สอนวิธีหาเงินล้านด้วยForex(ขั้นพื้นฐาน)ฟรี

RegisterEness

สอนวิธีหาเงินล้านด้วยForex(ขั้นพื้นฐาน)ฟรี

สวัสดีครับทุกท่าน

หลังจากที่ห่างหายกันไปนาน ไม่ค่อยได้อัพเดทบทความ วันนี้ ก็มีเรื่องราวดีๆมาบอกต่อทุกท่านอีกแล้ว นั่นคือ

ผมจะสอนวิธีหาเงินล้านด้วยForex ขั้นพื้นฐาน ฟรี100%

ไปดูขั้นตอนกันเลย

ขั้นที่ 1 : เตรียมเอกสารการสมัครสมาชิกโบรกเกอร์สำหรับเทรด Forex ที่ลิงค์ข้างล่าง

สิ่งที่ท่านต้องเตรียม คือ

1)รูปถ่ายบัตรประชาชน ทั้งหน้าหลัง

2)รูปถ่ายทะเบียนบ้าน ทั้งหน้าบ้านเลขที่และหน้าที่มีชื่ตัวเอง

เมื่อเตรียมแล้ว ก็คลิกที่ลิงค์/แบนเนอร์ข้างล่างได้เลยครับ

ลิงค์สมัครสมาชิกโบรกเกอร์เพื่อหาเงินล้านด้วยForex

exness

 

ขั้นที่2 : เริ่มสมัครตามขั้นตอนในเอกสารข้างล่างนี้(คลิกที่แบนเนอร์เพื่อดาวน์โหลด)

ดาวน์โหลดเอกสารการสมัครโบรกเกอร์แบบ Step by Step

 

RegisterEness

ขั้นที่3 : เมื่อมีบัญชีแล้ว ติดต่อกลับผมผ่านทางไลน์ ไอดี : richhappily(หรือสแกนคิวอาร์โค้ดที่อยู่บนหัวเว็บ) โดยพิมพ์คำว่า “เรียนรู้วิธีหาเงินล้านด้วยForex”

 

เพียงเท่านี้ก็จะได้รับการเชิญเข้าสู่ห้องเรียนการเทรดForexแบบไม่ต้องเสียเงินสักบาท

 

ขอให้มีความสุขในการปั๊มเงินล้าน

 

By อ.โจ้ จินตกวี

 

รายได้6แบบที่จะตอบได้ว่าท่านเป็นคนจนหรือเป็นคนรวย?

รายได้แบบที่2

รายได้ 6 รูปแบบ คุณอยู่ในรูปแบบใหน?

วันนี้จะพา มารู้จักกับ รายได้ บนโลกนี้ทั้ง 6 รูปแบบ ซึ่งก็ต้องเกริ่นไว้ตรงนี้ก่อนเลยว่า ไม่ได้ดูถูกหรือบอกว่ารายได้แบบใหนไม่ดี เพราะผมเชื่อว่า อะไรก็ตามที่ได้มาโดยสุจริต ไม่ทำให้ใครเดือดร้อนย่อมดีอยู่แล้วเพียงแต่ต้องการชี้ให้เห็นถึงความแตกต่าง ของรายได้แต่ละเเบบ เราไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

1.รายได้แบบรับครั้งเดียว

– รายได้แบบนี้ไม่แน่นอน รับรายได้เป็นครั้งๆ จะมีรายได้ก็ต่อเมื่อได้งานทำ ถ้าทำงานได้มาก ก็มีรายได้มาก ทำงานได้น้อย ก็มีรายได้น้อย ถ้าหยุดทำงาน เช่น ป่วย ทำไม่ไหว หรือแม้แต่ถูกออกจากงาน ก็ไม่มีรายได้ รวมถึงการเสียชีวิต ทุกอย่างก็จบตามกันไปตัวอย่างอาชีพนี้เช่น การับจ้างทั่วไป รับเหมาต่างๆ

2.รายได้แบบขั้นบันได

– รายได้แบบนี้ทำงานทั้งปี ได้เท่าเดิม แต่อาจจะมีการปรับเงินเดือนเพิ่มให้ เช่นปีละ5% หรืออาจจะมากน้อยกว่านั้น ซึ่งยุคนี้น้อยมากที่จะปรับขึ้นเยอะๆ แค่มีงานทำก็ดีใจแล้ว ลักษณะงานแบบนี้ได้แก่ การเป็นลูกจ้างบริษัท รวมทั้ง รับราชการ หรืออะไรที่มีเงินเดือนนั่นเอง
งานแบบนี้ ถ้าไม่ลาออก ก็รอเงินเกษียณ ถ้าหากเกิดเสียชีวิต ตำแหน่งงานต่างๆรวมถึงรายได้ก็จะมีคนอื่นมารับแทนเรา ไม่สามารถยกให้ทายาทเราได้

3.รายได้แบบถดถอย

– รายได้แบบนี้ จะเป็นรายได้ที่น้อยลงไปเรื่อยๆ เช่น อาชีพศิลปิน นักร้อง นักแสดง ดารา เพราะถึงแม้ทำงานมานาน มีประสบการณ์สูงขึ้น แต่เมื่อค่านิยมเสื่อมลง ทำให้รายได้ลดลงเรื่อยๆนั่นเอง

4.รายได้แบบขึ้นลงตามสภาวะการณ์

– รายได้แบบนี้ไม่แน่นอน เช่น การทำธุรกิจ ต้องมีการลงทุนสูง มีความเสี่ยง คู่แข่งก็เยอะ ต้องมีทุนหมุนเวียนที่มากพอ ทำเลค้าขายต้องดี ต้องดูแลเรื่องลูกน้อง เรื่องเงิน เปิดปิดร้าน การยักยอกต่างๆ หากเศรษฐกิจไม่ดีก้ต้องปิดตัวลง บางทีกู้เงินมา อาจจะทำให้เป็นหนี้ได้อีกด้วย

5.รายได้แบบพหุคูณ

– รายได้แบบนี้เริ่มจากน้อย แล้วค่อยๆมากขึ้นๆ ช่วงแรกๆอาจจะต้องยอมทำงานอย่างหนัก แต่แลกมากับรายได้อันน้อยนิด แต่จะเริ่มมีรายได้มากขึ้นเมื่อธุรกิจเริ่มขยายตัว ที่สำคัญ ไม่มีเพดานรายได้
ไม่ต้องจ้างพนักงาน ไม่ต้องนั่งเฝ้าร้าน เมื่อสร้างธุรกิจเสร็จแล้วสามารถหยุดพักได้โดยที่รายได้ไม่หยุดตาม สามารถโอนต่อให้ทายาทได้ เมื่อเสียชีวิตแล้วทายาทสามารถมารับรายได้ต่อ ซึ่งธุรกิจแบบนี้ได้แก่ ธุรกิจเครือข่ายที่ถูกกฎหมาย

6.รายได้แบบใช้เงินทุนน้อยที่สุดแต่รับรายได้ตลอดไป

– รายได้แบบนี้ เป็นรายได้ที่เป็นเคล็ดลับเฉพาะ หลักสูตร : 5วิธีหาเงินล้าน(โดยใช้เงินทุนน้อยที่สุด) เพราะมุ่งเน้นไปที่ “การสร้าง Passive Income 100% โดยใช้เงินทุนน้อยที่สุด(หรือแทบจะไม่ได้ใช้เลยด้วยซ้ำ)” มันเป็นรายได้ที่เกิดจากการสร้างสิ่งๆหนึ่งขึ้นมา คือ “เครื่องจักรปั๊มเงินล้าน24ชั่วโมง” แน่นอนว่า เครื่องจักรปั๊มเงินนี้ มันจะทำงานปั๊มเงินแทนเราตลอด24ชั่วโมง ไม่ว่าเราจะ กิน เล่น เที่ยว นอน นั่ง เดิน ทำบุญ ทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ ฯลฯ เครื่องจักรนี้ ก็ปั๊มเงินแทนเรา24ชั่วโมง

ถ้าหากสังเกตุดีๆ ท่านอาจจะมองเห็นว่า ทำไมมันเหมือนรูปแบบที่5 คือ รายได้แบบหลายชั้น(พหุคูณ) นั่นเป็นเพราะ มันใช้หลักการคล้ายๆกันคือ พลังทวีคูณ และ พลังของคานผ่อนแรง แต่มีข้อแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ตรงที่ “ถ้าเป็นรายได้แบบหลายชั้น(พหุคูณ) จะเป็นในรูปแบบธุรกิจเครือข่าย MLM” ซึ่งจำเป็นที่จะต้อง ออกไปง้อ ขอ ตื้อ ให้ผู้คนมาร่วมทีม ถึงจะเกิดการทวีคูณของรายได้ โดยมีแผนการตลาดของแต่ละบริษัทเป็นตัวกำหนดรายได้ ซึ่งแน่นอน บางทีก็อาจจะดูเหมือนการถูกเอาเปรียบโดยบริษัทเครือข่าย ที่เขียนแผนการจ่ายเงินแบบกำกวมบ้าง บอกไม่หมดบ้าง ซึ่งแน่นอนว่า หลายๆคนอาจจะไม่ชอบรูปแบบการทำธุรกิจเครือข่าย ที่คนสำเร็จแค่ 5% ซึ่งมีน้อยกว่า คนที่ล้มเหลวมากถึง 95%

ในขณะที่ รูปแบบรายได้ แบบ 5วิธีหาเงินล้าน(โดยใช้เงินทุนน้อยที่สุดนี้)มีข้อดี มากถึง 5 ข้อหลักๆ
ซึ่งรายละเอียดคร่าวๆ ไปดูรูปประกอบกันเลยว่า มีอะไรยังไงบ้าง ดูที่ แบนเนอร์ อยากรวยทำไง ทั้งด้านข้างและด้านบนได้เลยครับ

หรือ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม โดย Add Line ID  ==>> richhappily

หรือ เข้าไปอ่านรายละเอียดได้ที่ http://www.coursetorich.com

ความสุขแบบ100%มีลักษณะเป็นอย่างไร?

ความสุขแบบ100%มีลักษณะเป็นอย่างไร?

สวัสดีครับทุกๆท่าน ที่ติดตาม www.coursetorich.com

มีหลายคน สงสัยเกี่ยวกับ ความสุขแบบ 100% ว่า แบบไหน ที่เรียกว่าเป็นความสุขแบบ 100%?

