ลูกจ้างทำงานประจำก็สามารถมีเงินล้านได้(ถ้า……)

ลูกจ้างทำงานประจำก็สามารถมีเงินล้านได้(ถ้า……)

หลายคน เฝ้าถามผมมาตลอดเวลาว่า “ไม่มีเงินทุน ยังเป็นลูกจ้างหรือทำงานประจำอยู่ จะสามารถมีเงินล้านได้หรือไม่?” เย้ๆๆ คำถามนี้ มีคำตอบอย่างแน่นอน รีบคลิกเข้าไปอ่านบทความนี้กันเลยครับ มีสาระดีๆมาฝากแน่นอน

ลูกจ้างก็รวยได้

สวัสดีครับทุกท่าน ก็ผมกับผมอีกเช่นเคย อ.โจ้ จินตกวี หรือ อ.นเรศ สีละมัย เกี่ยวกับบทความดีๆที่ช่วยบอกเล่าสาระดีๆเกี่ยวกับ หลักสูตรการหาเงินล้าน วิธีการมีเงินล้าน วิธีการสร้างรายได้แบบไหลมาเอง หรือ ที่เรียกว่า Passive Income

วันนี้ ผมจะนำทุกท่าน ไปเรียนรู้คำตอบ จากคำถามที่ว่า…

“ไม่มีเงินทุน ยังเป็นลูกจ้างหรือทำงานประจำอยู่ จะสามารถมีเงินล้านได้หรือไม่?”

คำตอบ คือ ลูกจ้างหรือพนักงานประจำ(รวมถึงข้าราชการ) สามารถมีเงินล้านได้ แต่…. (มีคำว่า แต่…ด้วยน่ะ)

ถูกต้องแล้วครับ ไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นใคร จะทำงานอะไร จะอยู่ในตระกูลไหน ก็สามารถมีเงินล้านได้ทุกๆคนเลยครับ เพียงแต่ว่า “จะช้าหรือเร็วแค่ไหน?ต่างหาก” เพราะหลักการมีเงินล้าน ในบทความที่แล้ว ทุกๆท่านได้เรียนรู้ไปแล้วว่า ต้องมี 4 อย่าง คือ

1)รู้วิธีหาเงิน

2)รู้วิธีรักษาเงิน

3)รู้วิธีใช้เงิน

4)รู้วิธีทำให้เงินงอกเงย

แน่นอนว่า ในหลักสูตรที่ผมสอน ได้บอกอย่างละเอียดแล้ว แต่วันนี้ จะขอนำมาบอกแบบคร่าวๆว่า “ลูกจ้าง/พนักงานประจำ(รวมถึงข้าราชการ) สามารถมีเงินล้านได้ อย่างแน่นอน”

ก่อนที่ผมจะไปบอกขั้นตอนต่างๆ แบบ Step by Step ผมต้องพาทุกท่าน ไปโฟกัสที่ประโยคทองที่สำคัญๆ จากผู้ชายคนหนึ่ง ไปดูกันว่าเขาเป็นใคร

คนบ้าทำสิ่งเดิมๆต้องการผลลัพธ์ใหม่

ผมจะขอให้คำพูดในสไตล์ผมเองนะครับ ว่า

“คนที่ทำแต่สิ่งเดิมๆซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่อยากได้ผลลัพธ์ใหม่ ไม่ต่างอะไรกับ คนบ้า!

อาจจะแรงน่ะ แต่จริงใจ(เชื่อผมเถอะ)

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ได้กล่าวถ้อยคำนี้ เพื่อเตือนสติทุกๆท่านที่ต้องการผลลัพธ์ใหม่ไว้แล้ว ส่วนท่านจะเชื่อหรือไม่ ก็สุดแท้แต่บุญวาสนาของทุกๆท่านล่ะกันครับ

เอาล่ะ ผมจะบอกทุกท่านอย่างนี้

เวลาทำงานของ ลูกจ้าง/พนักงานประจำ คือ ปกติ อาจจะเริ่ม 08:00 น. – 16:00 น. นี่ยังไม่รวมเวลาในการเดินทาง ไม่รวมโอที ไม่รวมอาชีพพิเศษ อย่างเช่น คุณหมอ คุณพยาบาล ฯลฯ ที่อาจจะควบเวรเช้า-บ่าย คนกลุ่มนี้ จะมีเวลาการทำงานที่ มากกว่านี้เป็น2เท่า

เอาเป็นว่า ผมนำมารวบยอดเป็นช่วงเวลาทำงาน เป็น 8-10 ชั่วโมงต่อวันล่ะกันครับ เพื่อจะได้เป็นกลางๆ และส่วนใหญ่ จะทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ ตามที่กฏหมายกำหนด นั่นหมายความว่า ลูกจ้าง/พนักงานประจำ มีวันหยุด 1 – 2 วันต่อสัปดาห์ นั่นเอง

ทีนี้ จริงๆแล้ว ผมได้เกริ่นไว้แล้วว่า ลูกจ้าง/พนักงาน สามารถมีเงินล้านได้ แต่ (มีแต่) แต่ไม่ใช่ทุกคนครับ

ปัจจัยแรก ขึ้นอยู่กับ “ต้องมี 4 อย่าง ที่ผมได้กล่าวไว้แล้ว” และปัจจัยที่สองที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ

“ความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะมีเงินล้าน”

ถูกต้องแล้วครับ ปัจจัยที่2 นี้ สำคัญต่อลูกจ้างมากๆ เพราะ ถ้าลูกจ้าง มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะมีเงินล้าน พวกเขาจะไม่สร้างรายได้เพียงแค่1ช่องทาง คือ เงินเดือน+โอทีฯ เท่านั้น

สรุปสั้นๆ คือ “ถ้าลูกจ้าง/พนักงานมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะมีเงินล้านอย่างแท้จริง พวกเขาจะต้อง สร้างช่องทางเพิ่มรายได้เป็น 2-5 ช่องทาง”

ถูกต้องแล้วครับ

“การเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ 2-5 ช่องทาง(เป็นอย่างต่ำ)
คือ กุญแจสู่การมีเงินล้านของลูกจ้าง/พนักงาน”

ประเด็นคือ อะไร คือ ช่องทางสร้างรายได้ที่ลูกจ้าง/พนักงานจะสามารถทำได้?

นั่นนะสิ? อะไรล่ะ?

คำตอบคือ “การสร้างธุรกิจที่ลูกจ้าง/พนักงาน ไม่ต้องไปลงมือทำเอง100% (เพราะเวลาส่วนใหญ่หมดไปกับงานประจำแล้ว)นั่นเอง”

พอพูดมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะคิดว่า อ.โจ้ จินตกวี จะชวนทุกท่าน มาทำธุรกิจเครือข่าย MLM แน่ๆ

คำตอบ คือ ผิดครับ

– ผมจะไม่ชวนท่านมาทำธุรกิจ MLM กับผม

– ผมจะไม่ชวนท่านมาเล่นหุ้น หรือ เทรด Forex กับผม

– ผมจะไม่ชวนท่านมาซื้อแฟรนไชส์ กับผม

– ผมจะไม่ชวนท่านทำอะไรทั้งสิ้น

สิ่งที่ผมจะทำ คือ บอกขั้นตอนการลงมือทำแบบ Step By Step ที่เหลือ ท่านต้องตัดสินใจด้วยตัวท่านเอง

ก่อนอื่น ผมต้องบอกทุกท่านอย่างนี้ครับว่า

– ธุรกิจเครือข่าย MLM เป็นธุรกิจที่ถูกกฏหมายน่ะครับ(ยกเว้น MLM แอบแฝงแชร์ลูกโซ่/มันนี่เกม)

– การซื้อหุ้น ก็สามารถสร้าง Passive Income ได้เช่นกันครับ(ถ้าโชคดี)

– การซื้อแฟรนไชส์ เป็นการซื้อธุรกิจสำเร็จรูป ท่านไม่ต้องไปคิดเอง

– ฯลฯ

จริงๆ ทุกๆท่านสามารถคิดเองได้ ว่าที่ผมบอก มันเป็นเรื่องจริงหรือไม่?

