างแน่นอน”

วิธีการสั่งซื้อ และรายละเอียดผลิตภัณฑ์ มีอยู่แล้วด้านข้าง ท่านสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมประกอบการตัดสินใจได้เลยครับ

____________________________________

ขอให้มีความสุขกับการมีรูปร่างที่ผอมเพรียวสมส่วน นะครับ

____________________________________

อ.โจ้ จินตกวี

3หัวใจแห่งความงาม

3หัวใจแห่งความงาม

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ 3 หัวใจแห่งความงาม

3 หัวใจแห่งความงามตลอดกาล แอสตาแซนธิน เซราไมด์ และ น้ำทับทิม 1. แอสตาแซนธิน ( Astaxanthin) หัวใจแห่งความอ่อนเยาว์ของผิวพรรณ แอสตาแซนธิน คือ สารต้านอนุมูลอิสระที่ได้รับการยอมรับจากวารสารทางวิชาการระดับนานาชาติใน เรื่องการดูแลผิวให้คงความอ่อนเยาว์ แอสตาแซนธินเป็นสารสีแดงที่สามารถพบได้ตามธรรมชาติจากปลาแซลมอน, ปลาเทราท์, ไข่ปลาคาเวียร์, เปลือกกุ้ง, เปลือกปู (อ้างอิงที่ 1) และสาหร่ายฮีมาโตคอกคัส พลูวิเอลิส (Haematococcus pluvialis) ซึ่งถือได้ว่าเป็นแหล่งที่มีแอสตาแซนธินมากที่สุดในธรรมชาติ (อ

     มีงานวิจัยหลายฉบับที่ศึกษาผลของแอสตาแซนธินต่อสุขภาพผิวพบว่า การรับประทานแอสตาแซนธินอย่างสม่ำเสมอเป็นเวลาต่อเนื่องกัน 6-8 สัปดาห์ พบว่าริ้วรอยตื้น (Fine wrinkle) บนผิวแลดูลดเลือนลง ความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้นของผิวดีขึ้น จุดด่างดำจากแสงแดดลดลง และสุขภาพผิวโดยรวมดีขึ้น (อ้างอิงที่ 3)
กราฟแสดงเปอร์เซ็นต์ (%) การเปลี่ยนแปลงของผิวในทางที่ดีขึ้น เปรียบเทียบระหว่างผู้ที่ได้รับแอสตาแซนธิน 2 มก. วันละ 2 ครั้ง และผู้ที่ได้รับยาหลอกเป็นเวลาต่อเนื่อง 6 สัปดาห์ จากอาสาสมัครหญิงจำนวน 49 คน อายุเฉลี่ย 47 ปี (Yamashita E. and Hashimoto H., 2006)

1. เซราไมด์ (Ceramide)

หัวใจแห่งความแข็งแรงและความชุ่มชื้นของผิวพรรณ

เซราไมด์ เป็นองค์ประกอบหลักของไขมันทั้งหมดในผิวชั้นบนสุดของหนังกำพร้า ทำหน้าที่เชื่อมให้เคราตินบนผิวชั้นบนสุดเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ จึงทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันต่างๆ ของผิว เช่น ป้องกันและปกปิดอวัยวะภายในไม่ให้ได้รับอันตราย ป้องกันเชื้อโรคไม่ให้เข้าสู่ร่างกายได้โดยง่าย ช่วยรักษาอุณหภูมิของร่างกายให้คงที่ อีกทั้งยังช่วยกักเก็บน้ำและรักษาความชุ่มชื้นสำหรับผิว รวมทั้งรักษาระดับการซึมผ่านของน้ำในผิว จึงช่วยให้ผิวแข็งแรง เปล่งปลั่งสดใส ไม่แห้งกร้าน

มีข้อมูลจากงานวิจัยที่สอคล้องกับคุณสมบัติของเซราไมด์ที่กล่าวมาโดยรายงาน ว่า การลดลงของระดับเซราไมด์จะส่งผลให้ระดับความชุ่มชื้นของผิวลดลงจนกระทั่งผิว แห้งกร้าน แตกลาย และนำไปสู่การเกิดริ้วรอยร่องลึกอย่างถาวร รวมไปถึงโรคผิวหนังต่างๆ ได้แก่ โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic dermatitis) โรคผื่นแพ้จากการสัมผัส (Contact dermatitis) และโรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) (อ้างอิงที่ 4,5)

นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยในประเทศญี่ปุ่นรายงานว่า การรับประทานเซราไมด์ที่ได้จากพืช (Plant ceramide) จะทำให้ปริมาณน้ำในชั้นผิวหนังมีระดับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้รับประทานเซราไมด์ (อ้างอิงที่ 6) ดังนั้น การรับประทานเซราไมด์จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการดูแลผิวให้แข็งแรง และคงความชุ่มชื้นของผิวไว้ โดยเซราไมด์จะพบได้มากในอาหารจำพวกข้าวในส่วนของรำข้าวและจมูกข้าว ซึ่งข้าวที่ถูกขัดสีไปจะมีส่วนประกอบของเซราไมด์เหลืออยู่น้อยมาก จึงควรเลือกรับประทานเซราไมด์ที่สกัดมาจากข้าวโดยตรง

และยังพบว่า เซราไมด์มีคุณสมบัติเป็นไวท์เทนเนอร์ (Whitener) สามารถลดการสังเคราะห์สารเมลานินได้ด้วยกลไกการชะลอการกระตุ้น ERK (Extracellular signal-regulated protein kinase (อ้างอิงที่ 7) จากข้อมูลสนับสนุนดังกล่าว เซราไมด์จึงเหมาะในการช่วยฟื้นฟูสภาพผิวที่แห้งรุนแรง ปกป้องและสร้างเกราะป้องกันความชุ่มชื้นให้กับผิวพรรณ เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีผิวแห้งกร้าน ผิวแพ้ง่าย และผิวที่เริ่มมีริ้วรอย

2. ทับทิม (Pomegranate ; Punica granatum L)

หัวใจของการดูแลรักษาองค์รวมแห่งสุขภาพ

ทัมทิม ผลไม้รสเปรี้ยวอมหวาน อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงหลายชนิด ทั้งในเปลือก เมล็ด และน้ำทับทิม ได้แก่ Polyphenols, Anthocyanins, Anthrocyanidins, Ellagic acid derivatives และ Hydrolyzabie tannins ทับทิมจึงได้รับการยอมรับจากงานวิจัยอย่างแพร่หลายในคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ ได้แก่ (อ้างอิงที่8,9)

1. ส่งเสริมสุขภาพผิวพรรณให้ดีขึ้น

2. ลดการสะสมไขมันที่ผนังหลอดเลือด ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดอุดตัน และโรคหัวใจขาดเลือด

3. บำรุงตับ ปกป้องตับจากสารพิษต่างๆ

4. ลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งเต้านม และมะเร็งต่อมลูกหมาก

เอกสารอ้างอิง

1. Cosmetic benefit of astaxanthin on humans subject. Acta Biochimica Polonica. 2012 ; 59(1) : 43-47

2. Astaxanthin, a carotenoid with potential in human health and nutrition. J Nat Prod. 2006 Mar; 69(3):443-9

3. The Effect of a Dieatry Supplement Containing Astaxanthin on Skin Condition. Carotenoid Science. 2006 Volum 10

4. Ceramides and skin function. Am J Clin Dermatol. 2003;4(2): 107-29

5. Role of ceramides in barrier function of healthy and diseased skin. Am J Clin Dermatol. 2005;6(4):215-23

6. Evaluation of skin-moisturizing effects of oral or percutaneous use of plant ceramides. Rinsho Byori. 2007 Mar;55(3):209-15

7. Delayed ERK activation by ceramide reduces melanin synthesis in human melanocytes. Cell Signal. 2002 Sep; 14(9):779-85

8. Albrecht M., Jiang W., Kumi-Diaka J., Lansky EP., Gommersall LM., Patel A., Mansel RE., Neeman I., Geldof AA., and Campbell MJ. (2004). Pomegranate extracts potently suppress proliferation, xenograft growth, and invasion of human prostate cancer cells. Journal of Medicinal Food. 7(3): 274-283.

9. Aviram M., Dornfeld L., Kaplan M., Coleman R., Gaitini D., Nitecki S., Hofman A., Rosenblat M., Volkova N., Presser D., Attias J., Hayek T., and Fuhrman B. (2002). Pomegranate juice flavonoids inhibit low-density lipoprotein oxidation and cardiovascular diseases: studies in atherosclerotic mice and in humans. Drugs under experimental and clinical research. 28(2-3): 49-62.

