อยากรวยทำไง?ตอนที่23

อยากรวยสวัสดีครับทุกท่าน

ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เว็บไซต์ที่จะชี้แนวทางในการเป็นเศรษฐีเงินล้านอย่างมีความสุข www.coursetorich.com และ www.richhappily.com นะครับ

หลัง จากที่ไม่ได้เขียนบทความมาเกือบจะเป็นปี มาวันนี้ ด้วยความคิดถึงพี่น้องที่คอยติดตามบทความดีๆของ อ.นเรศ สีละมัย ก็เลยอดไม่ได้ที่จะมาเปิดเผยวิธีการเป็นเศรษฐีเงินล้านอย่างมีความสุข ให้กับทุกท่านได้เรียนรู้กัน ซึ่งในตอนนี้ มีชื่อว่า “อยากรวยทำไง?”

ถ้าทุกท่านพร้อมแล้ว ก็เรียนเชิญทุกท่านไปเรียนรู้กันเลย ณ บัดนี้

อยากรวยทำไง?(ตอนที่23)

หลังจากที่ทุกท่านได้เรียนรู้ไปแล้ว ใน ตอนที่ 1 , ตอนที่ 2 , ตอนที่ 3 ตอนที่ 4 ตอนที่ 5 ตอนที่ 6 ตอนที่ 7 ตอนที่ 8 ตอนที่ 9 ตอนที่ 10 ตอนที่ 11 ตอนที่ 12 ตอนที่ 13 ตอนที่ 14 ตอนที่ 15 ตอนที่ 16 ตอนที่ 17 ตอนที่ 18 ตอนที่ 19 ตอนที่ 20 ตอนที่ 21 และตอนที่ 22 เกี่ยวกับ การเป็นคนรวยเงินล้าน

ซึ่งสรุปสั้นๆคือ

1)ท่านต้องมีสิ่งที่จะนำไปแลกเงินล้าน

2)สิ่งที่จะนำไปแลกเงินล้านต้องเป็นสิ่งที่แก้ปัญหาให้กับผู้คน

3)สิ่งที่จะนำไปแลกเงินล้านต้องตอบสนอง ความจำเป็น หรือ ความต้องการ

4) ตั้งเป้าหมายด้านการเงินให้ชัดเจนและเขียนมันออกมา

5) เลือกที่จะอยู่ฝั่ง Active Income หรือ ฝั่ง Passtive Income

6) ฝั่ง Passive Income คือ เป้าหมายหลักในการสร้างรายได้ให้กับเรา

7) การสร้างเครื่องจักรปั๊มเงินล้าน คือ เป้าหมายหลักของเรา

8) วิเคราะห์หาสาเหตุแห่งความยากจน

9) กระบวนการเปลี่ยนความคิดเพื่อพิชิตเงินล้าน

10) กฏแห่งแรงดึงดูด ซึ่งสรุปได้ว่า ความคิด = ความจริง (คิดอย่างไรเป็นแบบนั้น)

11) การวิเคราะห์ว่า อาชีพไหนที่ทำให้รวยได้ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 สาย คือ Active & Passive

12) การเรียนรู้และพัฒนาตัวเองเสมอ เป็นสิ่งที่สำคัญต่อความร่ำรวย

13) การมีเงินล้านในชั่วข้ามคืนด้วยการทำให้คน “รู้จักสิ่งที่ท่านกำลังขาย”ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

14)การทำบุญจะส่งผลให้รวยเร็วขึ้นหลายเท่า

15)การวิเคราะห์วิธีการหาเงินสี่รูปแบบ จะทำให้เข้าใจกระบวนการเคลื่อนของเงินได้อย่างชัดเจน

16)คุณสมบัติของคนที่จะรวย 22 ข้อ คือจุดเริ่มของความร่ำรวย

17)พลังแห่งการบริหารเวลา ให้ทำแต่สิ่งที่มีผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่โดยเลือกพื้นที่คุณภาพ(เท่านั้น) ดังภาพ

วิธีบริหารเวลาเพื่อเป็นเศรษฐี

18. ท่านต้องมีสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ “คุณธรรมพื้นฐาน8ประการ”

ซึ่งประกอบไปด้วย

คุณธรรม8ประการ

19. “วิธีการหาเงินล้านและสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องตลอดกาลนาน” ซึ่งก็คือ การสร้างสิ่งที่มีประโยชน์และทรงคุณค่า สำหรับขายให้กับผู้คน(ทั่วโลก)