จริงๆแล้ว คำถามนี้ ไม่มีใครตอบได้ดีที่สุด/ถูกใจที่สุด นอกจากตัวของผู้ถามเอง แต่ผมก็พอจะมีแนวทางให้ทุกๆท่านได้นำไปปรับวิธีคิด และปรับมุมมองในการใช้ชีวิตกันดูครับ ก่อนอื่น ไปดูภาพนี้กันก่อนครับ

ความสุขแบบ100%

จากภาพ ทุกท่านจะเห็นว่า มันมีองค์ประกอบที่สำคัญ 3 ด้าน คือ

“ด้านการเงิน ด้านสุขภาพ และ ด้านเวลา”

ไปเรียนรู้กันทีละข้อกันแบบเจาะลึกกันดีกว่า….

………………………………………………………….

ด้านที่ 1 : อิสรภาพด้านการเงิน 100%

ในประเด็นนี้ เป็นประเด็นที่สำคัญมากๆ ที่แยก คนมีเงิน กับ คนที่ไม่มีเงิน ออกจากกัน

คำว่า อิสรภาพ ด้านการเงิน 100% ไม่ได้มีความหมายว่า “ต้องมีเงิน 100,000,000 , 1,000,000,000 บาท” ต้องทำความเข้าใจซะใหม่

อิสรภาพด้านการเงิน 100% คือ
การไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการหาเงินแบบ Active Income

นั่นหมายความว่า “ท่านมีระบบปั๊มเงินแทนเราตลอด24ชั่วโมง” นั่นเอง

ในเรื่องของรูปแบบรายได้ เขาเรียกรายได้แบบนี้ว่า “รายได้แบบ Passive Income” นั่นเอง

เมื่อไหร่ที่ท่านมีรายได้แบบ Passive Income 100% ท่านจะไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการ

  • ต้องรีบตื่นแต่เช้าไปทำงานงกๆๆ
  • ต้องมีเวลาจำกัด
  • ต้องเร่งรีบทำงานแลกเงิน
  • ต้องกังวลเกี่ยวกับรายได้
  • ฯลฯ

ทั้งหมดนี้ คือ อิสรภาพด้านการเงิน 100%

ดังนั้น คีย์เวิร์ดที่สำคัญของด้านที่ 1 นี้ คือ “การมีรายได้แบบ Passive Income”

แน่นอนว่า ทุกท่านอย่าเพิ่งโยงผมไปว่า “ผมจะชวนทุกท่านไปทำธุรกิจเครือข่าย MLM หรือ ธุรกิจขายตรงขายอ้อมอะไรเหล่านั้น” เพราะผมจะไม่มีวันชวนท่าน!

ที่ผมจะไม่ชวนท่าน เพราะ “ธุรกิจเครือข่าย MLM / ขายตรง เป็นเรื่องของความเข้าใจที่ถูกต้อง เป็นเรื่องของวิธีคิดที่ถูกต้อง” ผมจึงไม่ชวนใคร

อีกอย่าง การสร้างรายได้แบบ Passive Income ไม่ได้มีแค่ ธุรกิจเครือข่าย MLM เท่านั้น! จำไว้ให้ดี

มันมีอีกเยอะครับ ในการ สร้างรายได้แบบ Passive Income เอาไว้ ค่อยมาเจาะลึกกันอีกที

………………………………………………………….

ด้านที่ 2 : อิสรภาพด้านสุขภาพ 100%

ในประเด็นนี้ ก็เป็นอีกประเด็นที่สำคัญ

ถึงแม้ท่านจะมีเงินร้อยล้าน พันล้าน

แต่ถ้าหากสุขภาพท่านไม่ดี ท่านป่วย หรือ ท่านพิการ นอนรักษาตัวอยู่ การมีเงินร้อยล้านพันล้าน จะไม่มีความหมายอันใดเลยครับ จำไว้ให้ดีว่า “เรื่องสุขภาพ ถ้าท่านไม่ดูแล ท่านจะมีรายจ่ายที่แพงมากๆเสมอ”

การมีอิสรภาพด้านสุขภาพ คือ “การได้ดูแลสุขภาพตัวเองเต็มที่ 100%”

อิสรภาพด้านสุขภาพ 100% คือ
การไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรง

นั่นหมายความว่า “เราได้ดูแลสุขภาพของเราแบบเต็มที่”

  • ได้ทานอาหารที่มีประโยชน์และทรงคุณค่า
  • ได้มีเวลาออกกำลังกายทุกๆวันอย่างสม่ำเสมอ
  • ได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ
  • ได้มีระบบขับถ่ายที่ดี
  • ได้มีอากาศที่บริสุทธิ์ในการหายใจ
  • ฯลฯ

ทุกอย่างในแต่ละวัน ถูกดำเนินไปด้วย “การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพให้สมบุรณ์แข็งแรง”

นี่คือ นิยามของคำว่า “อิสรภาพด้านสุขภาพแบบ 100%”

………………………………………………………….

ด้านที่ 3 : อิสรภาพด้านเวลา 100%

ในประเด็นนี้ ยิ่งเป็นประเด็นที่สำคัญมากๆในการดำเนินชีวิต

นั่นเป็นเพราะว่า “เงิน มิอาจซื้อเวลาที่ผ่านมาแล้วได้”

เพราะฉะนั้น บางครั้ง เวลา ก็สำคัญกว่า เงิน

บางคน ใช้เวลาหมดไปกับการหาเงิน เพื่อคิดว่าจะได้พักผ่อนหลังเกษียณ

แต่ในความเป็นจริงแล้ว “ถ้าหากไม่เริ่มสร้าง Passive Income ณ ตอนนี้ เมื่อถึงเวลาเกษียณ ท่านยังต้องทำงานแลกเงิน อยู่ดี”

ดังนั้น อิสรภาพด้านเวลา 100% จึงเป็นเรื่องของความ “อิสระที่จะทำอะไรก็ได้ ไปไหนก็ได้ ไม่เกี่ยวกับเวลา”

อิสรภาพด้านเวลา 100% คือ
การไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเวลา อยากไปไหนก็ไป อยากทำอะไรก็ทำ

เมื่อเรามีอิสรภาพด้านเวลา เวลาของเราจึงมีเหลือเฟือที่จะ “ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับคนที่เรารัก”

  • มีเวลา กิน เล่น เที่ยว ดูหนัง ฟังเพลง
  • มีเวลา ทำกิจกรรมสร้างสรรค์สังคม
  • มีเวลา ทำบุญ
  • มีเวลา ปฏิบัติธรรม
  • มีเวลา นั่งสมาธิ เข้าฌาณ
  • มีเวลา ทำทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างไม่มีข้อจำกัด
  • ฯลฯ

ปัญหาของคนส่วนใหญ ที่เป็น “ลูกจ้าง/พนักงาน/ข้าราชการ” คือ “การขายเวลาให้กับหน่วยงานนั้นไปแล้ว อย่างน้อย 8 ชั่วโมง”

ซึ่งแน่นอนว่า เมื่อขายไปแล้ว 8 ชั่วโมงต่อวัน ก็เหลือเวลาสำหรับตัวเอง แค่ไม่กี่ชั่วโมง

เพราะ อีก 8 ชั่วโมง ก็เป็นไปเพื่อกิจกรรมส่วนตัว เช่น กิน นอน นั่ง พักผ่อน

ส่วนอีก 8 ชั่วโมงสุดท้ายนี่แหละที่สำคัญ เพราะมันคือเวลาสำหรับทำสิ่ง 2 อย่าง คือ 1)ทำกิจกรรมที่ไร้สาระ หรือ 2)ทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดรายได้กลับคืน เช่น การสร้างรายได้แบบ Passive Income นั่นเอง

แต่คนส่วนใหญ่ มักจะติดหล่มวิธีที่ 1 คือ ใช้เวลา 8 ชั่วโมงนี้ ทำกิจกรรมที่ไร้สาระไปวันๆ

จึงเป็นสาเหตุให้ อิสรภาพด้านอื่นๆ ไม่เต็มร้อยสักที นั่นเอง

………………………………………………………….

ทั้ง3ด้านนี้เอง ที่เป็นตัวชี้วัดว่า “ทุกท่าน มีความสุขแบบ 100% ใช่หรือไม่?”

แน่นอนว่า ถ้าหากมี อิสรภาพแบบ 100% ครบทั้ง 3 ด้าน ชีวิตของทุกท่านก็สามารถ มีความสุขแบบ 100%

………………………………………………………….

หลายคน อาจจะอยากรู้ว่า “แล้วจะออกจากวงจรของการเป็น ลูกจ้าง/พนักงาน/ข้าราชการ เพื่อจะมีความสุขแบบ 100% ได้อย่างไร?”

คำตอบมันง่ายมากๆครับ คือ

ถ้าท่านทำแต่สิ่งเดิมๆ ท่านก็จะได้ผลลัพธ์แบบเดิมๆตลอดไป
แต่ถ้าท่านอยากได้ผลลัพธ์ใหม่ๆ เช่น มีอิสรภาพในทุกๆด้าน
ท่านต้องทำสิ่งใหม่ๆ คือ เรียนรู้ที่จะสร้างผลลัพธ์ใหม่ๆ นั่นเอง

แน่นอนว่า “ท่านต้องเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างสม่ำเสมอ” ท่านจึงจะได้รับผลลัพธ์ใหม่ๆ

ผมก็มีหลักสูตรที่สำคัญ ที่จะช่วยชี้แนะแนวทาง ที่จะช่วยให้ทุกท่าน “มีความสุขในการใช้ชีวิตแบบ 100%”

นั่งคือ “หลักสูตร : 5วิธีหาเงินล้าน(โดยใช้เงินทุนน้อยที่สุด)”

คลิกที่รูปภาพข้างล่างเพื่อเรียนรู้รายละเอียดกันเลยครับ

%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3

………………………………………………………….

เป็นไงกันบ้างครับ สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตคนเรา คือ “การใช้ชีวิตแบบมีความสุข 100%” ซึ่งแน่นอนว่า ทุกๆท่าน สามารถทำตามได้ไม่ยากครับ แค่เปิดใจ

ความสุขแบบ100%

ถ้าบทความนี้ดี มีประโยชน์และทรงคุณค่า ท่านสามารถ

1)กดไลค์บทความนี้

2)กดแชร์บทความนี้ให้กับเพื่อนๆของทุกท่านได้อ่าน

3)ร่วมแสดงความคิดเห็น เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดซึ่งกันและกัน

………………………………………………………….