ขอบคุณข้อมูลทั้งหมดจาก

http://giffarine.com/th/interesting_view.php?id=117&lang=th&page=2

หลักสูตร : วิธีหาเงินล้านจากกาแฟ

หลักสูตร : วิธีหาเงินล้านด้วยกาแฟ

ต้นฉบับบัตรคอร์สหาเงินล้านจากกาแฟ

หลักสูตรนี้ จัดทำขึ้นเพื่อ “ช่วยให้ทุกคนสามารถสร้างเงินล้านได้ง่ายๆ” โดยใช้สินค้าที่ทุกคนรู้จักดี ซึ่งก็คือ กาแฟ นั่นเอง

กาแฟบ้านจินตกวีกาแฟเพื่อสุขภาพ

หลักสูตร : วิธีหาเงินล้านจากกาแฟ(ภายใน 1 ปี) นี้ เป็นหลักสูตรแบบเร่งรัด เรียนรู้ระยะสั้น เพียงแค่ 3 ชั่วโมง ก็เริ่มสร้างเงินล้านจากกาแฟได้ทันที(อาจจะเริ่มสร้างรายได้ทันทีหลังจากเรียนจบกันเลยทีเดียว)

เนื้อหาของหลักสูตร : วิธีหาเงินล้านจากกาแฟ(ภายใน 1ปี) ประกอบไปด้วย

Module 1 : ทำไมต้องหาเงินล้านจากกาแฟ?

ในโมดูลนี้ จะตอบคำถามที่ว่า ทำไมต้องหาเงินล้านจากกาแฟ? นั่นหมายความว่า จริงๆแล้ว รูปแบบการหาเงินล้าน มีอยู่มากมายหลายรูปแบบ แต่ทำไมเราต้องเลือกสร้างเงินล้านด้วย กาแฟ ถ้ารู้เคล็ดลับนี้แล้ว ทุกท่านจะร้อง อ๋อ…… ออกมาทันทีว่า ทำไมเราควรเลือกสร้างเงินล้านด้วยกาแฟ? แน่นอนว่า มันเป็นเหมือนเส้นผมบังภูเขา และที่สำคัญคือ “เคล็ดลับนี้ รู้ได้เฉพาะกลุ่ม” เท่านั้นเอง มันจึงเป็นข้อมูลที่สำคัญมากๆ ที่ทุกท่านจะพลาดไม่ได้เป็นอันขาด

Module 2 : การหาเงินล้านจากกาแฟ มีกี่รูปแบบ? อะไรบ้าง?

ในโมดูลนี้ จะตอบคำถามที่ว่า การหาเงินล้านด้วยกาแฟ มีกี่รูปแบบ? อะไรบ้าง? นั่นหมายความว่า ในเบื้องลึกจริงๆแล้ว ธุรกิจกาแฟ แบ่งออกได้หลากหลายรูปแบบมากๆ ประเด็นคือ สำหรับบุคคลธรรมดาอย่างเราๆท่านๆ จะเลือกรูปแบบไหนล่ะ ถึงจะเหมาะกับบุคลิกอย่างเรา? รายได้อย่างเรา? อาชีพอย่างเรา? ซึ่งแน่นอนว่า มันมีรูปแบบที่สร้างรายได้แค่ชั่วครั้งชั่วคราว และ การสร้างรายได้แบบยั่งยืนตลอดกาลนาน ดังนั้น ในโมดูลนี้ จะเปิดเผยเคล็ดลับที่สำคัญต่อความสำเร็จของแต่ละรูปแบบ จึงเป็นข้อมูลที่สำคัญมากๆ ถ้าพลาดโมดูลนี้ ก็มีค่าเท่ากับ “ไม่เข้าใจประเด็นสำคัญของหลักสูตรทั้งหมด” กันเลยทีเดียว

Module 3 : กาแฟที่เหมาะจะนำมาสร้างเงินล้านต้องมีลักษณะอย่างไร?

ในโมดูลนี้ จะตอบคำถามที่ว่า ถ้าเราอยากมีเงินล้านจากกาแฟ เราต้องเลือกกาแฟที่มีลักษณะแบบไหน? นั่นหมายความว่า จริงๆแล้ว การที่เราจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จในการสร้างเงินล้านด้วยกาแฟนั้น มันขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่เราจะเอาไปแลกกับเงิน ถ้าเราเลือกสิ่งไม่ดีไปขาย ก็เตรียมตัวเจ๊งกันไปได้เลยไม่วันใดก็วันหนึ่ง ประเด็นคือ อะไรคือวัตถุดิบที่ดี อะไรคือกาแฟที่ดีที่สามารถขายได้ตลอด ขายได้ทุกวัน ขายได้ทุกสัปดาห์ ขายได้ทุกเดือน ขายได้ทุกปี? ขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง ? …….. ถ้าตอบคำถามเหล่านี้ได้ ก็เตรียมตัวนอนกอดเงินล้านได้เลย

Module 4 : ขั้นตอนการหาเงินล้านจากกาแฟ Step by Step ทำอย่างไร?