ดังภาพข้างล่าง

วิธีหาเงินล้านและสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง

 

20.“ผลกำไร ดีกว่า ค่าจ้าง 1,000,000%”

ผลกำไรดีกว่าค่าจ้าง

หลายคน อาจจะยังไม่เข้าใจความหมาย ของประโยคดังกล่าว ซึ่งจริงๆแล้ว มันไม่ได้สลับซับซ้อนอะไรเลย มันมีแค่ 2 คำทีต้องตีความ

คำที่ 1 : ผลกำไร คือ รายได้/กำไร ที่เกิดจากการทำธุรกิจแบบ Passive Income

คำที่ 2 : ค่าจ้าง คือ รายได้ที่เกิดจากการขายแรงงาน/เวลา/ความรู้ความสามารถ เพื่อแลกกับสิ่งที่เรียกว่า “เงินเดือน” หรือ “เงินค่าแรง” ซึ่งส่วนใหญ่จัดอยู่ในประเภท Active Income นั่นเอง

21. กระบวนการที่สำคัญในการเป็นเศรษฐีเงินล้าน ซึ่งมีอยู่ แค่ 2 อย่าง คือ 1)การออมเงิน และ 2)การทำให้เงินออมงอกเงย

22.การจดบันทึกสิ่งที่มีประโยชน์ ทรงคุณค่า และเอื้อต่อการสร้างรายได้ในระยะยาว ซึ่งท่านจำเป็นต้องสร้างแบบบันทึกขึ้นมา 3 เล่ม คือ

เล่มที่ 1 : แบบบันทึก รายรับ – รายจ่าย ในแต่ละวัน
เล่มที่ 2 : แบบบันทึก ภารกิจ เพื่อบรรลุเป้าหมายรายวัน
เล่มที่ 3 : แบบบันทึก สรุปผลที่เกิดขึ้นก่อนนอน

ซึ่งบทความ “อยากรวยทำไง?ตอนที่ 23 ” จะนำเสนอข้อมูลที่ต่อเนื่องจากการที่เราได้จดบันทึกในแบบบันทึกทั้ง3เล่มดังกล่าว

เพราะบางคน อาจจะยังสงสัยว่า “แล้วไงต่อ?”

ขั้นตอนต่อมา หลังจากที่เราได้จดบันทึกสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นกับเราแล้ว(บันทึกครบทั้ง3เล่ม) คือ เราจำเป็นที่จะต้อง

  “เอาข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์SWOT และ
เขียนแผนปฏิบัติการ(สายฟ้าแลบ)ขึ้นมา”

หลายคน มองข้ามสิ่งนี้ไป อาจจะด้วยความประมาท หรือ ด้วยความที่ไม่เห็นความสำคัญของสิ่งเล็กๆเหล่านี้ แต่ผมขอยืนยันเลยว่า “ถ้าท่านหยุดมองข้าม แล้วหันมาให้ความใส่ใจ จุดเล็กๆเหล่านี้ รูปแบบรายได้ของท่านจะเปลี่ยนไปทันที!!!”

ความหมาย SWOT

320px-SWOT_en.svg

คำว่า “สวอต” หรือ “SWOT” นั้นมาจากตัวย่อภาษาอังกฤษ 4 ตัว ได้แก่

  • S มาจาก Strengths หมายถึง จุดเด่นหรือจุดแข็ง ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยภายใน เป็นข้อดีที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายในของตัวเราเอง เช่น จุดแข็งด้านส่วนประสม จุดแข็งด้านการเงิน จุดแข็งด้านการผลิต จุดแข็งด้านทรัพยากรบุคคล ตัวเราจะต้องใช้ประโยชน์จากจุดแข็งในการกำหนดกลยุทธ์การตลาด
  • W มาจาก Weaknesses หมายถึง จุดด้อยหรือจุดอ่อน ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยภายใน เป็นปัญหาหรือข้อบกพร่องที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายในต่างๆ ของรูปแบบการหารายได้ของเรา ซึ่งตัวเราจะต้องหาวิธีในการแก้ปัญหานั้น
  • O มาจาก Opportunities หมายถึง โอกาส ซึ่งเกิดจากปัจจัยภายนอก เป็นผลจากการที่สภาพแวดล้อมภายนอกของตัวเราที่เอื้อประโยชน์หรือส่งเสริมการ ดำเนินงานขององค์กร โอกาสแตกต่างจากจุดแข็งตรงที่โอกาสนั้นเป็นผลมาจากสภาพแวดล้อมภายนอก แต่จุดแข็งนั้นเป็นผลมาจากสภาพแวดล้อมภายใน นักการตลาดที่ดีจะต้องเสาะแสวงหาโอกาสอยู่เสมอ และใช้ประโยชน์จากโอกาสนั้น
  • T มาจาก Threats หมายถึง อุปสรรค ซึ่งเกิดจากปัจจัยภายนอก เป็นข้อจำกัดที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายนอก ซึ่งธุรกิจจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์การตลาดให้สอดคล้องและพยายามขจัดอุปสรรค ต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้ได้จริง