เอาล่ะครับ ถึงเวลาแล้ว ที่ผมจะบอก

ขั้นตอนการหาเงินล้านแบบลูกจ้าง/พนักงานประจำ(รวมถึงข้าราชการ)

ขั้นที่ 1 : ตั้งเป้าหมายที่จะมีเงินล้าน

นี่เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญมากๆ เพราะมันจะนำมาซึ่งขั้นตอนต่อๆไป เพราะ การไม่มีเป้าหมาย จะนำไปสู่การไม่ลงมือทำอะไร ชีวิตของท่านจะถูกปล่อยไปตามยถากรรม นั่นเอง

…………………………………………………………………………

ขั้นที่ 2 : เตรียมความพร้อมที่จะมีเงินล้าน

เมื่อมีเป้าหมาย อันดับต่อมา คือ เตรียมความพร้อมไงครับ สิ่งที่ท่านต้องเตรียม ได้แก่

– เตรียมความรู้ = ต้องตอบให้ได้ว่า ธุรกิจที่ท่านจะสร้างขึ้นนี้ ต้องมีความรู้อะไรบ้าง? ถึงจะประสบความสำเร็จ

– เตรียมเงินทุนเริ่มต้น = เงินทุนในที่นี้ อาจไม่ต้องมาก เพราะบางธุรกิจเสริม ใช้เงินทุนแค่หลักร้อยถึงหลักพันต้นๆแค่นั้นเอง (เงินหลัก 100 – 1,000 บาท ไม่ทำให้ท่านจนได้หรอกครับ)

– เตรียมคนช่วย = ที่ต้องเตรียม เพราะท่านต้องใช้เวลาไปกับงานประจำไงครับ เพราะฉะนั้น ต้องมีคนช่วย

– เตรียมวิธีการ = ก่อนจะเริ่ม ต้องรู้ว่า มันมีวิธีการอย่างไรบ้าง?

– เตรียมแผนสำรอง = เป็นแผนฉุกเฉิน เผื่อไม่สำเร็จ ต้องทำอย่างไรต่อ?

(รายละเอียดเชิงลึก อยู่ในหลักสูตรที่ผมสอนทุกๆหลักสูตร)

…………………………………………………………………………

ขั้นที่ 3 : วางแผนเชิงปฏิบัติการ

แผน มีมากมาย เช่น แผนกลยุทธ์ แผนการตลาด แผนงาน ฯลฯ แต่แผนที่สำคัญ คือ แผนเชิงปฏิบัติการ เพราะมันจะทำให้ท่านรู้ได้ว่า “ต้องลงมือทำอะไรบ้าง?อย่างเป็นขั้นเป็นตอน”

…………………………………………………………………………

ขั้นที่ 4 : ลงมือทำ

ทั้ง3ขั้นตอนที่ผ่านมา จะหมดความหมายทันที ถ้าไม่มีการลงมือทำ เพราะฉะนั้น ท่านจะมีเงินล้านหรือไม่ “ต้องลงมือทำเท่านั้นถึงจะสำเร็จ” ถ้าไม่ลงมือทำ = ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

…………………………………………………………………………

ขั้นที่ 5 : ตรวจสอบ/ปรับปรุง/แก้ไข/พัฒนา

ทุกๆการลงมือทำ จำเป็นจะต้องได้รับการ ตรวจสอบ ปรับปรุง แก้ไข หรือ พัฒนาให้ดียิ่งๆขึ้นไป มีสิ่งหนึ่งที่ทุกท่านจะต้องจดจำเอาไว้ คือ ไม่มีอะไรที่จะสมบูรณแบบ 100% มันต้องมีสิ่งที่ต้องแก้ไขเสมอ

…………………………………………………………………………

เป็นไงกันบ้างครับ ทั้งหมดนี้ เป็นขั้นตอนการลงมือทำแบบ Step by Step แต่ต้องนำเรียนทุกท่านไว้ก่อนว่า มันคือขั้นตอนแบบคร่าวๆเท่านั้นเองครับ ข้อมูลเชิงลึกมีอยู่อีกมากมาย ซึ่งทุกท่านต้องลงทะเบียนเรียนรู้หลักสูตรต่างๆที่สำคัญต่อความสำเร็จ แน่นอนว่า ผมไม่เคยบังคับให้ทุกท่านต้องลงทะเบียน เพราะ ทุกท่านต้องตัดสินใจด้วยตัวท่านเอง

…………………………………………………………………………

เป็นประจำอีกเช่นเคย ถ้าทุกท่านคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์และมีคุณค่า ท่านทำง่ายเพียงแค่ “กดไลค์และกดแชร์” เพื่อแบ่งปันข้อมูลดีๆนี้ให้กับผู้คน

ทุกท่านอย่าลืมนะครับว่า “การแชร์สิ่งที่มีคุณค่า จะทำให้ตัวท่านดูมีคุณค่ากว่าเดิมร้อยเท่า”

ขอบคุณล่วงหน้าเลยนะครับ

ขอให้มีความสุขในการเรียนรู้

By อ.โจ้ จินตกวี

อยากมีเงินล้านต้องรู้อะไรบ้าง?

อยากมีเงินล้านต้องรู้อะไรบ้าง?

โห นี่เป็นคำถามยอดฮิตเลยน่ะ ว่า อยากมีเงินล้าน ต้องรู้อะไรบ้าง? บทความนี้ น่าจะเป็นคำตอบสำหรับคำถามนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะจริงๆแล้ว การจะมีเงินล้านหรือไม่ มันเริ่มต้นด้วยคำถามที่ถูกต้องเป็นอันดับแรก ไปเรียนรู้กันเลยดีมั๊ย

อยากมีเงินล้าน

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้ ก็พบกับผมอีกเช่นเคย อ.โจ้ จินตกวี สำหรับแนวคิด/ไอเดียดีๆเกี่ยวกับการหาเงินล้าน ซึ่งติดตามได้ทุกวันที่ www.coursetorich.com

ประเด็นวันนี้ ขอเริ่มที่คำถามยอดฮิต ที่ผมได้รับการสอบถามเข้ามาทุกวัน นั่นคือ คำถามที่ว่า “อยากมีเงินล้าน ต้องรู้อะไรบ้าง?” หรือ เรียกง่ายๆว่า ถ้าอยากมีเงินล้าน ต้องมีความรู้พื้นฐานอะไรบ้าง?

คำตอบง่ายมากๆเลยครับ ถ้าท่านอยากมีเงินล้าน ท่านต้องรู้ 4 อย่างเท่านั้น ไปเรียนรู้กันเลย

………………………………………………………….

ข้อที่ 1 : ท่านต้องรู้วิธีหาเงิน

ถูกต้องแล้วครับ นี่เป็นส่ิงแรกที่ทุกท่านจะต้องได้รู้ เพราะท่านอยากมีเงิน ท่านต้องรู้วิธีหาเงิน ซึ่งแน่นอนว่า “วิธีหาเงินบนโลกนี้ มีอยู่หลากหลายวิธีการ”

จากผลงานวิจัยของผมเอง ผมได้ข้อสรุปว่า “วิธีหาเงินบนโลกนี้มีอยู่ 15 รูปแบบหลักๆด้วยกัน” แต่จะมีอยู่ 5 รูปแบบที่แทบจะไม่ใช้เงินลงทุนเลย ถึงมีก็แค่หลักร้อยถึงหนึ่งพันต้นๆ (ซึ่งรายละเอียด มีอยู่ในหลักสูตร 5 วิธีหาเงินล้านโดยใช้เงินทุนน้อยที่สุด)

หลายคนอาจจะหลงคิดไปว่า การหาเงินบนโลกนี้ มีแค่ 4 ด้าน เหมือนที่คุณโรเบิร์ตคิโยซากิเขียนหนังสือในชุดพ่อรวยสอนลูก แต่จริงๆแล้ว มันมีรายละเอียดเชิงลึกให้วิเคราะห์กันอีกมากมาย

ซึ่งแน่นอนว่า ในคอร์สที่ผมสอน ผมสอนแบบจัดเต็มอย่างแน่นอนครับ ใครที่สนใจรายละเอียดเชิงลึก ต้องไปเรียนรู้ในคอร์สต่างๆที่ผมเปิดสอนเลยนะครับ

………………………………………………………….

ข้อที่ 2 : ท่านต้องรู้วิธีรักษาเงิน

โห ข้อนี้สำคัญมากๆเลยนะครับ มันสำคัญถึงขั้นต้องบอกว่า “การรักษาเงิน มันยากกว่าการหาเงินหลายล้านเท่า” กันเลยทีเดียว เนื่องจาก การรักษาเงิน มีอยู่หลากหลายรูปแบบ แต่แบบไหนล่ะที่จะช่วยรักษาเงินเราไว้ได้อย่างแท้จริง

ทุกท่านจำเป็นต้องมีเงินสำรองไว้อย่างน้อย 6 เดือน(เผื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น) เช่น สมมุติในแต่ละเดือน ท่านมีค่าใช้จ่ายที่คงที่แน่ๆ เดือนละ 15,000 บาท ท่านต้องมีเงินเก็บสำรองไว้ต่างหาก 15,000 X 5 = 75,000 บาท นั่นเอง

รายละเอียดในการรักษาเงินนั้น มีอีกเยอะ ค่อยไปว่ากันในรายละเอียดในคอร์สครับ

………………………………………………………….

ข้อที่ 3 : ท่านต้องรู้วิธีใช้เงิน

ประเด็นนี้ หลายคนอาจจะหัวเราะเยาะผม “เฮ้ย! ใครก็ใช้เงินเป็นทั้งนั้น ทำไมต้องมาบอกฉัน!”

ผมก็จะบอกทุกท่านอย่างนี้ครับว่า “ใช่ ทุกคนใช้เงินเป็น แต่ใช้เงินอย่างไรให้มีเงินล้านล่ะ?”

นั่นไง ตอบผมได้ป่ะ? ถ้าตอบผมไม่ได้ แสดงว่ายังใช้เงินไม่เป็น(เพียงแค่อาจจะใช้เงินคล่องต่างหากล่ะ)

บางคน ต้องบอกว่า “ยิ่งเครียด ยิ่งช๊อป” แบบนี้ อันตรายแน่ๆ แต่ถ้าการใช้จ่ายอย่างมีเหตุผล ก็ไม่ได้ว่ากันนะครับ เพราะเงินท่านไม่ใช่เงินผม (ถูกป๊ะ?) อิๆ ไม่กวนแล้ว เอาเป็นว่า ถ้าทุกท่านอยากมีเงินล้าน ท่านต้องรู้วิธี(ที่ถูกต้อง)ในการใช้เงินด้วยนะครับ

………………………………………………………….

ข้อที่ 4 : ท่านต้องรู้วิธีทำให้เงินมันงอกเงยขึ้นมา

โห ข้อนี้ สำคัญที่สุด เพราะ “หาเงินได้ รักษาเงินได้ ใช้เงินเป็น แต่ไม่รู้วิธีทำให้มันงอกเงย ก็จบกัน” เพราะท่านอย่าลืมหัวข้อหลักของบทความนี้น่ะครับ “อยากมีเงินล้าน ต้องรู้อะไร?”

เพราะท่านอยากมีเงินล้านไง ถึงต้องรู้วิธีทำให้เงินที่มีอยู่ให้มันงอกเงยขึ้นมา

ซึ่งแน่นอน ภาษาการเงิน เขาเรียกมันว่า “การสร้างรายได้แบบไหลมาเอง หรือ Passive Income” ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆที่ทุกท่านจะต้องเรียนรู้

เพราะรายได้แบบ Passive Income นี้ มันมีหลักการสำคัญๆ คือ

– ใช้เงินวันนี้หมด พรุ่งนี้มีเงินไหลมาใหม่

– ใช้เงินสัปดาห์นี้หมด สัปดาห์หน้าก็มีเงินไหลมาใหม่

– ใช้เงินเดือนนี้หมด เดือนหน้าก็มีเงินไหลมาใหม่

– ใช้เงินปีนี้หมด ปีหน้าก็มีเงินไหลมาใหม่

ทั้งหมดนี้ เรียกว่า รายได้แบบ Passive Income นั่นเอง

………………………………………………………….

เมื่อรู้ สิ่งที่ท่านต้องรู้ในการหาเงินล้านแล้ว ลำดับต่อมา คือ ทุกท่านต้อง “เริ่มวางแผนตั้งแต่ตอนนี้”ว่า

– ท่านจะหาเงินได้อย่างไร?

– ท่านจะเก็บรักษาเงินไว้อย่างไร?

– ท่านจะใช้เงินอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด และที่สำคัญที่สุด?

– ท่านจะทำให้เงินงอกเงยแบบ Passive Income ได้อย่างไร?

………………………………………………………….

เป็นไงกันบ้างครับ ถ้าทุกท่านคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์ ทุกท่านก็แค่ “กดไลค์ และกดแชร์เยอะๆน่ะครับ” เพราะการแบ่งปันสิ่งที่ดี ล้วนนำมาซึ่งประโยชน์ทั้งต่อตนเองและต่อผู้อื่น

การแชร์สิ่งดีๆให้กับผู้คน มันเป็นเหมือนการบ่งบอกตัวตนของเราว่า “เราเป็นคนที่มีคุณค่า” นั่นเองครับ

กดไลค์กดแชร์เยอะๆน่ะ(ถ้าท่านอ่านด้วยมือถือ จะมีแชร์ผ่านไลน์ด้วยน่ะ ล่างสุดของบทความครับ)

 

ขอให้มีความสุขในการเรียนรู้น่ะครับ

อ.โจ้ จินตกวี

ฟังเพลงอ.โจ้จินตกวีอัลบั้มดอกฟ้ากับคำสัญญาของหมา

ฟังเพลง(เดโม) อ.โจ้ จินตกวี

อัลบั้ม : ดอกฟ้ากับคำสัญญาของหมา

แทรกที่ 1 เพลง อยากมีเธอ…

เพลงนี้ เป็นเพลงที่กลั่นกรองเอาความรู้สึกออกมา ซึ่งเกิดจากวลีที่ว่า “อยู่ๆก็คิดถึง……….อยู่ๆมันก็เหงาขึ้นมาจับใจ…” แล้วมันก็ต่อยอดเป็นบทเพลง อยากมีเธอ เพราะถ้าเราเจอใครที่เราตามหามานาน ก็ไม่อยากจะห่างกันอีกแล้ว… มาอยู่ด้วยกันดีกว่า… มารักกันแบบจริงๆจังๆดีกว่า… ไปฟังกันเลย

แทรกที่ 2 เพลง ดอกฟ้ากับคำสัญญาของหมา

เพลงๆนี้ ผมแต่งขึ้นมาเพื่อบอกผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เปรียบเหมือนดอกฟ้า ซึ่งไม่รู้เป็นไงมาตกหลุมรักหมาวัดได้ ซึ่งแน่นอนว่า ในชีวิตจริงของคนเรา “โครตหายาก ที่จะเจอกับรักแท้” แต่ในเพลงนี้ น่าจะเป็นข้อยืนยันว่า “ความรัก ไม่เกี่ยวกับสูงต่ำ ไม่เกี่ยวกับรวยจน ไม่เกี่ยวกับอะไรทั้งสิ้น… มันเกี่ยวกับสิ่งๆเดียว คือ ความรักที่บริสุทธิ์และจริงใจต่อกันและกันต่างหาก.. เพราะ ถึงแม้จะยากจน แต่มีความมุ่งมั่น ก็สามารถสร้างฐานะให้รวยขึ้นมาได้ ทรัพย์สินเป็นสิ่งที่นอกกาย ไม่ตายหาใหม่ได้ เพลงดอกฟ้ากับคำสัญญาของหมา จึงน่าจะตอบโจทย์ความหมายของความรักได้เป็นอย่างดี ไปฟังกันเลย..