ขอให้ทุกท่าน มีความสุขในการใช้ชีวิตแบบ 100% นะครับ

By อ.โจ้ จินตกวี

Mr.Guitar Million

 

อยากรวยทำไง?ตอนที่27

อยากรวยทำไง?ตอนที่27

สวัสดีครับทุกท่าน ที่ติดตามบทความดีๆจากผม อ.โจ้ จินตกวี หรือ อ.นเรศ สีละมัยมาโดยตลอด ซึ่งหลังจากที่ผมได้ปล่อยบทความในชุด “อยากรวยทำไง?” มา 26 ตอนแล้ว ก็มีเสียงเรียกร้องให้เขียนบทความในหมวดหมู่นี้เพิ่มหน่อย เพื่อจะได้เป็นแนวทางที่ถูกต้องในการสร้างความร่ำรวยต่อไป

เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนในบทความนี้ ทุกท่านจำเป็นที่จะต้องกลับไปเรียนรู้ตั้งแต่ “อยากรวยทำไง ตอนที่ 1 – ตอนที่ 26 ” กันก่อนนะครับ ไม่งั้นท่านจะงงมากๆเมื่ออ่านบทความนี้

%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3

เป็นความเข้าใจที่ตรงกันนะครับว่า ทุกท่านได้มีพื้นฐานเกี่ยวกับ “อยากรวยทำไงกันมาบ้างแล้ว” เพราะฉะนั้น ผมจะเริ่มเข้าเนื้อหาสำหรับ ตอนที่ 27 นี้ได้เลย ไม่ต้องเกริ่นเยอะ…..

……………………………………………………………………..

“ถ้าท่านอยากรวย ท่านต้องมีรูปแบบการเปลี่ยนรายจ่ายให้เป็นรายได้กลับคืน!”

……………………………………………………………………..

โห จั่วหัวมาแบบนี้ อาจจะแรงไปหน่อยสำหรับหลายๆคน เพราะหลายๆคนคงจะเกิดคำถามในใจว่า

“อาไรว่ะ การเปลี่ยนรายจ่ายให้เป็นรายได้กลับคืน?”

เพราะเห็นมีแต่ รายจ่าย พอจ่ายแล้วก็จ่ายอีก จ่ายแล้วจ่ายอีก ซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น

งั้น วันนี้ เรามาวิเคราะห์กันว่า “ในแต่ละวัน/แต่ละเดือน เรามีรายจ่ายอะไรบ้าง”

  • ค่าน้ำ
  • ค่าไฟ
  • ค่าโทรศัพท์ เติมเงิน/รายเดือน
  • ค่าอินเทอร์เน็ต
  • ค่าเช่า
  • ค่าผ่อนสินค้า
  • ค่าผ่อนบ้าน
  • ค่าผ่อนรถ
  • ค่าผ่อนบัตรเครดิต
  • ค่าโน่นนี่นั่น เยอะแยะเต็มไปหมดเลย

เป็นไงบ้าง?

ผมต้องนำเรียนกับทุกท่านอย่างนี้ครับว่า “ทั้งหมด เป็นรายจ่ายที่ท่านต้องจ่ายทุกวัน/ทุกเดือนอยู่แล้ว ใช่หรือไม่?”

ถูกต้องแล้วครับ ไม่บอกก็รู้ เพราะผมเองก็มีรายจ่ายเหล่านี้เหมือนกันกับทุกท่านนั่นแหละ

คำถามคือ “เราจะสร้างรายได้จากรายจ่ายเหล่านี้ได้อย่างไร?”

นั่นน่ะสิ!

อ้าว อ.โจ้ จินตกวี เริ่มกวนโอ๊ย!

โอเคร เอาเป็นว่า มันมีวิธีครับ

“วิธีเปลี่ยนรายจ่ายให้เป็นรายได้กลับคืน สามารถทำได้โดยการใช้ แอพฯ OKD” นั่นเองครับ

ว้าว มีแอพแบบนี้อยู่บนโลกนี้ด้วย?

คำตอบ คือ มีแน่นอนครับ

แอพฯ OKD จะช่วยเปลี่ยนรายจ่าย…..

 

  • ค่าน้ำ
  • ค่าไฟ
  • ค่าโทรศัพท์ เติมเงิน/รายเดือน
  • ค่าอินเทอร์เน็ต
  • ค่าเช่า
  • ค่าผ่อนสินค้า
  • ค่าผ่อนบ้าน
  • ค่าผ่อนรถ
  • ค่าผ่อนบัตรเครดิต
  • ค่าโน่นนี่นั่น เยอะแยะเต็มไปหมดเลย

ให้กลายเป็นรายได้กลับคืน ด้วยการได้ส่วนลด+แนะนำให้เพื่อนๆใช้แอพฯนี้ นั่นเอง

เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจน ผมมีวิดีโอให้ทุกท่านดู เพื่อประกอบการตัดสินใจว่า “ท่านควรจะใช้แอพฯ OKD นี้” หรือไม่?

คลิกดูวิดีโอข้างล่างได้เลยครับ

เป็นไงกันบ้างครับ “การสร้างเงินล้านด้วยมือถือ สามารถทำได้จริง” เพียงแค่เปิดใจเพื่อเรียนรู้

ทุกท่านสามารถ “สมัครทดลองใช้ระบบฟรี 30 วัน ก่อนที่จะเลือกสร้างรายได้จากรายจ่ายหรือไม่?”

คลิกสมัครที่ลิงค์ข้างล่าง(หรือสแกน คิวอาร์โค้ด)ได้เลยครับ

วิธีหาเงินล้านด้วยมือถือ

ลิงค์สมัคร(ฟรี 100%) => http://www.richbyphone.com

เมื่อท่านสมัครเสร็จ ท่านสามารถติดต่อผม เพื่อเรียนรู้ระบบต่างๆได้ตลอด24ชั่วโมง(มองหาดูครับจะเห็นช่องทางติดต่อผม)

ขอให้ทุกท่าน มีความสุขในการ “เปลี่ยนรายจ่ายให้เป็นรายได้กลับคืน” นะครับ

By อ.โจ้ จินตกวี

 

 

การลงทุนที่ดีที่สุดในโลก คืออะไร?

ลงทุนอะไรดีที่สุด

การลงทุนที่ดีที่สุดในโลก คืออะไร?

เมื่อพูดถึงการลงทุน ผู้คน มักจะนึกถึงแต่เรื่อง 1)เงินลงทุน 2)ผลตอบแทนจากการลงทุน และ 3)กำไรหรือขาดทุน.. แต่จริงๆแล้ว ถ้าพูดถึงเรื่องการลงทุน มันมีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะแยะเต็มไปหมด และแน่นอนว่า บทความนี้ จะช่วยเปิดเผยเคล็ดลับอันแยบคายในเรื่อง “การลงทุนที่ดีที่สุดในโลก คืออะไร?” รีบเข้าไปอ่านตอนนี้ หรือ แชร์เก็บไว้เลยครับ…

ลงทุนอะไรดีที่สุด

สวัสดีครับทุกท่าน ก็พบกับผม อ.โจ้ จินตกวี หรือ อ.นเรศ สีละมัย เกี่ยวกับ ข้อคิด ไอเดีย ดีๆเกี่ยวกับวิธีการหาเงินล้านในรูปแบบต่างๆ ซึ่งใครที่ติดตามผมมาโดยตลอด ก็จะเข้าใจหรือมีพื้นฐานในการหาเงินล้านได้เป็นอย่างดี สามารถนำเอาความรู้ไปต่อยอดได้อย่างไร้ขีดจำกัด

วันนี้ เราจะมาพูดถึง คำถามยอดฮิต ในหมู่ของคนที่มีเงินเก็บ(หรือไม่มีก็อาจจะมีคำถามได้) นั่นคือ “การลงทุนที่ดีที่สุดในโลก คืออะไร?”

อย่างที่ผมได้เกริ่นนำไปแล้วว่า คนส่วนใหญ่ พอพูดถึงเรื่องการลงทุน มักจะคิดไปใน 3 ประเด็นหลักๆเท่านั้น คือ

1)เงินลงทุน => ฉันต้องใช้เงินลงทุนเท่าไหร?

2)ผลตอบแทนจากการลงทุน => ฉันจะได้ผลตอบแทนจากการลงทุนของฉันเท่าไหร่?

3)กำไรหรือขาดทุน.. => สรุปแล้ว ฉันกำไร หรือ ขาดทุน?

ทั้ง 3 แง่มุมนี้ เป็นมุมมองของคนทั่วไป ที่มองเรื่องการลงทุน ในมุมของการควักเงินลงทุนเพื่อรอรับผลตอบแทนเท่านั้นเอง

ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว “ในมุมของการลงทุนแล้ว บางครั้ง ไม่ได้มีแค่การลงทุนเงินเพียงอย่างเดียวก็เป็นได้”

แต่ก่อนที่ผมจะลงลึกในรายละเอียด ผมอยากให้ทุกท่าน ได้ฟังนิทานเรื่องนี้ก่อนล่ะกัน

นิทานเรื่องนี้ มีชื่อว่า “ลูกชาวประมง ผู้ชาญฉลาด” ไปอ่านกันเลย…

…………………………………………………………………………..

นิทานเรื่อง : ลูกชาวประมง ผู้ชาญฉลาด

ประพันธ์โดย อ.โจ้ จินตกวี

นายเก่ง เป็นชาวประมง ผู้ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในเรื่องการหาปลา ทุกครั้งที่เขาออกไปหาปลา เขาจะต้องได้ปลา3ตัว ถึงจะกลับบ้าน(ซึ่งเพียงพอในการทำอาหารใน1วัน) ทุกครั้งที่เขาไปหาปลา เขาจะพาลูกชายของเขาไปด้วยเสมอ เพื่อที่จะสอนลูกชายเกี่ยวกับ เทคนิคการจับปลาในรูปแบบต่างๆ ซึ่งจะต้องรู้จัก….

– แหล่งที่มีปลาชุกชุม
– เวลาที่ปลาจะออกมาหาอาหาร
– วิธีการจับปลาแต่ละประเภท
– ฯลฯ

ซึ่งเรียกได้ว่า เทคนิคต่างๆ สามารถ เขียนออกมาเป็นตำราได้เลยทีเดียว และทุกๆครั้งที่ทำตาม จะได้ผลลัพธ์เช่นนั้นเสมอ..

ลูกชายชาวประมง เป็นคนที่ชาญฉลาด มีความจำเป็นเลิศ เขาจดจำวิชาหาปลาที่พ่อถ่ายทอดให้เป็นอย่างดี ซึ่งแน่นอนว่า ถึงแม้เขาจะออกมาหาปลาคนเดียว เขาก็สามารถจับปลาได้ 3ตัวเสมอ(ซึ่งเพียงพอในการทำอาหารใน1วัน) ถึงจะกลับบ้าน

อยู่มาวันหนึ่ง ลูกชายชายชาวประมง เกิดมีคำถามขึ้นมาในใจ ว่า “ถ้าเขา หรือ พ่อเขาเกิดไม่สบาย ออกไปจับปลาไม่ได้ จะเกิดอะไรขึ้น?”

เขาเขียนคำตอบออกมา อย่างนี้

– ออกไปจับปลาไม่ได้(เพราะต้องพักรักษาตัว) = ไม่ได้ปลา

– จับปลามาเผื่อไว้ทานเวลาไม่สบาย(แต่ไม่อร่อยเหมือนทานปลาสดๆ) = เก็บปลาไว้ได้ไม่นาน

– รอซื้อปลาจากคนอื่น(แต่การซื้อปลาต้องใช้เงิน) = เคยหาแต่ปลาแค่พอกินไปวันต่อวัน แต่ไม่เคยหาเงิน จึงไม่มีเงินซื้อ

– ฯลฯ

ลูกชายชาวประมง นั่งคิด นอนคิดอยู่เป็นสัปดาห์ ว่าจะป้องกันปัญหานี้ได้อย่างไร? จนในขณะที่เขาคิดไม่ตก เขาได้เหลือบไปเห็นมดแดงตัวเล็กๆวิ่งกันไปมา เขาสังเกตดีๆ จึงเห็นว่า มดแดงเหล่านั้น กำลังช่วยกันสร้างรังของมัน บางส่วนก็ออกไปหาอาหาร บางส่วนก็ทำรัง …. ต่างช่วยกันอย่างขยันขันแข็ง

เมื่อเห็นอย่างนั้น เขาก็เกิด ปิ๊งไอเดียขึ้นมาทันที คือ “ถ้ามีคนมาช่วยหาปลาแล้วแบ่งกันคนละนิดละหน่อย การจับปลาก็คงจะง่ายขึ้น วันนี้เราป่วย ก็ให้เพื่อนๆไปหาปลา , วันไหนเพื่อนๆป่วย เราก็ออกไปหาปลา แล้วก็แบ่งปันซึ่งกันและกัน แบบนี้ เราก็จะมีปลาทานตลอดไปอย่างแน่นอน”

เมื่อเขาคิดได้ไอเดียดังนั้น ก็ไปเล่าให้พ่อฟัง พ่อก็เห็นด้วย จึงไปเล่าต่อๆกันในหมู่เพื่อนฝูง จาก 1 เป็น 2 คน จาก 2 คนเป็น 4 คน 5 คน 6 คน …… เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จน ณ ตอนนี้ มีคนเห็นด้วยกับแนวคิดนี้ จำนวน 20 คน

ทั้ง 20 คนนี้ จึงมีข้อตกลงร่วมกันว่า “จะร่วมกันจับปลาเท่าที่เพียงพอต่อการทำอาหารในแต่ละวัน เพื่อจะได้มีปลาไว้ทานตลอดไป ถ้าจับได้ตัวเล็ก ก็จะปล่อยไป ถ้าจับได้ปลาที่ตั้งไข่ ก็จะปล่อยไป เพื่อจะออกลูกออกหลาน เป็นอาหารของกลุ่มชาวประมงตลอดไป.. ทุกครั้งที่ได้ปลามา จะนำมาแบ่งกันอย่างเท่าเทียม ใครป่วย ไปร่วมหาปลาไม่ได้ ก็นอนพักรักษาตัว คนที่แข็งแรงก็ออกไปจับปลาแล้วมาแบ่งปันกันเหมือนเดิม มีการแบ่งปันเทคนิค/ทักษะการจับปลาซึ่งกันและกัน จนแต่ละคนล้วนมีทักษะในการจับปลาเป็นอย่างดี ไม่มีการหวงวิชา และทำงานร่วมกันเป็นทีมเสมอ..”

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ด้วยแนวคิดแห่งการแบ่งปันและทำงานเป็นทีมนี้ ทำให้กลุ่มชาวประมงกลุ่มนี้ ต่างมีความสุขในการดำรงชีวิตอยู่อย่างไม่ขาดแคลนอาหารอีกเลย มีการแบ่งปันช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ตราบชั่วลูกชั่วหลาน…

…………………………………………………………………………..

เป็นไงกันบ้างครับ นิทานเรื่อง “ลูกชาวประมง ผู้ชาญฉลาด” นี้ ได้มอบข้อคิดไอเดียอะไรให้กับทุกๆท่านบ้าง?

– มีเรื่องการลงทุนเงินมาเกี่ยวข้องมั๊ย?

– มีเรื่องผลตอบแทนจากการใช้เงินลงทุนมาเกี่ยวข้องมั๊ย?

– มีเรื่องของผลกำไรขาดทุนจากการใช้เงินไปลงทุนมั๊ย?

คำตอบที่ได้รับ คือ ไม่มีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้องเลย แต่ ชาวประมงกลุ่มนี้ กลับสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขทุกวัน

สิ่งที่เป็นแก่นแท้ ของนิทานเรื่องนี้ คือ “การลงทุนในความรู้” นั่นเอง

การลงทุนในความรู้ดีที่สุด

เพราะฉะนั้น คำถามที่ถามมาตั้งแต่ต้นว่า “การลงทุนที่ดีที่สุดในโลก คืออะไร?”

คำตอบที่ดีที่สุด ในมุมของผม คือ “การลงทุนในความรู้” นั่นเอง

…………………………………………………………………………..

อย่างที่ผม เคยบอกทุกท่านเสมอ ในทุกๆบทความ คือ

“ถ้าท่านเห็นว่า บทความนี้ มีประโยชน์และทรงคุณค่า ท่านสามารถทำสิ่งที่ง่ายๆที่สุด คือ กดไลค์ หรือ กดแชร์ บทความนี้ให้เยอะที่สุดเท่าที่จะเยอะได้”

เพราะ ยิ่งท่าน “แชร์ สิ่งที่มีประโยชน์ และ ทรงคุณค่า = ท่านจะกลายเป็นคนที่มีประโยชน์และทรงคุณค่าในสายตาของคนที่ได้รับ เสมอ!” กดไลค์และกดแชร์ตอนนี้เลย…

 

ขอให้มีความสุขในการเรียนรู้

By อ.โจ้ จินตกวี

ลูกจ้างทำงานประจำก็สามารถมีเงินล้านได้(ถ้า……)

ลูกจ้างก็รวยได้

ลูกจ้างทำงานประจำก็สามารถมีเงินล้านได้(ถ้า……)

หลายคน เฝ้าถามผมมาตลอดเวลาว่า “ไม่มีเงินทุน ยังเป็นลูกจ้างหรือทำงานประจำอยู่ จะสามารถมีเงินล้านได้หรือไม่?” เย้ๆๆ คำถามนี้ มีคำตอบอย่างแน่นอน รีบคลิกเข้าไปอ่านบทความนี้กันเลยครับ มีสาระดีๆมาฝากแน่นอน

ลูกจ้างก็รวยได้

สวัสดีครับทุกท่าน ก็ผมกับผมอีกเช่นเคย อ.โจ้ จินตกวี หรือ อ.นเรศ สีละมัย เกี่ยวกับบทความดีๆที่ช่วยบอกเล่าสาระดีๆเกี่ยวกับ หลักสูตรการหาเงินล้าน วิธีการมีเงินล้าน วิธีการสร้างรายได้แบบไหลมาเอง หรือ ที่เรียกว่า Passive Income

วันนี้ ผมจะนำทุกท่าน ไปเรียนรู้คำตอบ จากคำถามที่ว่า…

“ไม่มีเงินทุน ยังเป็นลูกจ้างหรือทำงานประจำอยู่ จะสามารถมีเงินล้านได้หรือไม่?”

คำตอบ คือ ลูกจ้างหรือพนักงานประจำ(รวมถึงข้าราชการ) สามารถมีเงินล้านได้ แต่…. (มีคำว่า แต่…ด้วยน่ะ)

ถูกต้องแล้วครับ ไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นใคร จะทำงานอะไร จะอยู่ในตระกูลไหน ก็สามารถมีเงินล้านได้ทุกๆคนเลยครับ เพียงแต่ว่า “จะช้าหรือเร็วแค่ไหน?ต่างหาก” เพราะหลักการมีเงินล้าน ในบทความที่แล้ว ทุกๆท่านได้เรียนรู้ไปแล้วว่า ต้องมี 4 อย่าง คือ

1)รู้วิธีหาเงิน

2)รู้วิธีรักษาเงิน

3)รู้วิธีใช้เงิน

4)รู้วิธีทำให้เงินงอกเงย

แน่นอนว่า ในหลักสูตรที่ผมสอน ได้บอกอย่างละเอียดแล้ว แต่วันนี้ จะขอนำมาบอกแบบคร่าวๆว่า “ลูกจ้าง/พนักงานประจำ(รวมถึงข้าราชการ) สามารถมีเงินล้านได้ อย่างแน่นอน”

ก่อนที่ผมจะไปบอกขั้นตอนต่างๆ แบบ Step by Step ผมต้องพาทุกท่าน ไปโฟกัสที่ประโยคทองที่สำคัญๆ จากผู้ชายคนหนึ่ง ไปดูกันว่าเขาเป็นใคร

คนบ้าทำสิ่งเดิมๆต้องการผลลัพธ์ใหม่

ผมจะขอให้คำพูดในสไตล์ผมเองนะครับ ว่า

“คนที่ทำแต่สิ่งเดิมๆซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่อยากได้ผลลัพธ์ใหม่ ไม่ต่างอะไรกับ คนบ้า!