ผมจะยกตัวอย่างให้ท่านได้เห็นภาพง่ายๆ โดยใช้ตัวผมเองเป็นโมเดลหลักในการวิเคราะห์

S ของผม ประกอบไปด้วย

– ผมมีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับดนตรี ทั้งดนตรีไทย ดนตรีสากล และดนตรีพื้นบ้าน ดังนั้น รูปแบบการสร้างรายได้ของผม ย่อมเกี่ยวข้องกับดนตรีอย่างแน่นอน เช่น สอนดนตรี เขียนหนังสือเกี่ยวกับดนตรี สร้างเว็บ/บล็อกเกี่ยวกับดนตรี ผลิต/จัดจำหน่ายเครื่องดนตรี..ฯลฯ

– ผมมีความเชี่ยวชาญเรื่องการตลาด ทั้งแบบออนไลน์ หรือ ออฟไลน์ ดังนั้นจุดแข็งนี้ย่อมนำมาซึ่งยอดขายอย่างมากมายมหาศาล เพราะมีความสามารถที่จะทำให้คนทั่วโลกได้เห็นสินค้า/บริการที่ผมนำมาขายหรือแบ่งปันแบบฟรีๆ

แล้วท่านละครับ มีจุดเด่น/จุดแข็งด้านไหน จงเขียนมันออกมา แล้วท่านจะรู้ว่า การหาเงินล้าน/การเป็นเศรษฐีเงินล้านมันช่างง่ายดายเหลือเกิน ซึ่งแน่นอนว่า ใน “หลักสูตร์ : วิธีหาเงินล้าน” ของผมได้สอนอย่างละเอียดเกี่ยวกับการสร้างรูปแบบในการสร้างรายได้แบบต่างๆ ลองคลิกเข้าไปอ่านรายละเอียดได้เลยครับ ==> หลักสูตรวิธีหาเงินล้าน

W ของผม ก็มีนะครับ อาทิเช่น

– ผมอ่อนเรื่องภาษาอังกฤษ (แต่ก็พออ่านออกเขียนได้นิดหน่อย) ซึ่งทำให้สูญเสียโอกาสอันยิ่งใหญ่ในการสร้างรายได้ในต่างประเทศ เพราะผมต้องจ้างนักแปลเพื่อช่วยแปลบทความภาษาไทยของผมให้เป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งถือว่า เป็นต้นทุนที่ต้องจ่าย

– ผมเป็นคนขี้ร้อนมากๆ จึงทำให้ผมจำเป็นต้องอยู่ห้องแอร์ตลอด (ไม่งั้นจะลงแดง อิๆ) ทำให้ผมต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ถ้าผมอยู่บ้าน ก็จะเปิดแอร์ตลอด ทำให้ค่าไฟพุ่งกระฉูด ถ้าจะออกไปนอกบ้าน ก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เช่น ค่ากาแฟ ค่าน้ำมัน ค่าอาหารว่า ฯลฯ

จากจุดอ่อนตรงนี้นี่เอง ที่ทำให้ผมต้องพัฒนาตัวเองอยู่เรื่อยๆ เช่น เรียนรู้ภาษาอังกฤษเพิ่มเติม , การฝึกนั่งสมาธิให้ใจสงบ(ใจเย็นกายก็เย็น….) ฯลฯ