โมดูลนี้ เป็นโมดูลที่สุดยอดมากๆ เพราะจะเปิดเผย ขั้นตอนการหาเงินล้านจากกาแฟแบบ Step by Step โดยบอกอย่างหมดเปลือกกันไปเลยว่า ขั้นตอนที่ 1 ต้องทำอะไร ? ขั้นตอนที่ 2 ต้องทำอะไร ? ขั้นตอนที่ 3 , 4 , 5 , ……… ต้องทำอะไรยังไงบ้าง? ซึ่งนั่นหมายความว่า แม้ว่าท่านจะไม่เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับกาแฟ หรือไม่เคยหาเงินล้านจากกาแฟมาก่อน ก็จะสามารถลงมือทำตามได้อย่างง่ายๆ มันง่ายจนใครๆต้องบอกว่า “แม้แต่เด็กประถม ถ้าได้เรียนรู้โมดูลนี้ ก็จะสามารถทำตามได้ง่ายๆ สบายๆกันเลยทีเดียว” ดังนั้น ทุกท่านจะพลาดโมดูลนี้ไม่ได้เป็นอันขาด เพราะมันเป็นโมดูลที่จะตัดสินกันไปเลยว่า “เราจะสร้างเงินล้านจากกาแฟได้หรือไม่ได้?” งั้นจะรออะไร รีบลงทะเบียนตั้งแต่วินาทีนี้เลยดีมั๊ย?

Module 5 : จะสร้างรายได้เดือนละ 56,000 บาท จากกาแฟได้อย่างไร?

โมดูลนี้ จะเปิดเผยเคล็ดลับในการสร้างรายได้ สัปดาห์ละ 14,000 บาท หรือ เดือนละ 56,000 บาท(แบบไม่มีกั๊กกันไว้เลยทีเดียว) ซึ่งแน่นอนว่า “เคล็ดลับนี้ จะไม่สามารถหาได้จากที่อื่นๆอย่างแน่นอน” เพราะพวกเขาเหล่านั้น ไม่มีวันที่จะ รู้ลึก รู้จริง เกี่ยวกับเทคนิคที่สำคัญๆนี้ มันเป็นความลับที่ถูก ปกปิด ไว้ให้กับ ผู้คนที่พร้อมจะทุ่มเทชีวิตและจิตวิญญาณในการสร้างเงินล้านจากกาแฟอย่างแท้จริง เท่านั้น! ใครที่ไม่มีคุณสมบัตินี้ ต้องขออภัยที่เราจะบอกว่า หลักสูตรวิธีหาเงินล้านจากกาแฟ(ภายในเวลา 1 ปี)นี้ ไม่เหมาะกับท่านและสิ่งที่ท่านควรทำคือ ปิดหน้านี้ทิ้งไป และกลับไปอยู่ใน Comfort Zone ของท่านต่อไป

แต่ถ้าท่านใด ยืนยันว่า ท่านพร้อมจะทุ่มเทชีวิตและจิตวิญญาณในการสร้างเงินล้านจากกาแฟอย่างแท้จริง เราก็จะบอกกับท่านว่า หลักสูตรวิธีหาเงินล้านจากกาแฟ(ภายในเวลา 1 ปี)นี้ เหมาะกับท่านเป็นอย่างยิ่งถ้างั้น จะมัวรอช้าอยู่ใย รีบคลิกลงทะเบียนหลักสูตรนี้ ณ ตอนนี้ทันที

ขั้นตอนการลงทะเบียนหลักสูตรนี้ ก็ง่ายๆเพียงแค่ 3 ขั้นตอนเท่านั้นเอง

ขั้นที่ 1 : โอนเงินเข้าสู่บัญชีธนาคาร ตามรายการข้างล่างนี้เป็นจำนวน 699 บาท(เก็บหลักฐานไว้ยืนยัน)

Bank-List-richhappily

ขั้นที่ 2 : ยืนยันการโอนเงิน(เมนูด้านบน)

ขั้นที่ 3 : รอรับอีเมล์ยืนยันการลงทะเบียนพร้อมกับรับรหัสผ่านเข้าสู่ระบบได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

แล้วพบกันใน วันที่ 3 กันยายน 2559

______________________

อ.โจ้ จินตกวี

______________________

ปล. โบนัสพิเศษ เฉพาะคนที่ลงทะเบียนภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2559 นี้เท่านั้น

รับฟรีทันที!(ในวันที่ 3 กันยายน 2559)

1.หนังสือ+DVD : วิธีหาเงินล้านจากกาแฟ(ภายใน 1 ปี) มูลค่า 499 บาท

2.คอร์สเรียนออนไลน์ : วิธีหาเงินล้านจากกาแฟ(ภายใน 1 ปี) มูลค่า 499 บาท

3.ของขวัญชิ้นพิเศษจากบ้านจินตกวี มูลค่า 499 บาท

รวมมูลค่าทั้งสิ้น มูลค่า 1,497 บาท

ฟรี 100% (อย่างไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น)

_________________________________________

ถาม-ตอบ เกี่ยวกับหลักสูตร : วิธีหาเงินล้านจากกาแฟ(ภายใน 1 ปี)

_________________________________________

ข้อ 1 : หลักสูตรนี้ เป็นธุรกิจเครือข่าย ขายตรง หรือไม่?

ข้อ 2 : หลักสูตรนี้ เป็นแชร์ลูกโซ่ มันนี่เกม พิรามิด หรือไม่?

ข้อ 3 : หลักสูตรนี้ คนทำงานประจำ สามารถสร้างเงินล้านได้หรือไม่?

ข้อ 4 : หลักสูตรนี้ ชาวไร่ ชาวนา ชาวบ้านระดับรากหญ้า สามารถสร้างเงินล้านได้หรือไม่?

ข้อ 5 : หลักสูตรนี้ คนที่ไปร่วมสัมมนาไม่ได้ จะได้รับโบนัสพิเศษหรือไม่?

_________________________________________

คำตอบของคำถามทั้ง 5 ข้อ มีขั้นตอนง่ายๆ คือ

ขั้นที่ 1 : พิมพ์ข้อความว่า “สนใจหลักสูตรวิธีหาเงินล้านจากกาแฟ”

ขั้นที่ 2 : ส่ง SMS ไปที่เบอร์ Call Center : 098-6476497

ขั้นที่ 3 : รอรับคำตอบภายในเวลาไม่เกิน 5 นาที

__________________________________________

……ขอให้มีความสุขในการใช้ชีวิต……

 

ทำไมผมไม่ป่วยอีกเลย?

ทำไมผมไม่ป่วยอีกเลย?

ทำไมผมไม่ป่วยอีกเลย?

 

สวัสดีครับทุกท่าน ก่อนอื่น ผม อ.โจ้ จินตกวี ก็ขอขอบคุณทุกๆท่านที่ติดตามอ่านบทความของผมด้วยดีเสมอมา

วันนี้ ผมมีเคล็ดลับดีๆมาฝากทุกๆท่านอีกเช่นเคย นั่นคือ “ทำไม ผมถึงไม่ป่วยอีกเลย?”

ทุกท่านรู้หรือไม่ว่า ก่อนหน้านี้ ตลอดช่วงเวลากว่า 25 ปี ผมมีโรคประจำตัว 1 อย่าง คือ “เป็นไข้เจ็บคอ”

  • – เป็นไข้ขึ้นสูงจนต้องเอาผ้าชุบน้ำพรมตัวตลอดเวลา
  • – มีอาการเจ็บคอมากๆจนทานอะไรไม่ได้
  • – ต้องพกกระติกน้ำอุ่นไปไหนมาไหนตลอด
  • – ทุกครั้งที่จะออกจากบ้าน ต้องหอบถุงยาแก้อักเสบไปด้วยตลอด
  • – เป็นไข้บ่อยจนพลาดงานสำคัญๆหลายๆอย่าง
  • – ฯลฯ

ใครก็ตาม ที่มีวิถีชีวิตเหมือนผม ก็อย่ากังวลไปเลย นั่นเป็นเพราะว่า “ผมมีเคล็ดลับดีๆมาฝากทุกท่าน” แล้วท่านจะไม่ป่วยอีกเลย

ผมใช้หลักในการดูแลสุขภาพ คือ “หลัก 5 อ. เพื่อส่งเสริมสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรง” ไปดูรายละเอียดกันเลยครับ

มนุษย์เราเกิดมาต้องการอะไร? บางคนตอบว่าต้องการความสุข อะไรคือความสุขในชีวิตของมนุษย์เรา?

 

ชีวิต ที่มีความสุข คือ ชีวิตที่มีความสะดวกสบาย นึกอยากจะทำอะไร อยากได้อะไร ก็สามารถทำได้ หรือหาซื้อมาได้ แต่นั่นคงจะไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง เพราะหากจิตใจไม่สบาย ร่างกายอ่อนแอ เจ็บไข้ได้ป่วยกระเสาะกระแสะ ก็คงไม่มีความสุข ดังนั้นปัจจัยหลักที่ทำให้คนมีความสุขก็ต้องเป็นผู้ที่มีสุขภาพร่างกายแข็ง แรง

มีคำแนะนำทางการแพทย์ว่า คนเราจะมีสุขภาพดี ต้องประกอบด้วย 5 อ. คือ อาหาร อากาศ อารมณ์ อุจจาระ และออกกำลังกาย ซึ่งสามารถแยกแยะได้ ดังนี้

อาหาร

อาหาร ควรเป็นอาหารที่เหมาะสมกับร่างกาย กินแล้วให้ประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่มีโทษหรือพิษภัย หรือมีผลข้างเคียงให้เกิดโรคภัยภายหลัง

 

 

 

 

อากาศ

อากาศ ที่ใช้หายใจเข้าออก ต้องเป็นอากาศที่บริสุทธิ์ ปราศจากมลพิษใดๆ เพราะหัวใจของคนต้องการอากาศเข้าไป เพื่อสูบฉีดโลหิตไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ให้ทำงานตลอดเวลา อากาศบริสุทธิ์ทำให้รู้สึกสดชื่น มีความสุข

 


อารมณ์ดี

 

อารมณ์ ผู้ที่มีอารมณ์แจ่มใส ร่าเริง จะมีความสุขกว่าคนที่มีอารมณ์ขุ่นมัว หงุดหงิด ฉุนเฉียว นอกจากนั้นแล้วยังมีผลต่อระบบการทำงานของอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายอีกด้วย

 

 

อุจจาระ

อุจจาระ คือ กากอาหาร หรือของเสียที่ร่างกายย่อยแล้ว นำส่วนที่ดีไปใช้ หลังจากนั้นก็จะขับถ่ายออกมา หากตกค้างอยู่ในร่างกายนานเกินไป จะทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ คนที่มีระบบขับถ่ายที่ดี จะมีหน้าตาสดใส มีน้ำมีนวล ตรงกันข้ามกับคนที่ไม่ค่อยขับถ่าย หรือที่เรียกว่า ท้องผูก

 

 

 

ออกกำลังกาย

ออกกำลังกาย เป็นการบริหารอวัยวะทั้งภายในและภายนอก ทำให้ได้รับการเคลื่อนไหว ช่วยให้เกิดการเสริมสร้างส่วนที่ขาด หรือลดส่วนที่เกิน ช่วยในการทำงานของหัวใจ ปอด ฯลฯ คนที่ไม่ออกกำลังกายจะเป็นคนอ่อนแอ ขาดภูมิต้านทาน เจ็บป่วย เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย

 

 

ทีนี้ มาพูดกันถึงเรื่องอาหารที่เรากินอยู่ทุกวัน อาหารอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย? เพราะในโลกนี้มีอาหารมากมาย หลากหลายชนิด เรากินเข้าไปอาจมีประโยชน์ หรือไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายก็ได้

 

อาหารบางอย่างนอกจากไม่มีประโยชน์แล้ว ยังมีโทษต่อร่างกายด้วยซ้ำไป มีคำกล่าวไว้ว่า “การกินอาหารที่ดี ให้ประโยชน์ต่อร่างกายนั้น ต้องกินให้ครบ 5 หมู่”

 

อาหาร 5 หมู่ นั้นประกอบด้วย

 

1.โปรตีน เป็นอาหารประเภท เนื้อสัตว์ นม ไข่ ถั่วเมล็ดแห้ง อาหารประเภทนี้จะช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต ไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เพราะเมื่อคนเรากินอาหารเข้าไปแล้ว จะเกิดการเผาผลาญ หรือย่อยสลาย นำส่วนที่เป็นประโยชน์ไปใช้ ทำให้ร่างกายเจริญเติบโต

 

2.คาร์โบไฮเดรต ได้แก่ อาหารจำพวก ข้าว แป้ง เผือก มัน น้ำตาล อาหารประเภทนี้จะช่วยเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย

 

3.วิตามิน พืชผักต่างๆ ช่วยในการเสริมสร้างการทำงานของร่างกายให้เป็นปกติ เพราะอวัยวะในร่างกายมีการเคลื่อนไหว และทำงานตลอดเวลา จำเป็นต้องมีการเสริมสร้าง หรือทดแทนการสึกหรอ

 

4.แร่ธาตุ ผลไม้ต่างๆ ให้ประโยชน์เช่นเดียวกับอาหารประเภทวิตามิน

 

5.ไขมัน จะเป็นส่วนให้พลังงานและความอบอุ่นแก่ร่างกาย ซึ่งจะได้จากน้ำมัน หรือไขมันที่ได้จากพืชหรือสัตว์

 

การกินอาหาร ควรกินให้ครบทั้ง 5 หมู่ ในแต่ละวัน เพราะไม่มีอาหารชนิดใดที่มีสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่อยู่ในตัวมันเอง

 

นอกจาก อาหารที่เป็นประโยชน์ดังกล่าวแล้ว ยังมีอาหารบางประเภทบางอย่างที่มีคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นพืชผัก หรือเนื้อสัตว์ เช่น

 

ผักขึ้นฉ่าย มีสรรพคุณในการลดความดันโลหิต

 

ขมิ้นชัน มีสรรพคุณในการช่วยลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ บรรเทาอาการปวดท้อง

 

ไก่ดำ หอยนางรม มีสรรพคุณในการช่วยบำรุงกำลัง เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ

 

พริกไทย มีสรรพคุณในการขับลม แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ บำรุงธาตุ

 

ผักตำลึง เป็นยาเย็น ช่วยในการถอนพิษไข้ แก้อาการแพ้

 

เมล็ดและใบแป๊ะก๊วย มีสรรพคุณช่วยลดอาการอัลไซเมอร์ หรือช่วยให้ความจำดีขึ้น

และอื่นๆอีกมากมาย

ประเด็นสุดท้าย ที่อยากจะสื่อ คือ

จะทำอย่างไร เราถึงจะได้รับสารอาหารบำรุงร่างกายในแต่ละวัน?

เพื่อได้สารอาหารครบถ้วน ท่านคิดว่าจะต้องกินผักหมดไปเท่าไหร่? ต้องซื้ออาหารอะไรมาทานเพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วนตามที่ร่างกายต้องการ? สอดคล้องกับอาหารหลัก 5 หมู่?

ทุกท่านตั้งใจฟังให้ดีนะครับว่า ผมมีขั้นตอนในการปฏิบัติตนอย่างนี้ครับ

ขั้นที่ 1 : ผม ล้างสารพิษออกจากลำไส้ ก่อนเป็นอันดับแรก

ขั้นที่ 2 : ผมปรับพฤติกรรมเรื่อง การเลือกทานอาหารบำรุงสุขภาพ

ขั้นที่ 3 : ผมนำหลัก 5 อ. มาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน

หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมต้องล้างสารพิษ? ทั้งๆที่เราไม่ได้ไปเกี่ยวข้องกับสารพิษเท่าไหร่?

คำตอบคือ ชีวิตของคนเราเกี่ยวข้องกับสารพิษตลอดเวลา ดูภาพประกอบเลยครับ

0picture6 0picture9

เป็นไงครับ คราบไขมันเกาะผนังลำไส้หนาจนเป็นตะกรัน ซึ่งแน่นอนว่า มันเป็นแหล่งสะสมสารพิษและเชื้อโรคต่างๆมากมาย

ดังนั้น ก่อนที่จะดูแลเรื่องอาหารที่มีประโยชน์ ขั้นแรกต้องเอาสารพิษออกจากลำไส้เราก่อน แล้ว ร่างกายเราจะสามารถดูดซึมเอาสารอาหารที่มีประโยชน์มาใช้ได้

ผมเลือกใช้วิธีที่ง่ายที่สุด ในการล้างสารพิษ คือ

ผมดื่มเครื่องดื่ม Jory ล้างลำไส้ นั่นเองครับ คลิกที่รูปเลยครับ

Jorynew

 

เมื่อลำไส้เราสะอาด และปลอดจากสารพิษตกค้างแล้ว ผมดื่มเครื่องดื่มอีก 2 อย่าง คือ

1)ผมดื่ม กาแฟจินตกวี วันละ 2 แก้ว เช้า เย็น นั่นเองครับ(คลิกที่รูปเลยครับ)

กาแฟจินตกวี

2)ผมดื่ม คอลลาเจน+เบต้ากลูแคน วันละ 1 แก้วก่อนนอน(คลิกที่รูปเลยครับ)

Berry

สรุปแล้ว ที่ผมไม่ป่วยและไม่ต้องทานยาหมออีกเลย นั่นเป็นเพราะ ผมดื่มสารอาหารบำรุงร่างกายผมทุกวัน เพื่อให้ร่างกายผมได้รับสารอาหารอย่างพอเพียงในแต่ละวัน พร้อมๆกับ การใช้หลัก 5 อ. ร่วมด้วย เพียงเท่านี้ ผมก็ไม่เคยต้องกินยาหมออีกเลย

อย่าลืมนำเอาคำแนะนำดีๆไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันนะครับ

 

ขอให้มีความสุขในการเรียนรู้

อ.โจ้ จินตกวี

 

ปล. ผมรับประกันคืนเงิน 100% อย่างไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น

ครีมออร่าไวท์ เพื่อผิวขาวเนียนใสใน7วัน

ครีมออร่าไวท์ เพื่อผิวขาวเนียนใสใน7วัน

ครีมผิวขาว

เป็นครีมที่ใช้วัตถุดิบที่ดีที่สุดที่มนุษย์เคยสร้างมา (กิโลกรัมละเป็นแสน) ซึ่งทำให้ครีมออร่าไวท์กระปุกนี้มีคุณภาพสูงสุด ถึงขนาดกล้ารับประกันความพึงพอใจว่า “รับประกันคืนเงิน 100%” อย่างไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น

ดูวิดีโอรีวิวจาก อ.โจ้ จินตกวี จะเห็นความแตกต่างของผลลัพธ์จากการใช้งานเพียงแค่ 7 วันเท่านั้น คลิกดูวิดีโอเลยครับ

นอกจากนี้ ยังมีรีวิวอีกมากมาย ที่พูดถึงครีมออร่าไวท์ตัวนี้

 

 

 

 

 

 

 

 


 

ป้ายโฆษณา_249 ป้ายโฆษณา_753 ป้ายโฆษณา_4051 ป้ายโฆษณา_4580 ป้ายโฆษณา_6454 ป้ายโฆษณา_7026 ป้ายโฆษณา_7248 ป้ายโฆษณา_7697 ป้ายโฆษณา_8584 ป้ายโฆษณา_8869 รีวิวจากคุณชิน_2641

สบู่ทองคำ เพื่อผิวขาวไสไร้สิวฝ้ากระ

สบู่ทองคำ(แก้สิวแก้ฝ้าเพื่อหน้าขาวนวลเนียน) เกิดจากการคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพ เพื่อการดูแลผิวหน้าและผิวกายได้เป็นอย่างดี โดยจะช่วยให้ความชุ่มชื้น ปกป้องผิวจากแสงยูวี ช่วยเสริมสร้างเซลล์ผิวใหม่ ฯลฯ

แค่ใช้ครั้งแรกก็สัมผัสได้ถึงความประทับใจมิรู้ลืม

Print

ส่วนประกอบของสบู่ประกอบไปด้วย ผงทองคำ คอลลาเจน ฯลฯ (ดูวิดีโอประกอบ)

น้ำผึ้ง มีประสิทธิภาพในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระธรรมชาติ จึงสามารถปกป้องผิว จากการถูกทำลายจากรังสียูวี ที่เป็นสาเหตุให้ผิว แก่ก่อนวัยและมะเร็งผิวหนัง ช่วยยืดอายุการชราของผิว คงความอ่อนเยาว์ให้กับผิว และช่วยฟื้นฟูผิว

ปัจจุบัน น้ำผึ้ง จึงถูกนำมาใช้กันมาก ในอุตสหกรรมเพื่อความงาม เพราะ น้ำผึ้ง นั้นเป็นแหล่งขุมทรัพย์เพื่อผิวพรรณที่สวยงามอย่างแท้จริง

สารเคมีบางชนิดในผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดอาจทำให้ผิวคันได้ จึงมีการใช้ น้ำผึ้ง เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิว จากแสงแดด

นอกจากนั้น น้ำผึ้ง ยังมีสรรพคุณในการเป็นตัวกักเก็บน้ำที่ให้ความชุ่มชื้นไว้กับผิว ซึ่งเป็นตัวต้านความระคายเคือง จึงเหมาะมากสำหรับคนที่มีผิว ที่แพ้ง่าย ดังนั้น น้ำผึ้ง จึงเป็นส่วนสำคัญของเครื่องสำอางหลากหลายที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิว

ทองคำ นับเป็นอัญมณีล้ำค่าตลอดกาล มนุษย์มักจะให้ความสำคัญกับอัญมณีที่มีค่าและหายากมาสัมพันธ์กับสุขภาพกาย และความงามเสมอ มีประวัติการนำทองคำบริสุทธิ์มาดัดแปลงใช้กับส่วนต่างๆของร่างกายโดยเฉพาะอย่างยิ่งใบหน้า โดยเชื่อว่าจะช่วยชะลออายุผิวพรรณตั้งแต่ครั้งยุคของพระนางคลีโอพัตรา และมีใช้ในระดับผู้นำสูงสุดอีกหลายทวีป เช่น จีน อัฟริกา รวมทั้งยุโรป

แม้จะยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนทางวิทยาศาสตร์ว่าทองคำจะช่วยชะลอความเหี่ยว ย่นของผิวหนังได้อย่างไร แต่ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของทองคำได้ออกสู่ตลาดในหลายรูปแบบ ทั้งครีมทาผิว ครีมพอกหน้า รวมทั้งแผ่นทองคำเปลวบริสุทธิ์ 24 เค สำหรับพอกหน้า

คอลลาเจน ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น เต่งตึง ไร้ริ้วรอย

วิตามิน E ช่วยลดเลือนริ้วรอยและต่อต้านสารอนุมูลอิสระ