แทรกที่ 3 เพลง เหงา..(ต้องการแค่เพียงเธอ)

เพลงนี้ ง่ายๆ สั้นๆ คือ เมื่อไหร่ที่เราจำเป็นต้องอยู่ห่างๆคนที่เรารักมากที่สุด ความรู้สึกเหงา อ้างว้าง เดียวดาย มันจะเข้ามาเกาะกินหัวใจ คำถามต่างๆมากมายก็ถาโถมเข้ามา เช่น เธออยู่ไหน เธอทำอะไร ยังสบายดีมั๊ย มีปัญหาอะไรมั๊ย ….. แต่สุดท้าย ด้วยความรักที่มั่นคงต่อกัน ก็นำคนสองคนกลับมาพบกันและรักกันได้เหมือนเดิม… ไปฟังกันเลย…

แทรกที่ 4 เพลง หลับตาเถิดที่รัก

เพลงนี้ เป็นบทเพลงที่ผมอยากร้องให้กับคู่รักทุกๆคนฟังก่อนนอน เพื่อให้รู้ว่า “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีเรื่องร้าย ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ ไม่ว่าจะยังไง เราก็จะผ่านมันไปได้เหมือนที่เราเคยผ่านมา..” เพราะฉะนั้น ความรักความเข้าใจซึ่งกันและกัน สำคัญมากกว่าปัญหาที่ทุกคนต้องเจอ แค่เราปล่อยวาง ชีวิตเราก็จะมีความสุข จงใช้ความรักนำทางชีวิตคู่เถิดน่ะ ไปฟังกันเลย…

แทรกที่ 5 เพลง โชคดี..ที่มีเธอ..

เพลงๆนี้ เป็นบทเพลงที่สำคัญมากๆ สำหรับใครที่อยากจะรู้จัก “วิถีชีวิตที่มีความสุขอย่างแท้จริง” ต้องไม่พลาดที่จะตั้งใจฟังเพลงนี้ให้ดีๆ เพราะผมได้สอดแทรก ปรัชญาชีวิตแบบ Slow Life ไว้ในบทเพลง รวมไปถึง การใช้ชีวิตแบบพอเพียงตามหลักปรัชญาความพอเพียงของพ่อหลวงของปวงชนชาวไทย ต้องบอกไว้ก่อนว่า เพลงนี้ “ผมร้องทีไรผมก็มีความสุขทุกๆครั้ง” ผมจึงอยากส่งมอบความสุขในให้กับทุกๆท่าน ไปฟังกันเลยครับ

สุดท้าย ไม่มีอะไรจะกล่าว นอกจากคำขอบคุณที่ทุกท่านสละเวลาฟังเดโมเพลง อัลบั้ม ดอกฟ้ากับคำสัญญาของหมา ที่ผมตั้งใจประพันธ์ด้วยจิตวิญญาญแห่งการให้

ขอให้ทุกท่านมีความสุขในทุกๆวันของการใช้ชีวิต

อ.โจ้ จินตกวี

ปล. ติดตามผลงานผมได้ผ่านช่อง Youtube/richhappily

สิ่งที่ฉุดรั้งไม่ให้คน95%รวยคืออะไร?

สิ่งที่ฉุดรั้งไม่ให้คน95%รวยคืออะไร?

คำถามนี้ น่าคิดน่ะ เพราะความรวยเป็นสิ่งที่หลายๆคนปรารถนา แต่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมไม่รวยสักทีล่ะ? มาเรียนรู้คำตอบกันด้วยบทความนี้กันเลย….

สิ่งที่ฉุดรั้งไม่ให้เรารวย

สวัสดีครับทุกท่าน ก็ผมกับผมอีกเช่นเคยครับ อ.โจ้ จินตกวี หรือ อ.นเรศ สีละมัย

วันนี้ ผมจะมาเปิดเผย “สิ่งที่ฉุดรั้งไม่ให้คน95%รวย” ซึ่งมีไม่กี่อย่างหรอกครับ และแน่นอนว่า “มีวิธีแก้ปัญหาอย่างแน่นอน” เราไปเรียนรู้กันเลย

ในบทความที่ผ่านๆมาของผม ทุกท่านได้เรียนรู้กันไปบ้างแล้วเกี่ยวกับวิธีรวย อยากรวยทำไง อย่างไรถึงเรียกว่ารวย….ฯลฯ…..

วันนี้ จึงอยากจะมาชี้ชัดๆว่า “อะไรกันแน่ที่ฉุดรั้งไม่ให้คนส่วนใหญ่รวย?”

……………………………………………………………………

ข้อที่ 1 : ความกลัว

terrified woman closeup, studio dark background
terrified woman closeup, studio dark background

ถูกต้องที่สุด “ความกลัว = ไม่กล้า”

– ไม่กล้าที่จะทำธุรกิจเสริมรายได้ในช่วงเวลาที่ว่างจากงานหลัก

– ไม่กล้าที่จะออกมาจาก Comfort Zone หรือ พื้นที่แห่งความสบาย/ปลอดภัย

– ไม่กล้าที่จะเปิดใจฟังข้อมูลใหม่ๆที่มีคุณค่าและมีประโยชน์

– ไม่กล้าแม้แต่จะฝันถึงความร่ำรวย เพราะคิดว่า ตัวเองต่ำต้อย หรือ อยู่ในตระกูลยากจน..

– ไม่กล้าแม้แต่จะเชื่อมั่นตัวเองว่า ตัวเราเองสามารถรวยได

– ไม่กล้า ….. โน่น นี่ นั่น .. เต็มไปหมด

ทั้งหมดนี้ คือ ความกลัว นั่นเอง ที่ฉุดรั้งไม่ให้เรารวย แต่มีทางออกน่ะ เดี๋ยวผมจะบอกในช่วงท้ายๆ

……………………………………………………………………

ข้อที่ 2 : ทัศนคติลบ

ทัศนคติ

ถูกต้องอีกแล้ว ข้อนี้ก็สำคัญมากๆ จริงๆแล้ว ทัศนคติลบ มีสาเหตุมาจากความกลัว “เมื่อไหร่ที่เรากลัว เราก็จะคิดไปต่างๆนาๆ” นั่นเอง แน่นอนว่า “คนจะทำตามสิ่งที่เราคิด” เมื่อในสมอง คิดแต่เรื่องลบๆ ร่างกายจึงเลือกที่จะ “อยู่เฉยๆดีกว่า”

– ทำงานที่นี่ก็ดีอยู่แล้ว

– ได้เงินเดือนเท่านี้ก็ดีอยู่แล้ว

– ทำงานบ้าง หยุด บ้าง ก็ดีอยู่แล้ว

– รอให้รวยก่อน ค่อยไปเที่ยวก็ได้..(เมื่อไหร่ล่ะ)

– บลาๆๆ………….

ประเด็นที่เป็นแก่นแท้จริงๆ คือ เมื่อเรากลัว เราก็จะคิดลบ หรือมีทัศนคติเชิงลบ นั่นเอง

……………………………………………………………………

ข้อที่ 3 : มีข้ออ้างเสมอ

การเปลี่ยนแปลง

ในบรรดาสิ่งที่ฉุดรั้งเราทั้งหมด “ข้ออ้าง” สำคัญที่สุด ท่านอยากรู้มั๊ยว่า คนเรา มีข้ออ้างยอดฮิตอะไรบ้าง?

– ไม่มีเงินทุน

– ไม่มีเวลา

– ไม่มีการศึกษา

– อายุแก่/เด็กเกินไป

– สุขภาพไม่ดี/ป่วย/พิการ

– ฯลฯ…………

จริงๆแล้ว สิ่งที่ทุกท่านจะต้องจดจำเอาไว้เสมอ คือ “ความพร้อม100%ไม่มีอยู่จริง” เพราะฉะนั้น จงทำลายข้ออ้างทั้งหมด ที่จะทำให้เราไม่ลงมือทำเพื่อความร่ำรวย…

……………………………………………………………………

เป็นไงกันบ้าง สำหรับ 3ข้อ ที่ฉุดรั้งไม่ให้เรารวย ทุกท่านเริ่มจะมองเห็นภาพหรือยังว่า “ท่านเป็นหนึ่งใน3ข้อนี้หรือไม่?” ถ้าใช่ ก็ไม่ยากครับ ยังไม่สายสำหรับการเริ่มต้นใหม่

ปัญหาที่ฉุดรั้งเราไว้ ทั้ง3ข้อ คือ ความกลัว + การมีทัศนคติลบ + ข้ออ้าง สามารถแก้ได้ครับ “อยากรู้กันหรือยัง”

การจัดการกับสิ่งที่มาฉุดรั้งเราไม่ให้รวยนั้น มันง่ายมากๆเลยครับ คือ

“ท่านต้องรู้จริงในสิ่งที่จะทำให้รวย”

ถูกต้องแล้วครับ

– ท่านกลัว เพราะท่านอาจจะยังไม่เคยทำ

– ท่านมีทัศนคติลบ เพราะท่านอาจจะไปฟังใครเข้าพูด แล้วคิดลบไปเอง

– ท่านมีข้ออ้างเยอะ เพราะท่านยังรู้ไม่จริงเกี่ยวกับสิ่งที่จะทำให้ท่านมีเงินล้าน

เพราะฉะนั้น “ถ้าท่านรู้จริงในสิ่งที่จะทำให้รวย ท่านจะไม่กลัว ไม่มีทัศนคติลบ และไม่มีข้ออ้างอีกเลย”

ผมจะยกตัวอย่างให้ดู

– ผมฝึกเล่นกีตาร์ทุกๆวันจนเชี่ยวชาญ ผมจึงไม่กลัวที่จะเล่นกีตาร์ กล้าโชว์ กล้าเล่น กล้าสอน ฯลฯ

– ผมเขียนต้นฉบับหนังสือทุกๆวัน ผมจึงมีหนังสือขายสร้างรายได้ตลอด24ชั่วโมง

– ผมฝึกฝนการทำการตลาดที่ครอบคลุมทั้งออนไลน์ออฟไลน์ ผมจึงไม่มีข้ออ้างที่ผมจะขายอะไรไม่ได้

สรุปแล้ว ==>> “ผมรู้จริงในสิ่งที่ผมทำ แล้วผมก็แปลงให้มันสร้างรายได้ให้ผม” นั่นเอง

……………………………………………………………………

ทีนี้ ก็ถึงคิวท่านแล้ว “ท่านรีบตัดเอาทั้ง3สิ่งที่ฉุดรั้งท่านไม่ให้รวยทิ้งไป” เปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่ ฝึกฝนทักษะของท่านให้เชี่ยวชาญ แล้วแปลงมันออกมาสร้างเงินล้านให้กับทุกๆท่าน

ถ้าท่านมองดีๆทั้งด้านบน หรือด้านข้าง จะเห็น คอร์สที่ผมสอนเกี่ยวกับวิธีการหาเงินล้าน เพราะฉะนั้น “นั่นล่ะคือคำตอบที่ถูกต้องที่จะช่วยให้ทุกๆท่านรวยอย่างแน่นอน”

แล้วพบกันในคอร์สต่างๆน่ะครับ

สุดท้าย ถ้าบทความนี้ดี มีประโยชน์ ก็อย่าลืม กดไลค์ กดแชร์ ทั้ง แชร์ในเฟส ในไลน์ หรือ แชร์ในที่ต่างๆได้นะครับ

ใครแชร์ ส่วนใหญ่จะมีเงินไหลเข้าบัญชีทุกวัน อิๆ

แล้วพบกันใหม่ในบทความถัดไปครับ

ขอให้มีความสุขในการเรียนรู้

อ.โจ้ จินตกวี

ทำไมไม่รวยสักที?ทั้งๆที่หาเงินได้เยอะ

ทำไมไม่รวยสักที?ทั้งๆที่หาเงินได้เยอะ?

นั่นนะสิ! มันเกิดอะไรขึ้นน๊าาาาา? ลองอ่านบทความนี้ดูสิ อาจจะช่วยทุกท่านได้น่ะ เพราะจริงๆแล้ว ความรวย ใครๆก็สามารถสร้างได้ทุกคน เพียงแต่ “ต้องรู้วิธีการที่ถูกต้องแค่นั้นเอง”

ทำไมไม่รวย

สวัสดีครับทุกท่าน ที่ติดตามบทความจาก www.coursetorich.com มาโดยตลอด

หลังจากที่ผมได้ห่างหายไปนาน ไม่ค่อยมีเวลาได้มาอัพเดทบทความใหม่ๆเลย เพราะกำลังสนุกอยู่กับโปรเจ็คส์ใหญ่ๆหลายตัว วันนี้ ผมจึงขอโอกาส นำเสนอ บทความในหัวข้อ “ทำไมไม่รวยสักที?ทั้งๆที่หาเงินได้เยอะ?”

เกริ่นมาซะยาว เราไปดูเหตุผลกันเลย

จริงๆแล้ว มีข้อคิดอยู่หนึ่งเรื่อง ที่ทุกท่านจะต้องจำให้ดีๆ เกี่ยวกับความรวย นั่นคือ “ความรวย เป็นเรื่องของแต่ละบุคคล” เช่น

– บางคน แค่มีเงิน 1,000,000 บาท ในบัญชี ก็ถือว่ารวย

– บางคน ต้องมีบ้านหลังใหญ่ๆ รถยนต์คันหรูๆ ถึงจะถือว่ารวย

– บางคน เด็ดสุด ต้องมีรายได้เดือนละ 100,000,000 บาท ถึงจะถือว่ารวย

– …… บลาๆๆๆๆ ………..

ยังมีการนิยามความรวยไปได้อีกต่างๆนาๆ

เพราะฉะนั้น ก่อนจะตอบคำถามที่ว่า “ทำไมไม่รวยสักที?” ทุกๆท่านจะต้อง “นิยามความรวยในแบบของทุกท่านออกมาซะก่อน” ข้อนี้ สำคัญมากๆ

“นิยามความรวย ในแบบของทุกๆท่านออกมา”

ไม่งั้น ทุกๆท่าน จะไม่สามารถตอบตัวเองได้ว่า “แบบไหน ถึงจะเรียกว่ารวย” นั่นเอง

…………………………………………………

โอเคร เป็นอันว่า เราเข้าใจตรงกันแล้วว่า ขั้นแรก ทุกท่านต้องนิยามความรวยในแบบของทุกท่านออกมา แล้วค่อยมาคิดหาวิธีว่า “จะทำอย่างไรถึงจะรวย”

………………………………………………….

ทีนี้ ก็พร้อมแล้วที่จะตอบคำถามว่า “ทำไมไม่รวยสักที?ทั้งๆที่หาเงินได้เยอะ?”

คำตอบ มันง่ายมากๆเลยครับ ผมจะแยกออกเป็นสาเหตุย่อยๆลงไป เพื่อทุกท่านจะได้แก้ปัญหาได้ตรงจุด

สาเหตุข้อที่ 1 : รายได้ น้อยกว่า รายจ่าย

โห ข้อนี้ เป็นสาเหตุแรกๆ ที่ทุกท่านจะต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก ไม่งั้น อย่าว่าแต่ปีนี้เลยครับ ผมต่อให้ท่านทำงานทั้งชาติ ก็ไม่รวย เพราะ มันไม่มีโอกาสเป็นไปได้เลย ที่คนที่มีรายได้น้อยกว่ารายจ่าย แล้วจะรวย(หลายคนอาจจะแย้งว่า ก็ซื้อหวย/ซื้อล็อตเตอรี่ไง? ถ้าคิดแบบนี้ ปิดบทความนี้เถิดครับ)

สาเหตุข้อที่ 2 : รายได้ เท่ากับ รายจ่าย

สำหรับสาเหตุข้อนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งข้อที่สำคัญ เพราะว่า ไม่มีเงินเหลือเก็บ แล้วจะมีเงินสะสมมากพอจะทำให้รวยได้อย่างไร? ถูกไหม? แต่สำหรับข้อนี้ ยังพอมีทางแก้ ค่อยติดตามตอนต่อไป

สาเหตุข้อที่ 3 : มีเงินเก็บ แต่ไม่รู้วิธีที่ถูกต้องในการทำให้เงินงอกเงยขึ้นมา

สำหรับข้อนี้ ถือได้ว่า ยังพอมีโอกาสรวยได้มากกว่า2สาเหตุที่ผ่านมา เพราะอย่างน้อยๆ ก็ยังพอจะมีเงินเหลือเก็บ ซึ่งถึงแม้จะยังไม่รู้วิธีทำให้มันงอกเงย แต่ก็ยังดีกว่า ไม่มีเงินเก็บเลย ซึ่งจริงๆแล้ว ถ้ารู้วิธีที่ถูกต้องในการทำให้เงินงอกเงย ก็จะสามารถรวยได้อย่างแน่นอน

…………………………………………………….

เอาละครับ สาเหตุที่ทำให้หลายๆท่าน ไม่รวยสักที มีอยู่ 3 สาเหตุหลักๆด้วยกัน หลายๆคนอาจจะเริ่มอยากรู้แล้วสิว่า “มีวิธีแก้มั๊ย?”

โห แน่นอนครับ สำหรับผม อ.นเรศ สีละมัย หรือ อ.โจ้ จินตกวี เขียนบทความนี้ขึ้นมา ผมย่อมมีวิธีการมาบอกทุกๆท่านอย่างแน่นอน

เราไปเรียนรู้กันเลยครับ

………………………………………………………

วิธีแก้ที่ 1 : รายได้น้อยกว่ารายจ่าย ต้องแก้ที่ การสร้างรายได้เสริมขึ้นมา ให้มันมากกว่ารายจ่ายให้ได้ เพื่อที่จะมีเงินเหลือเก็บไงล่ะครับ พอมีเงินเหลือเก็บ ค่อยไปดูอีกทีว่า จะจัดการกับ สาเหตุข้อ3อย่างไร?

วิธีแก้ที่ 2 : รายได้เท่ากับรายจ่าย ต้องแก้ที่ การจดบันทึกรายรับรายจ่ายในแต่ละวัน ให้จดบันทึก 7 วัน โดยที่ท่านยังใช้ชีวิตแบบปกติ เคยใช้จ่ายอย่างไรก็ให้ทำแบบนั้น พอครบ7วันแล้ว เอาข้อมูลมาวิเคราะห์ แล้วทุกท่านจะเห็นว่า “มีรายจ่ายบางรายการ ที่มันไม่ใช่รายจ่ายที่จำเป็นต้องจ่าย แต่มันเป็นรายจ่ายที่ตอบสนองความต้องการของเราแค่นั้นเอง” ประเด็นนี้สำคัญมากๆ เช่น

– ค่าเครื่องดื่มประเภททำลายสุขภาพ อาทิ น้ำอัดลม เหล้า เบียร์ ฯลฯ

– ค่าอาหารที่ทำลายสุขภาพ อาทิ ฟ๊าดฟูดทั้งหลาย.. Mc.. KF.. ฯลฯ

– ค่าเครื่องสำอางค์(ที่เกินความจำเป็น)

– ค่าบุหรี่

– ค่ากาแฟสด(ที่มีคาเฟอีนมากๆจนทำลายสุขภาพในระยะยาว)

– ค่าอื่นๆอีกมากมายที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้

เมื่อท่านเช็คลิสต์ออกมา ท่านจะเจอรายจ่ายเหล่านี้เสมอ และนี่แหละ คือสาเหตุที่เราจะต้องลดรายจ่ายเหล่านี้ลง แล้วเราจะมีเงินเหลือเก็บ ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ปัญหาสาเหตุที่3 นั่นเอง

วิธีแก้ที่ 3 : นำเอาเงินเก็บมาบริหารให้มันงอกเงย ซึ่งข้อนี้ รับรองว่า จะช่วยให้ทุกท่านมีโอกาสรวยได้มากที่สุด เพราะจริงๆแล้ว มีบางธุรกิจ สามารถใช้เงินลงทุนที่ต่ำมากๆ แค่หลักร้อยถึงหลักพันต้นๆ แต่สามารถ สร้างรายได้เสริม หลักหมื่น ถึง หลักแสนต่อเดือนได้ ซึ่งแน่นอนว่า รายละเอียดเชิงลึก ทุกท่านสามารถติดต่อสอบถามกับผม อ.โจ้ จินตกวี ได้โดยตรง ผ่านช่องทาง ไลน์(เท่านั้น) ทุกท่านสามารถหาไลน์ไอดีผมได้ไม่ยาก(ถ้าสังเกตุดีๆ)

………………………………………………………….

เป็นไงกันบ้างครับ สำหรับวิธีแก้ปัญหาที่ว่า “ทำไมไม่รวยสักที?” ทุกท่านน่าจะเริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์กันบ้างแล้ว

จริงๆแล้ว ผมยังมีข้อมูลดีๆอีกเพียบเลยครับ สามารถติดต่อกับผมได้โดยตรง

ส่วนใครที่เป็นลูกศิษย์คอร์สต่างๆของผม ก็ต้องเร่งแก้ปัญหาข้อที่3 ให้เร็วที่สุด ผ่านวิธีการที่ผมสอน ซึ่งแน่นอนว่า ทุกๆท่าน ต้อง “Take Action ทันที!”

……………………………………………………………

ถ้าทุกท่านเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ ผมก็ขอรบกวนทุกท่าน มองหาปุ่มไลค์ปุ่มแชร์ในบล็อกนี้ เพื่อเป็นกำลังใจในการเขียนบทความดีๆตลอดไป ซึ่งผมสัญญาว่า ผมจะมาเขียนบทความที่นี่ทุกวัน(เขียนแต่ภาษาอังกฤษไว้เยอะแล้ว)

อีกข้อ คือ ความคิดเห็นของทุกท่านมีประโยชน์และทรงคุณค่าต่อผมมากๆ ทุกท่านสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นเข้ามาเยอะๆนะครับ

ใครแชร์ขอให้รวยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ขอให้มีความสุขในการเรียนรู้

ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร ศรัทธาจะนำมาซึ่งความสำเร็จเสมอ…

อ.โจ้ จินตกวี

วิธีหาเงินออนไลน์วันละ1,000บาท(ตอนที่5)

ขั้นที่ 5 ของการหาเงินออนไลน์วันละ1,000บาท

สวัสดีครับทุกท่าน หลังจากที่ทุกท่านได้เรียนรู้ไปแล้ว4ขั้นตอนของการหาเงินล้านออนไลน์ คือ

ขั้นที่ 1 ต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าทำไมต้องหาเงินออนไลน์

ขั้นที่ 2 ต้องมีแรงจูงใจในการหาเงินล้านออนไลน์

ขั้นที่ 3 เปลี่ยนสิ่งที่เราหลงรัก ให้กลายเป็นเงิน

ขั้นที่ 4 การสร้างให้มันเป็นระบบที่ทำงานแทนเราตลอด24ชั่วโมง

ที่นี้มาดูกันครับว่า ขั้นที่ 5 ต้องทำอะไรบ้าง?

ขั้นที่ 5 ระบบที่ต้องมี ในการจะหาเงินออนไลน์วันละ1,000บาท

ถูกต้องแล้วครับ


ขั้นที่ 5 ของการหาเงินวันละ1,000บาท คือ ออกแบบระบบให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้า

ระบบที่ดี จะต้องช่วยตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ ซึ่งการหาเงินออนไลน์วันละ1,000บาท จะมีระบบที่สำคัญดังนี้

ระบบที่ 1 : ระบบให้ความรู้

ความรู้ในที่นี้แบ่งได้เป็น 2 รูปแบบหลักๆด้วยกัน คือ

1)ความรู้ทั่วไป คือ ความรู้ที่ไม่ได้เกี่ยวกับสิ่งที่เราขายโดยตรง แต่เป็นเนื้อหาสำหรับสร้างคนเข้าเว็บเราเยอๆ นั่นเอง ดังนั้น ความรู้ทั่วไปนี้ สามารถหาได้จากหนังสือ หรือ การเรียนรู้เว็บอื่นๆที่เขียนเนื้อหาที่ดีน่าติดตาม

2)ความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เราขาย ตัวนี้ คือหัวใจสำคัญเลยก็ว่าได้ เพราะแน่นอนว่า เราจะได้เงินก็ต่อเมื่อเกิดการซื้อขายเกิดขึ้น ดังนั้น ความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เราขาย จึงมีความสำคัญมากๆ

เราอาจจะสร้างสื่อที่หลากหลายในการให้ความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เราขาย เช่น E-Book , หนังสือ , ซีดี , DVD , VDO ฯลฯ

จงจำกฏสำคัญเอาไว้เสมอ คือ “ยิ่งลูกค้ารู้จักสิ่งที่เราขายได้มากและลึกซึ้งพอ เขาจะควักเงินซื้อสิ่งนั้นอย่างไม่ลังเลสงสัย”

ระบบที่ 2 : ระบบสร้างความสัมพันธ์

ระบบที่2นี้ เป็นเรื่องขอการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับทุกคนที่เข้ามาที่เว็บหรือบล็อกเรา เช่น การแทรกลิงค์แบนเนอร์ Socail Media ต่างๆ อาทิ Facebook , Line ฯลฯ

ระบบที่ 3 : ระบบการติดต่อ

แน่นอนว่า ถ้าเกิดลูกค้าสนใจอยากซื้อขึ้นมา แต่หาช่องทางติดต่อไม่ได้ ก็จบกันพอดี

เพราะฉะนั้น ต้องมีข้อมูลสำหรับให้ลูกค้าติดต่อ(ถ้าติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมงยิ่งดี)

ทั้งหมดนี้ คือ ระบบที่ต้องมี ในเว็บฯหรือบล็อกเรา แล้วเราก็จะมียอดขายถล่มทลายอย่างแน่นอน

ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร ศรัทธาจะนำมาซึ่งความสำเร็จเสมอ

อ.โจ้ จินตกวี

ป้องกัน: รายละเอียดหลักสูตร5วิธีหาเงินล้าน(โดยใช้เงินทุนน้อยที่สุด)

บทความนี้มีรหัสผ่านป้องกันอยู่ การจะดูบทความโปรดใส่รหัสผ่านของคุณด้านล่าง

วิธีหาเงินออนไลน์วันละ1,000บาท(ตอนที่4)

ขั้นที่ 4 ของการหาเงินออนไลน์วันละ1,000บาท

สวัสดีครับทุกท่าน หลังจากที่ทุกท่านได้เรียนรู้ไปแล้ว2ขั้นตอนของการหาเงินล้านออนไลน์ คือ

ขั้นที่ 1 ต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าทำไมต้องหาเงินออนไลน์

ขั้นที่ 2 ต้องมีแรงจูงใจในการหาเงินล้านออนไลน์

ขั้นที่ 3 เปลี่ยนสิ่งที่เราหลงรัก ให้กลายเป็นเงิน

เมื่อผ่านขั้นตอนทั้ง 3 แล้ว ขั้นที่ 4 ก็เริ่มจะเห็นแนวทางที่ชัดเจนเพิ่มขึ้น นั่นคือ “การสร้างให้มันเป็นระบบที่ทำงานแทนเราตลอด24ชั่วโมง”

ถูกต้องแล้วครับ


ขั้นที่ 4 ของการหาเงินวันละ1,000บาท คือ การสร้างระบบออนไลน์เพื่อให้มันทำงานแทนเราตลอด24ชั่วโมง

นี่คือกุญแจที่สำคัญ ที่จะช่วยสร้างรายได้แบบออนไลน์ให้เราตลอด 24 ชั่วโมง

– ทำงานปั๊มเงินให้เราแบบไม่มีวันหยุด
– ทำงานปั๊มเงินให้เราแบบไม่มีวันลา
– ทำงานปั๊มเงินให้เราแบบตลอด24ชั่วโมง
– ทำงานปั๊มเงินให้เราแบบเราไม่ต้องทำอะไรเลย
………………………………………………………………..

เครื่องจักรปั๊มเงินหรือระบบเครื่องจักรทำงานแทนเราตลอด24ชั่วโมง มีหลายรูปแบบ ทั้งแบบฟรี และ ไม่ฟรี ไปดูกันเลย

แบบที่ 1 : Blogger.Com

แบบแรกนี้ เป็นแบบที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุนซักบาท คือ การสร้างบล็อกฟรีด้วย Blogger.Com นั่นเอง

ซึ่งการสร้างบล็อกแบบนี้ มีประโยชน์ในด้าน SEO เป็นอย่างมาก(ค่อยไปเรียนรู้กันว่า SEO เป็นอย่างไร?) เพราะว่า Blogger เป็นเครื่องมือในการสร้างบล็อกของ Google เอง นั่นเอง

ข้อได้เปรียบที่สำคัญของ Blogger คือ เป็นเครื่องมือของ Google ที่มีผลต่อการติดหน้าแรกของ Google นั่นหมายความว่า หลังจากที่เรามีสิ่งที่เราหลงรักแล้ว เราก็นำมันมาขายโดยใช้ช่องทางทางอินเทอร์เน็ต นั่นเอง

Blogger มีขั้นตอนการทำงานที่ง่ายมากๆ เพียงแค่มีบัญชีของ Google อันไหนก็ได้ ก็สามารถสมัครสร้างบล็อกด้วย Blogger ได้ทันทีแบบไม่ต้องรอ

แบบที่ 2 : WordPress.Com

แบบที่สองนี้ มีลักษณะคล้ายกับแบบแรก แต่แตกต่างกันที่ความยืดหยุ่นจะมีมากกว่า สามารถเพิ่มเติมเทคนิคต่างๆได้อย่างมากมาย ส่งผลให้บล็อกที่เราสร้าง มีหน้าตางดงาม ดูเหมือนมืออาชีพมากกว่า Blogger.Com

นอกจากข้อดีด้านความยืดหยุ่นแล้ว ข้อดีอีกข้อของ WordPress.Com คือ สามารถนำไปต่อยอดในการสร้างบล็อกในแบบที่ 3 ได้เป็นอย่างดี ซึ่งมีความสำคัญมากๆในด้านการใช้ทักษะขั้นปานกลาง – ขั้นสูง ในการสร้างบล็อก

แน่นอนว่า แบบที่ 2 นี้ สร้างได้ฟรี 100%

แบบที่ 3 : WordPress.ORG

แบบที่ 3 นี้ จัดได้ว่า เป็นหลักการสร้างเครื่องจักรปั๊มเงิน(เว็บฯ/บล็อก)ที่อยู่ขั้นปานกลางจนถึงขั้นสูงขึ้นไป ซึ่งเราสามารถดีไซน์ระบบต่างๆได้อย่างง่ายดาย และเหมาะกับธุรกิจออนไลน์ทุกขนาด

ดูตัวอย่างการสร้างบล็อกด้วย WordPress.ORG ได้ที่

www.coursetorich.com

www.ebooktorich.com

www.บ้านจินตกวี.com

www.ขายประกันชีวิต.com

ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการสร้างเว็บหรือบล็อกด้วยระบบไหนก็ตาม หัวใจสำคัญ คือ “เป็นเว็บหรือบล็อกที่มีคุณค่าในสายตาของผู้เยี่ยมชม”

แก่นแท้ของทุกสิ่งอยู่ที่ “การมอบประโยชน์และคุณค่าสูงสุดให้กับผู้คน” ยิ่งเราได้ให้คุณค่าได้มากเท่าใด เราก็จะได้รับสิ่งตอบแทนกลับคืนมาที่คุ้มค่ากว่าหลายเท่าทวีคูณอย่างแน่นอน…

ในบทความต่อไป จะพาไปเรียนรู้ว่า ในเว็บ/บล็อกที่เราสร้าง มันต้องมีระบบที่สำคัญอะไรบ้าง ถึงจะทำให้เราสามารถสร้างรายได้วันละ 1,000 บาท ตลอด 24 ชั่วโมงได้

อย่าลืมติดตาม และกดไลค์ กดแชร์ เยอะๆนะครับ

ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร ศรัทธาจะนำมาซึ่งความสำเร็จเสมอ

อ.โจ้ จินตกวี

วิธีหาเงินออนไลน์วันละ1,000บาท(ตอนที่3)

ขั้นที่ 3 ของการหาเงินออนไลน์วันละ1,000บาท

สวัสดีครับทุกท่าน หลังจากที่ทุกท่านได้เรียนรู้ไปแล้ว2ขั้นตอนของการหาเงินล้านออนไลน์ คือ

ขั้นที่ 1 ต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าทำไมต้องหาเงินออนไลน์

ขั้นที่ 2 ต้องมีแรงจูงใจในการหาเงินล้านออนไลน์

เมื่อผ่านขั้นตอนทั้ง 2 แล้ว ขั้นที่ 3 ก็เริ่มจะเห็นแนวทางที่ชัดเจนขึ้น นั่นคือ “การค้นหาสิ่งที่เรารัก แล้วทำให้มันเป็นธุรกิจ”

ถูกต้องแล้วครับ

ขั้นที่ 3 ของการหาเงินวันละ1,000บาท คือ การเปลี่ยนสิ่งที่เราหลงรัก ให้กลายเป็นเงิน

มีสิ่งต่างๆมากมายบนโลกนี้ ที่หลายๆคนชื่นชอบ หรือตกหลุมรัก แต่ไม่สามารถ ทำให้มันสร้างเงินล้านได้ ดังนั้นวันนี้ เราจะมาค้นหากันว่า มันคืออะไร? และจะนำมันมาเป็นธุรกิจได้อย่างไร?

กิจกรรมที่บ่งบอกว่า เป็นสิ่งที่เรารัก มีลักษณะหลายข้อ เช่น

ข้อ 1 : เราทำอะไรแล้วรู้สึกว่า เวลามันผ่านไปอย่างรวดเร็ว

หลักการข้อนี้ มันเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเรามากๆ แต่เราไม่ค่อยจะหยุดมองดูกิจกรรมที่เราทำว่า มันสามารถ แปรเปลี่ยนให้มันเป็นธุรกิจได้หรือไม่?

ตัวอย่าง เช่น ผมเล่นกีตาร์ แล้วรู้สึกดี มีความสุข มีความผ่อนคลาย ทุกครั้งที่เล่นก็แทบจะวางมันไม่ลง เล่นแล้วรู้สึกว่าเวลามันผ่านไปอย่างรวดเร็ว

แบบนี้ไง ที่เรียกว่า “เป็นสิ่งที่เราตกหลุมรักมัน”

ข้อ 2 : เราทำอะไรแล้ว รู้สึกว่า เราทำได้ดี มีสมาธิจดจ่อ

หลักการข้อนี้ ก็อนุมานได้ว่า กิจกรรมที่เรากำลังทำอยู่ เป็นกิจกรรมที่เราตกหลุมรัก เพราะถ้าเราทำสิ่งนั้นได้ดี มีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่กำลังทำ มันบ่งบอกได้ว่า “เรากำลังทำสิ่งที่เรารัก” เพราะถ้าเราสิ่งที่เราไม่ชอบ แน่นอนว่า เราจะทำมันออกมาไม่ดี อีกทั้งยังไม่มีสมาธิ จิตใจวอกแวก ไม่ตั้งมั่นในสิ่งที่ทำ นั่นเอง

ข้อ 3 : ใครก็ชมว่า สิ่งที่เราทำมันดีมากๆ

หลักการข้อนี้ เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่จะบ่งชี้ว่า เราทำสิ่งที่เรารัก และกำลังแสดงออกว่า มันเป็นสิ่งที่ดีกับผู้คน แน่นอนว่า ถ้าเป็นแบบนี้ มันสามารถแปรเปลี่ยนให้เป็นธุรกิจได้ง่ายๆ เช่น ผมเล่นกีตาร์เป็น และเล่นอย่างมีความสุข อีกทั้ง ยังสามารถแนะนำเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ให้สามารถเล่นกีตาร์ได้เหมือนผม แบบนี้นี่แหละ คือ “มันเป็นสิ่งที่ดีกับผู้คน” ดังนั้น จงจำเอาไว้เสมอว่า “อะไรที่ดีต่อผู้คน สิ่งนั้นจะขายได้เสมอ”

หลักการทั้ง 3 ข้อนี้ เป็นตัวบ่งบอกว่า สิ่งที่เราทำอยู่ มันเป็นสิ่งที่เราตกหลุมรัก ซึ่งแน่นอนว่า สิ่งที่เรากำลังตกหลุมรัก ต้องมีคุณสมบัติอีก 1 อย่าง คือ “เป็นสิ่งที่สร้างสรรค์ ไม่ใช่สิ่งที่ทำลาย”

เพราะหลายคน อาจจะชอบกิจกรรมที่ไม่สร้างสรรค์ เช่น การฆ่าสัตว์อย่างทารุณ การใช้ความรุนแรง การลักขโมย ฯลฯ

สิ่งเหล่านี้ อาจจะเป็นสิ่งที่ชอบ แต่มันไม่สร้างสรรค์ จึงไม่ควรนำมาปฏิบัติเป็นอย่างยิ่ง ต้องใช้คำว่า “ห้ามประพฤติปฏิบัติเลย” ด้วยซ้ำ

ดังนั้น “แก่นที่แท้จริง ของการเปลี่ยนสิ่งที่เราตกหลุมรัก ให้กลายเป็นเงิน คือ การทำในสิ่งที่สร้างสรรค์”  นั่นเอง

เมื่อรู้หลักการเบื้องต้นแล้ว ขั้นต่อมาคือ “การแปลงสิ่งที่เราตกหลุมรักให้กลายเป็นธุรกิจ

การแปลงสิ่งที่เราตกหลุมรักให้กลายเป็นธุรกิจ

ในการเปลี่ยนสิ่งที่รักให้เป็นเงิน มันเริ่มต้นที่ คำถามเดียว คือ “กิจกรรมที่เราตกหลุมรักนี้ มันช่วยผู้คนได้หรือไม่?อย่างไร?”

นี่คือ คำถาม ที่จะช่วยให้เราสามารถสร้างรายได้ วันละ 1,000 บาท ได้ ซึ่งในวันนี้ จะเน้นไปที่การทำความรู้จัก “อะไรที่เราทำแล้วตกหลุมรักอย่างแรง” จึงจะขอยกเอาเรื่อง การจะสร้างรายได้วันละ 1,000 บาท จากสิ่งที่เราตกหลุมรัก ได้อย่างไร ไปไว้ในบทความตอนที่ 4 ละกัน

อย่าลืมติดตาม และกดไลค์ กดแชร์ เยอะๆนะครับ

ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร ศรัทธาจะนำมาซึ่งความสำเร็จเสมอ

อ.โจ้ จินตกวี

อยากเปิด7-11ต้องลงทุนเท่าไหร่?ได้กำไรเท่าไหร่?

อยากเปิด7-11ต้องลงทุนเท่าไหร่?ได้กำไรเท่าไหร่?

คำถามนี้ สำคัญมากๆ ถ้าหากมีเงินทุนหลักล้าน แต่ไม่รู้จะเอาไปทำอะไรให้มันงอกเงยขึ้นมา ไปอ่านรายละเอียดกันเลย


สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้ผมมีลูกศิษย์หลายคนถามมาว่า อยากเปิด7-11ต้องลงทุนเท่าไหร่?ได้กำไรเท่าไหร่? ซึ่งผมคิดว่า เป็นคำถามที่ดี จึงได้ไปสืบค้นข้อมูล จึงได้ไปเจอข้อมูลที่น่าสนใจมากๆ ลองไปอ่านกันดูครับ

7-11%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99

เป็นไงครับ จากภาพ จะเห็นว่า อยากเปิดร้าน 7-11 ต้องใช้เงินเริ่มต้น 1,500,000 บาทเป็นอย่างต่ำ ซึ่งถ้าลงทุนแค่นี้ มีสัญญาแค่ 6 ปี (เมื่อครบสัญญาก็ต้องต่อใหม่) และรายได้หรือผลกำไรอยู่ที่เดือนละ 30,000 – 40,000 บาท ซึ่งขึ้นอยู่กับทำเล

ซึ่งแน่นอนว่า ผมมีรูปแบบรายได้เดือนละ 30,000 – 40,000 บาท โดยไม่ต้องลงทุนซักบาท โดยคลิกที่ลิงค์แบนเนอร์ข้างล่างเลยครับ

%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3

ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร ศรัทธาจะนำมาซึ่งความสำเร็จเสมอ

 

แล้วพบกันในความสำเร็จครับ

อ.โจ้ จินตกวี

ปล. ท่านสามารถดูรายละเอียดแบบเต็มๆประกอบการตัดสินใจ ได้ที่เอกสารแนบข้างล่างนี้ได้เลยครับ