แล้วท่านละครับ W ของท่านคืออะไร ต้องเขียนมันออกมานะครับ ไม่งั้นท่านก็จะมัวแต่หลอกตัวเองอยู่อย่างนั้นว่า “ตัวเองไม่มีจุดอ่อนใดๆ” ซึ่งเป็นทัศนคติที่อันตรายต่อความสำเร็จเป็นอย่างมากเลยครับ

O ที่ผมวิเคราะห์ได้

– เทคโนโลยี Internet ก้าวไกลไปกว่าเดิมมากๆ ไม่ว่าจะ เป็นเทคโนโลยี 3G หรือ 4G ซึ่งสะดวกสบายมากๆในการใช้ชีวิต หรือแม้กระทั้งอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ที่สามารถเชื่อมต่อกับธุรกิจได้อย่างถึงใจ และแน่นอนว่า “มันเอื้อประโยชน์ต่อรูปแบบการสร้างรายได้ของผมมากๆ” เพราะผมสร้างรายได้จากอินเทอร์เน็ตเป็นส่วนใหญ่เลยครับ มันทำงานปั๊มเงินแทนผมตลอด24ชั่วโมงเลย

– แนวโน้มการซื้อสินค้า/บริการออนไลน์เพิ่มมากขึ้น ด้วยเหตุผลด้านความสะดวกสบาย ไม่ต้องออกไปเจอรถติด ไม่ต้องไปเดินตากแดด ไม่ต้องไปต่อแถวต่อคิวกับใคร ก็สามารถซื้อสิ่งที่ต้องการได้ด้วยการคลิกไม่กี่ครั้งเท่านั้นเอง ดังนั้นการที่ผมยกธุรกิจจากออฟไลน์ไปสู่ออนไลน์ จึงเป็นการเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับผมได้อย่างมหาศาล

แล้วท่านละครับ โอกาสที่เอื้อต่อการสร้างเงินล้านให้กับท่าน คืออะไร? รีบเขียนมันออกมาเลยนะครับ

T สำหรับผม มีอยู่หลักๆด้วยกัน คือ

– ความขัดแย้งทางการเมือง มีผลมากๆต่อธุรกิจ ทั้งออฟไลน์/ออนไลน์ เพราะมันส่งผลต่อภาพรวมของประเทศทั้งหมด ไม่ว่าจะด้านการลงทุน ด้านการศึกษา ด้านการสื่อสาร ฯลฯ

– เศรษฐกิจภายในและภายนอกประเทศ ก็มีส่วนสำคัญเช่นกันต่อความสำเร็จ เพราะถ้าเศรษฐกิจดี คนก็จับจ่ายใช้สอยอย่างมีความสุขนั่นเองครับ

สรุปแล้ว SWOT ของผม ยังพอให้ธุรกิจของผมสามารถสร้างรายได้ได้อย่างต่อเนื่องและยาวนานอย่างแน่นอน เพราะผมไม่เน้นการใช้เงินลงทุนมากนัก ผมเน้นใช้เทคโนโลยี+ไอเดียในการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีๆมีคุณค่ามาจำหน่ายนั่นเอง

พอท่านอ่านมาถึงตรงนี้ ผมเชื่อว่า ท่านรู้จักวิธีใช้ SWOT มาวิเคราะห์รูปแบบการสร้างรายได้ของท่านได้แล้ว ฝึกฝนบ่อยๆก็จะนำไปใช้ได้อย่างคล่องแคล่วแล้วละครับ

ประเด็นต่อมาที่ผมจะสื่อ คือ SWOT แล้วไงต่อ?

คำตอบก็คือ “การเขียนแผนปฏิบัติการแบบสายฟ้าแลบ” ขึ้นมานั่นเองครับ

ทำไมต้องเรียก “แผนปฏิบัติการแบบสายฟ้าแลบ”

คำตอบก็คือ เป็นแผนฉบับย่อ สั้นๆ กระชับ เข้าใจง่ายนั่นเอง(ในหลักสูตรวิธีหาเงินล้านฯเปิดเผยแบบละเอียดกว่านี้มาก)