อาจจะแรงน่ะ แต่จริงใจ(เชื่อผมเถอะ)

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ได้กล่าวถ้อยคำนี้ เพื่อเตือนสติทุกๆท่านที่ต้องการผลลัพธ์ใหม่ไว้แล้ว ส่วนท่านจะเชื่อหรือไม่ ก็สุดแท้แต่บุญวาสนาของทุกๆท่านล่ะกันครับ

เอาล่ะ ผมจะบอกทุกท่านอย่างนี้

เวลาทำงานของ ลูกจ้าง/พนักงานประจำ คือ ปกติ อาจจะเริ่ม 08:00 น. – 16:00 น. นี่ยังไม่รวมเวลาในการเดินทาง ไม่รวมโอที ไม่รวมอาชีพพิเศษ อย่างเช่น คุณหมอ คุณพยาบาล ฯลฯ ที่อาจจะควบเวรเช้า-บ่าย คนกลุ่มนี้ จะมีเวลาการทำงานที่ มากกว่านี้เป็น2เท่า

เอาเป็นว่า ผมนำมารวบยอดเป็นช่วงเวลาทำงาน เป็น 8-10 ชั่วโมงต่อวันล่ะกันครับ เพื่อจะได้เป็นกลางๆ และส่วนใหญ่ จะทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ ตามที่กฏหมายกำหนด นั่นหมายความว่า ลูกจ้าง/พนักงานประจำ มีวันหยุด 1 – 2 วันต่อสัปดาห์ นั่นเอง

ทีนี้ จริงๆแล้ว ผมได้เกริ่นไว้แล้วว่า ลูกจ้าง/พนักงาน สามารถมีเงินล้านได้ แต่ (มีแต่) แต่ไม่ใช่ทุกคนครับ

ปัจจัยแรก ขึ้นอยู่กับ “ต้องมี 4 อย่าง ที่ผมได้กล่าวไว้แล้ว” และปัจจัยที่สองที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ

“ความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะมีเงินล้าน”

ถูกต้องแล้วครับ ปัจจัยที่2 นี้ สำคัญต่อลูกจ้างมากๆ เพราะ ถ้าลูกจ้าง มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะมีเงินล้าน พวกเขาจะไม่สร้างรายได้เพียงแค่1ช่องทาง คือ เงินเดือน+โอทีฯ เท่านั้น

สรุปสั้นๆ คือ “ถ้าลูกจ้าง/พนักงานมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะมีเงินล้านอย่างแท้จริง พวกเขาจะต้อง สร้างช่องทางเพิ่มรายได้เป็น 2-5 ช่องทาง”

ถูกต้องแล้วครับ

“การเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ 2-5 ช่องทาง(เป็นอย่างต่ำ)
คือ กุญแจสู่การมีเงินล้านของลูกจ้าง/พนักงาน”

ประเด็นคือ อะไร คือ ช่องทางสร้างรายได้ที่ลูกจ้าง/พนักงานจะสามารถทำได้?

นั่นนะสิ? อะไรล่ะ?

คำตอบคือ “การสร้างธุรกิจที่ลูกจ้าง/พนักงาน ไม่ต้องไปลงมือทำเอง100% (เพราะเวลาส่วนใหญ่หมดไปกับงานประจำแล้ว)นั่นเอง”

พอพูดมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะคิดว่า อ.โจ้ จินตกวี จะชวนทุกท่าน มาทำธุรกิจเครือข่าย MLM แน่ๆ

คำตอบ คือ ผิดครับ

– ผมจะไม่ชวนท่านมาทำธุรกิจ MLM กับผม

– ผมจะไม่ชวนท่านมาเล่นหุ้น หรือ เทรด Forex กับผม

– ผมจะไม่ชวนท่านมาซื้อแฟรนไชส์ กับผม

– ผมจะไม่ชวนท่านทำอะไรทั้งสิ้น

สิ่งที่ผมจะทำ คือ บอกขั้นตอนการลงมือทำแบบ Step By Step ที่เหลือ ท่านต้องตัดสินใจด้วยตัวท่านเอง

ก่อนอื่น ผมต้องบอกทุกท่านอย่างนี้ครับว่า

– ธุรกิจเครือข่าย MLM เป็นธุรกิจที่ถูกกฏหมายน่ะครับ(ยกเว้น MLM แอบแฝงแชร์ลูกโซ่/มันนี่เกม)

– การซื้อหุ้น ก็สามารถสร้าง Passive Income ได้เช่นกันครับ(ถ้าโชคดี)

– การซื้อแฟรนไชส์ เป็นการซื้อธุรกิจสำเร็จรูป ท่านไม่ต้องไปคิดเอง

– ฯลฯ

จริงๆ ทุกๆท่านสามารถคิดเองได้ ว่าที่ผมบอก มันเป็นเรื่องจริงหรือไม่?

เอาล่ะครับ ถึงเวลาแล้ว ที่ผมจะบอก

ขั้นตอนการหาเงินล้านแบบลูกจ้าง/พนักงานประจำ(รวมถึงข้าราชการ)

ขั้นที่ 1 : ตั้งเป้าหมายที่จะมีเงินล้าน

นี่เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญมากๆ เพราะมันจะนำมาซึ่งขั้นตอนต่อๆไป เพราะ การไม่มีเป้าหมาย จะนำไปสู่การไม่ลงมือทำอะไร ชีวิตของท่านจะถูกปล่อยไปตามยถากรรม นั่นเอง

…………………………………………………………………………

ขั้นที่ 2 : เตรียมความพร้อมที่จะมีเงินล้าน

เมื่อมีเป้าหมาย อันดับต่อมา คือ เตรียมความพร้อมไงครับ สิ่งที่ท่านต้องเตรียม ได้แก่

– เตรียมความรู้ = ต้องตอบให้ได้ว่า ธุรกิจที่ท่านจะสร้างขึ้นนี้ ต้องมีความรู้อะไรบ้าง? ถึงจะประสบความสำเร็จ

– เตรียมเงินทุนเริ่มต้น = เงินทุนในที่นี้ อาจไม่ต้องมาก เพราะบางธุรกิจเสริม ใช้เงินทุนแค่หลักร้อยถึงหลักพันต้นๆแค่นั้นเอง (เงินหลัก 100 – 1,000 บาท ไม่ทำให้ท่านจนได้หรอกครับ)

– เตรียมคนช่วย = ที่ต้องเตรียม เพราะท่านต้องใช้เวลาไปกับงานประจำไงครับ เพราะฉะนั้น ต้องมีคนช่วย

– เตรียมวิธีการ = ก่อนจะเริ่ม ต้องรู้ว่า มันมีวิธีการอย่างไรบ้าง?

– เตรียมแผนสำรอง = เป็นแผนฉุกเฉิน เผื่อไม่สำเร็จ ต้องทำอย่างไรต่อ?

(รายละเอียดเชิงลึก อยู่ในหลักสูตรที่ผมสอนทุกๆหลักสูตร)

…………………………………………………………………………

ขั้นที่ 3 : วางแผนเชิงปฏิบัติการ

แผน มีมากมาย เช่น แผนกลยุทธ์ แผนการตลาด แผนงาน ฯลฯ แต่แผนที่สำคัญ คือ แผนเชิงปฏิบัติการ เพราะมันจะทำให้ท่านรู้ได้ว่า “ต้องลงมือทำอะไรบ้าง?อย่างเป็นขั้นเป็นตอน”

…………………………………………………………………………

ขั้นที่ 4 : ลงมือทำ

ทั้ง3ขั้นตอนที่ผ่านมา จะหมดความหมายทันที ถ้าไม่มีการลงมือทำ เพราะฉะนั้น ท่านจะมีเงินล้านหรือไม่ “ต้องลงมือทำเท่านั้นถึงจะสำเร็จ” ถ้าไม่ลงมือทำ = ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

…………………………………………………………………………

ขั้นที่ 5 : ตรวจสอบ/ปรับปรุง/แก้ไข/พัฒนา

ทุกๆการลงมือทำ จำเป็นจะต้องได้รับการ ตรวจสอบ ปรับปรุง แก้ไข หรือ พัฒนาให้ดียิ่งๆขึ้นไป มีสิ่งหนึ่งที่ทุกท่านจะต้องจดจำเอาไว้ คือ ไม่มีอะไรที่จะสมบูรณแบบ 100% มันต้องมีสิ่งที่ต้องแก้ไขเสมอ

…………………………………………………………………………

เป็นไงกันบ้างครับ ทั้งหมดนี้ เป็นขั้นตอนการลงมือทำแบบ Step by Step แต่ต้องนำเรียนทุกท่านไว้ก่อนว่า มันคือขั้นตอนแบบคร่าวๆเท่านั้นเองครับ ข้อมูลเชิงลึกมีอยู่อีกมากมาย ซึ่งทุกท่านต้องลงทะเบียนเรียนรู้หลักสูตรต่างๆที่สำคัญต่อความสำเร็จ แน่นอนว่า ผมไม่เคยบังคับให้ทุกท่านต้องลงทะเบียน เพราะ ทุกท่านต้องตัดสินใจด้วยตัวท่านเอง

…………………………………………………………………………

เป็นประจำอีกเช่นเคย ถ้าทุกท่านคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์และมีคุณค่า ท่านทำง่ายเพียงแค่ “กดไลค์และกดแชร์” เพื่อแบ่งปันข้อมูลดีๆนี้ให้กับผู้คน

ทุกท่านอย่าลืมนะครับว่า “การแชร์สิ่งที่มีคุณค่า จะทำให้ตัวท่านดูมีคุณค่ากว่าเดิมร้อยเท่า”

ขอบคุณล่วงหน้าเลยนะครับ

ขอให้มีความสุขในการเรียนรู้

By อ.โจ้ จินตกวี

อยากมีเงินล้านต้องรู้อะไรบ้าง?

อยากมีเงินล้านต้องรู้อะไรบ้าง?

โห นี่เป็นคำถามยอดฮิตเลยน่ะ ว่า อยากมีเงินล้าน ต้องรู้อะไรบ้าง? บทความนี้ น่าจะเป็นคำตอบสำหรับคำถามนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะจริงๆแล้ว การจะมีเงินล้านหรือไม่ มันเริ่มต้นด้วยคำถามที่ถูกต้องเป็นอันดับแรก ไปเรียนรู้กันเลยดีมั๊ย

อยากมีเงินล้าน

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้ ก็พบกับผมอีกเช่นเคย อ.โจ้ จินตกวี สำหรับแนวคิด/ไอเดียดีๆเกี่ยวกับการหาเงินล้าน ซึ่งติดตามได้ทุกวันที่ www.coursetorich.com

ประเด็นวันนี้ ขอเริ่มที่คำถามยอดฮิต ที่ผมได้รับการสอบถามเข้ามาทุกวัน นั่นคือ คำถามที่ว่า “อยากมีเงินล้าน ต้องรู้อะไรบ้าง?” หรือ เรียกง่ายๆว่า ถ้าอยากมีเงินล้าน ต้องมีความรู้พื้นฐานอะไรบ้าง?

คำตอบง่ายมากๆเลยครับ ถ้าท่านอยากมีเงินล้าน ท่านต้องรู้ 4 อย่างเท่านั้น ไปเรียนรู้กันเลย

………………………………………………………….

ข้อที่ 1 : ท่านต้องรู้วิธีหาเงิน

ถูกต้องแล้วครับ นี่เป็นส่ิงแรกที่ทุกท่านจะต้องได้รู้ เพราะท่านอยากมีเงิน ท่านต้องรู้วิธีหาเงิน ซึ่งแน่นอนว่า “วิธีหาเงินบนโลกนี้ มีอยู่หลากหลายวิธีการ”

จากผลงานวิจัยของผมเอง ผมได้ข้อสรุปว่า “วิธีหาเงินบนโลกนี้มีอยู่ 15 รูปแบบหลักๆด้วยกัน” แต่จะมีอยู่ 5 รูปแบบที่แทบจะไม่ใช้เงินลงทุนเลย ถึงมีก็แค่หลักร้อยถึงหนึ่งพันต้นๆ (ซึ่งรายละเอียด มีอยู่ในหลักสูตร 5 วิธีหาเงินล้านโดยใช้เงินทุนน้อยที่สุด)

หลายคนอาจจะหลงคิดไปว่า การหาเงินบนโลกนี้ มีแค่ 4 ด้าน เหมือนที่คุณโรเบิร์ตคิโยซากิเขียนหนังสือในชุดพ่อรวยสอนลูก แต่จริงๆแล้ว มันมีรายละเอียดเชิงลึกให้วิเคราะห์กันอีกมากมาย

ซึ่งแน่นอนว่า ในคอร์สที่ผมสอน ผมสอนแบบจัดเต็มอย่างแน่นอนครับ ใครที่สนใจรายละเอียดเชิงลึก ต้องไปเรียนรู้ในคอร์สต่างๆที่ผมเปิดสอนเลยนะครับ

………………………………………………………….

ข้อที่ 2 : ท่านต้องรู้วิธีรักษาเงิน

โห ข้อนี้สำคัญมากๆเลยนะครับ มันสำคัญถึงขั้นต้องบอกว่า “การรักษาเงิน มันยากกว่าการหาเงินหลายล้านเท่า” กันเลยทีเดียว เนื่องจาก การรักษาเงิน มีอยู่หลากหลายรูปแบบ แต่แบบไหนล่ะที่จะช่วยรักษาเงินเราไว้ได้อย่างแท้จริง

ทุกท่านจำเป็นต้องมีเงินสำรองไว้อย่างน้อย 6 เดือน(เผื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น) เช่น สมมุติในแต่ละเดือน ท่านมีค่าใช้จ่ายที่คงที่แน่ๆ เดือนละ 15,000 บาท ท่านต้องมีเงินเก็บสำรองไว้ต่างหาก 15,000 X 5 = 75,000 บาท นั่นเอง

รายละเอียดในการรักษาเงินนั้น มีอีกเยอะ ค่อยไปว่ากันในรายละเอียดในคอร์สครับ

………………………………………………………….

ข้อที่ 3 : ท่านต้องรู้วิธีใช้เงิน

ประเด็นนี้ หลายคนอาจจะหัวเราะเยาะผม “เฮ้ย! ใครก็ใช้เงินเป็นทั้งนั้น ทำไมต้องมาบอกฉัน!”

ผมก็จะบอกทุกท่านอย่างนี้ครับว่า “ใช่ ทุกคนใช้เงินเป็น แต่ใช้เงินอย่างไรให้มีเงินล้านล่ะ?”

นั่นไง ตอบผมได้ป่ะ? ถ้าตอบผมไม่ได้ แสดงว่ายังใช้เงินไม่เป็น(เพียงแค่อาจจะใช้เงินคล่องต่างหากล่ะ)

บางคน ต้องบอกว่า “ยิ่งเครียด ยิ่งช๊อป” แบบนี้ อันตรายแน่ๆ แต่ถ้าการใช้จ่ายอย่างมีเหตุผล ก็ไม่ได้ว่ากันนะครับ เพราะเงินท่านไม่ใช่เงินผม (ถูกป๊ะ?) อิๆ ไม่กวนแล้ว เอาเป็นว่า ถ้าทุกท่านอยากมีเงินล้าน ท่านต้องรู้วิธี(ที่ถูกต้อง)ในการใช้เงินด้วยนะครับ

………………………………………………………….

ข้อที่ 4 : ท่านต้องรู้วิธีทำให้เงินมันงอกเงยขึ้นมา

โห ข้อนี้ สำคัญที่สุด เพราะ “หาเงินได้ รักษาเงินได้ ใช้เงินเป็น แต่ไม่รู้วิธีทำให้มันงอกเงย ก็จบกัน” เพราะท่านอย่าลืมหัวข้อหลักของบทความนี้น่ะครับ “อยากมีเงินล้าน ต้องรู้อะไร?”

เพราะท่านอยากมีเงินล้านไง ถึงต้องรู้วิธีทำให้เงินที่มีอยู่ให้มันงอกเงยขึ้นมา

ซึ่งแน่นอน ภาษาการเงิน เขาเรียกมันว่า “การสร้างรายได้แบบไหลมาเอง หรือ Passive Income” ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆที่ทุกท่านจะต้องเรียนรู้

เพราะรายได้แบบ Passive Income นี้ มันมีหลักการสำคัญๆ คือ

– ใช้เงินวันนี้หมด พรุ่งนี้มีเงินไหลมาใหม่

– ใช้เงินสัปดาห์นี้หมด สัปดาห์หน้าก็มีเงินไหลมาใหม่

– ใช้เงินเดือนนี้หมด เดือนหน้าก็มีเงินไหลมาใหม่

– ใช้เงินปีนี้หมด ปีหน้าก็มีเงินไหลมาใหม่

ทั้งหมดนี้ เรียกว่า รายได้แบบ Passive Income นั่นเอง

………………………………………………………….

เมื่อรู้ สิ่งที่ท่านต้องรู้ในการหาเงินล้านแล้ว ลำดับต่อมา คือ ทุกท่านต้อง “เริ่มวางแผนตั้งแต่ตอนนี้”ว่า

– ท่านจะหาเงินได้อย่างไร?

– ท่านจะเก็บรักษาเงินไว้อย่างไร?

– ท่านจะใช้เงินอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด และที่สำคัญที่สุด?

– ท่านจะทำให้เงินงอกเงยแบบ Passive Income ได้อย่างไร?

………………………………………………………….

เป็นไงกันบ้างครับ ถ้าทุกท่านคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์ ทุกท่านก็แค่ “กดไลค์ และกดแชร์เยอะๆน่ะครับ” เพราะการแบ่งปันสิ่งที่ดี ล้วนนำมาซึ่งประโยชน์ทั้งต่อตนเองและต่อผู้อื่น

การแชร์สิ่งดีๆให้กับผู้คน มันเป็นเหมือนการบ่งบอกตัวตนของเราว่า “เราเป็นคนที่มีคุณค่า” นั่นเองครับ

กดไลค์กดแชร์เยอะๆน่ะ(ถ้าท่านอ่านด้วยมือถือ จะมีแชร์ผ่านไลน์ด้วยน่ะ ล่างสุดของบทความครับ)

 

ขอให้มีความสุขในการเรียนรู้น่ะครับ

อ.โจ้ จินตกวี

ฟังเพลงอ.โจ้จินตกวีอัลบั้มดอกฟ้ากับคำสัญญาของหมา

ฟังเพลง(เดโม) อ.โจ้ จินตกวี

อัลบั้ม : ดอกฟ้ากับคำสัญญาของหมา

แทรกที่ 1 เพลง อยากมีเธอ…

เพลงนี้ เป็นเพลงที่กลั่นกรองเอาความรู้สึกออกมา ซึ่งเกิดจากวลีที่ว่า “อยู่ๆก็คิดถึง……….อยู่ๆมันก็เหงาขึ้นมาจับใจ…” แล้วมันก็ต่อยอดเป็นบทเพลง อยากมีเธอ เพราะถ้าเราเจอใครที่เราตามหามานาน ก็ไม่อยากจะห่างกันอีกแล้ว… มาอยู่ด้วยกันดีกว่า… มารักกันแบบจริงๆจังๆดีกว่า… ไปฟังกันเลย

แทรกที่ 2 เพลง ดอกฟ้ากับคำสัญญาของหมา

เพลงๆนี้ ผมแต่งขึ้นมาเพื่อบอกผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เปรียบเหมือนดอกฟ้า ซึ่งไม่รู้เป็นไงมาตกหลุมรักหมาวัดได้ ซึ่งแน่นอนว่า ในชีวิตจริงของคนเรา “โครตหายาก ที่จะเจอกับรักแท้” แต่ในเพลงนี้ น่าจะเป็นข้อยืนยันว่า “ความรัก ไม่เกี่ยวกับสูงต่ำ ไม่เกี่ยวกับรวยจน ไม่เกี่ยวกับอะไรทั้งสิ้น… มันเกี่ยวกับสิ่งๆเดียว คือ ความรักที่บริสุทธิ์และจริงใจต่อกันและกันต่างหาก.. เพราะ ถึงแม้จะยากจน แต่มีความมุ่งมั่น ก็สามารถสร้างฐานะให้รวยขึ้นมาได้ ทรัพย์สินเป็นสิ่งที่นอกกาย ไม่ตายหาใหม่ได้ เพลงดอกฟ้ากับคำสัญญาของหมา จึงน่าจะตอบโจทย์ความหมายของความรักได้เป็นอย่างดี ไปฟังกันเลย..

แทรกที่ 3 เพลง เหงา..(ต้องการแค่เพียงเธอ)

เพลงนี้ ง่ายๆ สั้นๆ คือ เมื่อไหร่ที่เราจำเป็นต้องอยู่ห่างๆคนที่เรารักมากที่สุด ความรู้สึกเหงา อ้างว้าง เดียวดาย มันจะเข้ามาเกาะกินหัวใจ คำถามต่างๆมากมายก็ถาโถมเข้ามา เช่น เธออยู่ไหน เธอทำอะไร ยังสบายดีมั๊ย มีปัญหาอะไรมั๊ย ….. แต่สุดท้าย ด้วยความรักที่มั่นคงต่อกัน ก็นำคนสองคนกลับมาพบกันและรักกันได้เหมือนเดิม… ไปฟังกันเลย…

แทรกที่ 4 เพลง หลับตาเถิดที่รัก

เพลงนี้ เป็นบทเพลงที่ผมอยากร้องให้กับคู่รักทุกๆคนฟังก่อนนอน เพื่อให้รู้ว่า “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีเรื่องร้าย ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ ไม่ว่าจะยังไง เราก็จะผ่านมันไปได้เหมือนที่เราเคยผ่านมา..” เพราะฉะนั้น ความรักความเข้าใจซึ่งกันและกัน สำคัญมากกว่าปัญหาที่ทุกคนต้องเจอ แค่เราปล่อยวาง ชีวิตเราก็จะมีความสุข จงใช้ความรักนำทางชีวิตคู่เถิดน่ะ ไปฟังกันเลย…

แทรกที่ 5 เพลง โชคดี..ที่มีเธอ..

เพลงๆนี้ เป็นบทเพลงที่สำคัญมากๆ สำหรับใครที่อยากจะรู้จัก “วิถีชีวิตที่มีความสุขอย่างแท้จริง” ต้องไม่พลาดที่จะตั้งใจฟังเพลงนี้ให้ดีๆ เพราะผมได้สอดแทรก ปรัชญาชีวิตแบบ Slow Life ไว้ในบทเพลง รวมไปถึง การใช้ชีวิตแบบพอเพียงตามหลักปรัชญาความพอเพียงของพ่อหลวงของปวงชนชาวไทย ต้องบอกไว้ก่อนว่า เพลงนี้ “ผมร้องทีไรผมก็มีความสุขทุกๆครั้ง” ผมจึงอยากส่งมอบความสุขในให้กับทุกๆท่าน ไปฟังกันเลยครับ

สุดท้าย ไม่มีอะไรจะกล่าว นอกจากคำขอบคุณที่ทุกท่านสละเวลาฟังเดโมเพลง อัลบั้ม ดอกฟ้ากับคำสัญญาของหมา ที่ผมตั้งใจประพันธ์ด้วยจิตวิญญาญแห่งการให้

ขอให้ทุกท่านมีความสุขในทุกๆวันของการใช้ชีวิต

อ.โจ้ จินตกวี

ปล. ติดตามผลงานผมได้ผ่านช่อง Youtube/richhappily

สิ่งที่ฉุดรั้งไม่ให้คน95%รวยคืออะไร?

สิ่งที่ฉุดรั้งไม่ให้คน95%รวยคืออะไร?

คำถามนี้ น่าคิดน่ะ เพราะความรวยเป็นสิ่งที่หลายๆคนปรารถนา แต่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมไม่รวยสักทีล่ะ? มาเรียนรู้คำตอบกันด้วยบทความนี้กันเลย….

สิ่งที่ฉุดรั้งไม่ให้เรารวย

สวัสดีครับทุกท่าน ก็ผมกับผมอีกเช่นเคยครับ อ.โจ้ จินตกวี หรือ อ.นเรศ สีละมัย

วันนี้ ผมจะมาเปิดเผย “สิ่งที่ฉุดรั้งไม่ให้คน95%รวย” ซึ่งมีไม่กี่อย่างหรอกครับ และแน่นอนว่า “มีวิธีแก้ปัญหาอย่างแน่นอน” เราไปเรียนรู้กันเลย

ในบทความที่ผ่านๆมาของผม ทุกท่านได้เรียนรู้กันไปบ้างแล้วเกี่ยวกับวิธีรวย อยากรวยทำไง อย่างไรถึงเรียกว่ารวย….ฯลฯ…..

วันนี้ จึงอยากจะมาชี้ชัดๆว่า “อะไรกันแน่ที่ฉุดรั้งไม่ให้คนส่วนใหญ่รวย?”

……………………………………………………………………

ข้อที่ 1 : ความกลัว

terrified woman closeup, studio dark background
terrified woman closeup, studio dark background

ถูกต้องที่สุด “ความกลัว = ไม่กล้า”

– ไม่กล้าที่จะทำธุรกิจเสริมรายได้ในช่วงเวลาที่ว่างจากงานหลัก

– ไม่กล้าที่จะออกมาจาก Comfort Zone หรือ พื้นที่แห่งความสบาย/ปลอดภัย

– ไม่กล้าที่จะเปิดใจฟังข้อมูลใหม่ๆที่มีคุณค่าและมีประโยชน์

– ไม่กล้าแม้แต่จะฝันถึงความร่ำรวย เพราะคิดว่า ตัวเองต่ำต้อย หรือ อยู่ในตระกูลยากจน..

– ไม่กล้าแม้แต่จะเชื่อมั่นตัวเองว่า ตัวเราเองสามารถรวยได

– ไม่กล้า ….. โน่น นี่ นั่น .. เต็มไปหมด

ทั้งหมดนี้ คือ ความกลัว นั่นเอง ที่ฉุดรั้งไม่ให้เรารวย แต่มีทางออกน่ะ เดี๋ยวผมจะบอกในช่วงท้ายๆ

……………………………………………………………………

ข้อที่ 2 : ทัศนคติลบ

ทัศนคติ

ถูกต้องอีกแล้ว ข้อนี้ก็สำคัญมากๆ จริงๆแล้ว ทัศนคติลบ มีสาเหตุมาจากความกลัว “เมื่อไหร่ที่เรากลัว เราก็จะคิดไปต่างๆนาๆ” นั่นเอง แน่นอนว่า “คนจะทำตามสิ่งที่เราคิด” เมื่อในสมอง คิดแต่เรื่องลบๆ ร่างกายจึงเลือกที่จะ “อยู่เฉยๆดีกว่า”

– ทำงานที่นี่ก็ดีอยู่แล้ว

– ได้เงินเดือนเท่านี้ก็ดีอยู่แล้ว

– ทำงานบ้าง หยุด บ้าง ก็ดีอยู่แล้ว

– รอให้รวยก่อน ค่อยไปเที่ยวก็ได้..(เมื่อไหร่ล่ะ)

– บลาๆๆ………….

ประเด็นที่เป็นแก่นแท้จริงๆ คือ เมื่อเรากลัว เราก็จะคิดลบ หรือมีทัศนคติเชิงลบ นั่นเอง

……………………………………………………………………

ข้อที่ 3 : มีข้ออ้างเสมอ

การเปลี่ยนแปลง

ในบรรดาสิ่งที่ฉุดรั้งเราทั้งหมด “ข้ออ้าง” สำคัญที่สุด ท่านอยากรู้มั๊ยว่า คนเรา มีข้ออ้างยอดฮิตอะไรบ้าง?

– ไม่มีเงินทุน

– ไม่มีเวลา

– ไม่มีการศึกษา

– อายุแก่/เด็กเกินไป

– สุขภาพไม่ดี/ป่วย/พิการ

– ฯลฯ…………

จริงๆแล้ว สิ่งที่ทุกท่านจะต้องจดจำเอาไว้เสมอ คือ “ความพร้อม100%ไม่มีอยู่จริง” เพราะฉะนั้น จงทำลายข้ออ้างทั้งหมด ที่จะทำให้เราไม่ลงมือทำเพื่อความร่ำรวย…

……………………………………………………………………

เป็นไงกันบ้าง สำหรับ 3ข้อ ที่ฉุดรั้งไม่ให้เรารวย ทุกท่านเริ่มจะมองเห็นภาพหรือยังว่า “ท่านเป็นหนึ่งใน3ข้อนี้หรือไม่?” ถ้าใช่ ก็ไม่ยากครับ ยังไม่สายสำหรับการเริ่มต้นใหม่

ปัญหาที่ฉุดรั้งเราไว้ ทั้ง3ข้อ คือ ความกลัว + การมีทัศนคติลบ + ข้ออ้าง สามารถแก้ได้ครับ “อยากรู้กันหรือยัง”

การจัดการกับสิ่งที่มาฉุดรั้งเราไม่ให้รวยนั้น มันง่ายมากๆเลยครับ คือ

“ท่านต้องรู้จริงในสิ่งที่จะทำให้รวย”

ถูกต้องแล้วครับ

– ท่านกลัว เพราะท่านอาจจะยังไม่เคยทำ

– ท่านมีทัศนคติลบ เพราะท่านอาจจะไปฟังใครเข้าพูด แล้วคิดลบไปเอง

– ท่านมีข้ออ้างเยอะ เพราะท่านยังรู้ไม่จริงเกี่ยวกับสิ่งที่จะทำให้ท่านมีเงินล้าน

เพราะฉะนั้น “ถ้าท่านรู้จริงในสิ่งที่จะทำให้รวย ท่านจะไม่กลัว ไม่มีทัศนคติลบ และไม่มีข้ออ้างอีกเลย”

ผมจะยกตัวอย่างให้ดู

– ผมฝึกเล่นกีตาร์ทุกๆวันจนเชี่ยวชาญ ผมจึงไม่กลัวที่จะเล่นกีตาร์ กล้าโชว์ กล้าเล่น กล้าสอน ฯลฯ

– ผมเขียนต้นฉบับหนังสือทุกๆวัน ผมจึงมีหนังสือขายสร้างรายได้ตลอด24ชั่วโมง

– ผมฝึกฝนการทำการตลาดที่ครอบคลุมทั้งออนไลน์ออฟไลน์ ผมจึงไม่มีข้ออ้างที่ผมจะขายอะไรไม่ได้

สรุปแล้ว ==>> “ผมรู้จริงในสิ่งที่ผมทำ แล้วผมก็แปลงให้มันสร้างรายได้ให้ผม” นั่นเอง

……………………………………………………………………

ทีนี้ ก็ถึงคิวท่านแล้ว “ท่านรีบตัดเอาทั้ง3สิ่งที่ฉุดรั้งท่านไม่ให้รวยทิ้งไป” เปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่ ฝึกฝนทักษะของท่านให้เชี่ยวชาญ แล้วแปลงมันออกมาสร้างเงินล้านให้กับทุกๆท่าน

ถ้าท่านมองดีๆทั้งด้านบน หรือด้านข้าง จะเห็น คอร์สที่ผมสอนเกี่ยวกับวิธีการหาเงินล้าน เพราะฉะนั้น “นั่นล่ะคือคำตอบที่ถูกต้องที่จะช่วยให้ทุกๆท่านรวยอย่างแน่นอน”

แล้วพบกันในคอร์สต่างๆน่ะครับ

สุดท้าย ถ้าบทความนี้ดี มีประโยชน์ ก็อย่าลืม กดไลค์ กดแชร์ ทั้ง แชร์ในเฟส ในไลน์ หรือ แชร์ในที่ต่างๆได้นะครับ

ใครแชร์ ส่วนใหญ่จะมีเงินไหลเข้าบัญชีทุกวัน อิๆ

แล้วพบกันใหม่ในบทความถัดไปครับ

ขอให้มีความสุขในการเรียนรู้

อ.โจ้ จินตกวี

ทำไมไม่รวยสักที?ทั้งๆที่หาเงินได้เยอะ

ทำไมไม่รวยสักที?ทั้งๆที่หาเงินได้เยอะ?

นั่นนะสิ! มันเกิดอะไรขึ้นน๊าาาาา? ลองอ่านบทความนี้ดูสิ อาจจะช่วยทุกท่านได้น่ะ เพราะจริงๆแล้ว ความรวย ใครๆก็สามารถสร้างได้ทุกคน เพียงแต่ “ต้องรู้วิธีการที่ถูกต้องแค่นั้นเอง”

ทำไมไม่รวย

สวัสดีครับทุกท่าน ที่ติดตามบทความจาก www.coursetorich.com มาโดยตลอด

หลังจากที่ผมได้ห่างหายไปนาน ไม่ค่อยมีเวลาได้มาอัพเดทบทความใหม่ๆเลย เพราะกำลังสนุกอยู่กับโปรเจ็คส์ใหญ่ๆหลายตัว วันนี้ ผมจึงขอโอกาส นำเสนอ บทความในหัวข้อ “ทำไมไม่รวยสักที?ทั้งๆที่หาเงินได้เยอะ?”

เกริ่นมาซะยาว เราไปดูเหตุผลกันเลย

จริงๆแล้ว มีข้อคิดอยู่หนึ่งเรื่อง ที่ทุกท่านจะต้องจำให้ดีๆ เกี่ยวกับความรวย นั่นคือ “ความรวย เป็นเรื่องของแต่ละบุคคล” เช่น

– บางคน แค่มีเงิน 1,000,000 บาท ในบัญชี ก็ถือว่ารวย

– บางคน ต้องมีบ้านหลังใหญ่ๆ รถยนต์คันหรูๆ ถึงจะถือว่ารวย

– บางคน เด็ดสุด ต้องมีรายได้เดือนละ 100,000,000 บาท ถึงจะถือว่ารวย

– …… บลาๆๆๆๆ ………..

ยังมีการนิยามความรวยไปได้อีกต่างๆนาๆ

เพราะฉะนั้น ก่อนจะตอบคำถามที่ว่า “ทำไมไม่รวยสักที?” ทุกๆท่านจะต้อง “นิยามความรวยในแบบของทุกท่านออกมาซะก่อน” ข้อนี้ สำคัญมากๆ

“นิยามความรวย ในแบบของทุกๆท่านออกมา”

ไม่งั้น ทุกๆท่าน จะไม่สามารถตอบตัวเองได้ว่า “แบบไหน ถึงจะเรียกว่ารวย” นั่นเอง

…………………………………………………

โอเคร เป็นอันว่า เราเข้าใจตรงกันแล้วว่า ขั้นแรก ทุกท่านต้องนิยามความรวยในแบบของทุกท่านออกมา แล้วค่อยมาคิดหาวิธีว่า “จะทำอย่างไรถึงจะรวย”

………………………………………………….

ทีนี้ ก็พร้อมแล้วที่จะตอบคำถามว่า “ทำไมไม่รวยสักที?ทั้งๆที่หาเงินได้เยอะ?”

คำตอบ มันง่ายมากๆเลยครับ ผมจะแยกออกเป็นสาเหตุย่อยๆลงไป เพื่อทุกท่านจะได้แก้ปัญหาได้ตรงจุด

สาเหตุข้อที่ 1 : รายได้ น้อยกว่า รายจ่าย

โห ข้อนี้ เป็นสาเหตุแรกๆ ที่ทุกท่านจะต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก ไม่งั้น อย่าว่าแต่ปีนี้เลยครับ ผมต่อให้ท่านทำงานทั้งชาติ ก็ไม่รวย เพราะ มันไม่มีโอกาสเป็นไปได้เลย ที่คนที่มีรายได้น้อยกว่ารายจ่าย แล้วจะรวย(หลายคนอาจจะแย้งว่า ก็ซื้อหวย/ซื้อล็อตเตอรี่ไง? ถ้าคิดแบบนี้ ปิดบทความนี้เถิดครับ)

สาเหตุข้อที่ 2 : รายได้ เท่ากับ รายจ่าย

สำหรับสาเหตุข้อนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งข้อที่สำคัญ เพราะว่า ไม่มีเงินเหลือเก็บ แล้วจะมีเงินสะสมมากพอจะทำให้รวยได้อย่างไร? ถูกไหม? แต่สำหรับข้อนี้ ยังพอมีทางแก้ ค่อยติดตามตอนต่อไป

สาเหตุข้อที่ 3 : มีเงินเก็บ แต่ไม่รู้วิธีที่ถูกต้องในการทำให้เงินงอกเงยขึ้นมา

สำหรับข้อนี้ ถือได้ว่า ยังพอมีโอกาสรวยได้มากกว่า2สาเหตุที่ผ่านมา เพราะอย่างน้อยๆ ก็ยังพอจะมีเงินเหลือเก็บ ซึ่งถึงแม้จะยังไม่รู้วิธีทำให้มันงอกเงย แต่ก็ยังดีกว่า ไม่มีเงินเก็บเลย ซึ่งจริงๆแล้ว ถ้ารู้วิธีที่ถูกต้องในการทำให้เงินงอกเงย ก็จะสามารถรวยได้อย่างแน่นอน

…………………………………………………….

เอาละครับ สาเหตุที่ทำให้หลายๆท่าน ไม่รวยสักที มีอยู่ 3 สาเหตุหลักๆด้วยกัน หลายๆคนอาจจะเริ่มอยากรู้แล้วสิว่า “มีวิธีแก้มั๊ย?”

โห แน่นอนครับ สำหรับผม อ.นเรศ สีละมัย หรือ อ.โจ้ จินตกวี เขียนบทความนี้ขึ้นมา ผมย่อมมีวิธีการมาบอกทุกๆท่านอย่างแน่นอน

เราไปเรียนรู้กันเลยครับ

………………………………………………………

วิธีแก้ที่ 1 : รายได้น้อยกว่ารายจ่าย ต้องแก้ที่ การสร้างรายได้เสริมขึ้นมา ให้มันมากกว่ารายจ่ายให้ได้ เพื่อที่จะมีเงินเหลือเก็บไงล่ะครับ พอมีเงินเหลือเก็บ ค่อยไปดูอีกทีว่า จะจัดการกับ สาเหตุข้อ3อย่างไร?

วิธีแก้ที่ 2 : รายได้เท่ากับรายจ่าย ต้องแก้ที่ การจดบันทึกรายรับรายจ่ายในแต่ละวัน ให้จดบันทึก 7 วัน โดยที่ท่านยังใช้ชีวิตแบบปกติ เคยใช้จ่ายอย่างไรก็ให้ทำแบบนั้น พอครบ7วันแล้ว เอาข้อมูลมาวิเคราะห์ แล้วทุกท่านจะเห็นว่า “มีรายจ่ายบางรายการ ที่มันไม่ใช่รายจ่ายที่จำเป็นต้องจ่าย แต่มันเป็นรายจ่ายที่ตอบสนองความต้องการของเราแค่นั้นเอง” ประเด็นนี้สำคัญมากๆ เช่น

– ค่าเครื่องดื่มประเภททำลายสุขภาพ อาทิ น้ำอัดลม เหล้า เบียร์ ฯลฯ

– ค่าอาหารที่ทำลายสุขภาพ อาทิ ฟ๊าดฟูดทั้งหลาย.. Mc.. KF.. ฯลฯ

– ค่าเครื่องสำอางค์(ที่เกินความจำเป็น)

– ค่าบุหรี่

– ค่ากาแฟสด(ที่มีคาเฟอีนมากๆจนทำลายสุขภาพในระยะยาว)

– ค่าอื่นๆอีกมากมายที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้

เมื่อท่านเช็คลิสต์ออกมา ท่านจะเจอรายจ่ายเหล่านี้เสมอ และนี่แหละ คือสาเหตุที่เราจะต้องลดรายจ่ายเหล่านี้ลง แล้วเราจะมีเงินเหลือเก็บ ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ปัญหาสาเหตุที่3 นั่นเอง

วิธีแก้ที่ 3 : นำเอาเงินเก็บมาบริหารให้มันงอกเงย ซึ่งข้อนี้ รับรองว่า จะช่วยให้ทุกท่านมีโอกาสรวยได้มากที่สุด เพราะจริงๆแล้ว มีบางธุรกิจ สามารถใช้เงินลงทุนที่ต่ำมากๆ แค่หลักร้อยถึงหลักพันต้นๆ แต่สามารถ สร้างรายได้เสริม หลักหมื่น ถึง หลักแสนต่อเดือนได้ ซึ่งแน่นอนว่า รายละเอียดเชิงลึก ทุกท่านสามารถติดต่อสอบถามกับผม อ.โจ้ จินตกวี ได้โดยตรง ผ่านช่องทาง ไลน์(เท่านั้น) ทุกท่านสามารถหาไลน์ไอดีผมได้ไม่ยาก(ถ้าสังเกตุดีๆ)

………………………………………………………….

เป็นไงกันบ้างครับ สำหรับวิธีแก้ปัญหาที่ว่า “ทำไมไม่รวยสักที?” ทุกท่านน่าจะเริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์กันบ้างแล้ว

จริงๆแล้ว ผมยังมีข้อมูลดีๆอีกเพียบเลยครับ สามารถติดต่อกับผมได้โดยตรง

ส่วนใครที่เป็นลูกศิษย์คอร์สต่างๆของผม ก็ต้องเร่งแก้ปัญหาข้อที่3 ให้เร็วที่สุด ผ่านวิธีการที่ผมสอน ซึ่งแน่นอนว่า ทุกๆท่าน ต้อง “Take Action ทันที!”

……………………………………………………………

ถ้าทุกท่านเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ ผมก็ขอรบกวนทุกท่าน มองหาปุ่มไลค์ปุ่มแชร์ในบล็อกนี้ เพื่อเป็นกำลังใจในการเขียนบทความดีๆตลอดไป ซึ่งผมสัญญาว่า ผมจะมาเขียนบทความที่นี่ทุกวัน(เขียนแต่ภาษาอังกฤษไว้เยอะแล้ว)

อีกข้อ คือ ความคิดเห็นของทุกท่านมีประโยชน์และทรงคุณค่าต่อผมมากๆ ทุกท่านสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นเข้ามาเยอะๆนะครับ

ใครแชร์ขอให้รวยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ขอให้มีความสุขในการเรียนรู้

ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร ศรัทธาจะนำมาซึ่งความสำเร็จเสมอ…

อ.โจ้ จินตกวี