ขั้นที่ 1 : ตั้งเป้าหมาย

ขั้นที่ 2 : เขียนวิธีการ

ขั้นที่ 3 : ลงมือทำ

ขั้นที่ 4 : สรุปผล

ผมจะยกตัวอย่างให้ท่านเข้าใจง่าย ดังนี้ครับ

ในระหว่างขับรถ เข้าไปในเมือง ไปเจอกับรถยนต์รุ่นคลาสสิคที่ประกาศขาย สมมุติ 50,000 บาท  ผมก็จอดรถลงไปคุยรายละเอียดต่างๆ เช่น เครื่องยนต์ สภาพภายใน ช่วงล่าง พร้อมกับดูเอกสารที่ถูกต้องตามกฏหมาย และทดลองขับดู ปรากฏว่าอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน ผมก็เริ่มแผนปฏิบัติการแบบสายฟ้าแลบทันที คือ

ขั้นที่ 1 : ตั้งเป้าขายรถคันนี้ให้ได้ในราคา 70,000 บาท ภายใน 3 วัน(คุยตกลงให้ผู้ขายเอาป้ายประกาศขายลง ขอเวลา 3 วัน ให้ราคาสูงกว่าเดิมอีก 5,000 บาท)

ขั้นที่ 2 : เขียนวิธีการต่างๆขึ้นมา เช่น

1)ถ่ายรูปรถคันนี้ พร้อมกับถ่ายวิดีโอให้ครอบคลุมทุกมุมมอง เพื่อพร้อมในการนำไปประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆทั้ง ออฟไลน์และออนไลน์

2)โพสประกาศขายตามเว็บบอร์ดต่างๆ

3)ใช้สื่อ Socail Media ช่วยโปรโมทอีกช่องทาง

4)ติดต่อเต๊นท์รถที่มีกำลังซื้อเงินสดได้ โดยจ้างนักเรียนนักศึกษา2คน (วันละ 300×2 จำนวน 3 วัน) ไปแจกโบว์ชัวร์ตามเต๊นท์รถประมาณ 100 เต๊นท์

ขั้นที่ 3 : ลงมือทำตามแผนทันที

ขั้นที่ 4 : สรุปผล ขายรถได้ในวันที่ 2 ในราคา 68,000 บาท(ผู้ซื้อต่อรองราคา2,000)

– หักค่าแรงงานนักเรียนนักศึกษา 1,200 บาท

– หักค่าเอาป้ายลง 5,000 บาท

– หักเงินให้ผู้ขาย 50,000 บาท

คงเหลือเงินเข้ากระเป๋าภายใน 2 วัน คือ 68,000 – 50,000+5,000+1,200 = 11,800 บาท นั่นเองครับ

เป็นไงกันบ้างครับ ปฏิบัติการสายฟ้าแลบของผม พอจะช่วยให้ท่านมีไอเดียในการหาเงินล้านได้บ้างหรือไม่  ทุกท่านสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้พร้อมกับแสดงความคิดเห็นเข้ามาได้เลยนะครับ

ก็อีกเช่นเคยนะครับ สำหรับบทความเรื่อง “อยากรวยทำไง?(ตอนที่ 23)” นี้ ผมคิดว่าคงจะมีประโยชน์กับทุกท่าน

อย่าลืม แชร์บทความนี้ให้คนอื่นได้เรียนรู้ รึไม่ก็ กระแทก Like แรงๆ เพื่อเป็นกำลังใจด้วยนะครับ

ปล. สำหรับใครที่ยังไม่ลงทะเบียนเรียนรู้เคล็ดลับเศรษฐี ก็อย่าช้าเลยครับ ฝั่งขวามือของท่าน จะมีช่องให้ท่านได้ กรอกชื่อ และ อีเมล์ เพื่อเรียนรู้เคล็ดลับเศรษฐีกันแบบฟรีๆ

 

ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร ศรัทธาจะนำมาซึ่งความสำเร็จเสมอ

อ.นเรศ สีละมัย

ท่านสามารถติดตามผมได้ผ่านช่องทางต่างๆมากมาย เช่น

http://www.youtube.com/richhappily

http://www.richhappily.com

http://www.ajannaret.com

http://www.coursetorich.com

ติดต่อ/พูดคุย กับ Admin ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ช่องทางที่ 1 : เพิ่มเพื่อนทางไลน์ เพื่อคุยกับผมโดยตรง โดยการ สแกนคิวอาร์โค๊ด ข้างล่าง

qr-code-ajanjho

ช่องทางที่ 2 : ติดต่อผ่านระบบ Auto Responder

%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ad-%e0%b9%82%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b5

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *