ขั้นตอนแห่งความสำเร็จของMLM(ตอนที่2)

ขั้นตอนแห่งความสำเร็จของMLM(ตอนที่2)

สวัสดีครับทุกท่านที่ติดตาม Blog : วิธีหาเงิน 1,000,000 บาท จาก MLM มาโดยตลอด

เพื่อช่วยเหลือให้ทุกท่าน สามารถ ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจเครือข่าย MLM ได้อย่างยั่งยืน ผม อ.นเรศ สีละมัย จึงได้เขียนบทความในหมวดหมู่ “ขั้นตอนแห่งความสำเร็จของ MLM” ขึ้นมา เพื่อบอกขั้นตอนในการทำ MLM อย่างถูกวิธี

ซึ่งบทความในหมวดหมู่นี้ มีอยู่หลายเรื่องที่สำคัญต่อความสำเร็จมาก ผมจึงแบ่งออกเป็นตอนๆ เพื่อให้ทุกท่านทำความเข้าใจไปทีละขั้นทีละตอน

ในบทความที่ผ่านมา ท่านได้เรียนรู้แล้วว่า “ท่านต้องเข้าใจปรัชญาของ MLM “ ซึ่งมีอยู่ 4 ข้อหลัก คือ

ข้อที่ 1 : ท่านต้องเป็นผู้นำ

ข้อที่ 2 : “การซื้อซ้ำ” คือหัวใจหลักของ MLM

ข้อที่ 3 : “การให้” คือหัวใจแห่งความสำเร็จของ MLM

ข้อที่ 4 : “ระบบ” สำคัญต่อความสำเร็จของ MLM

สำหรับวันนี้ ไม่ต้องเสียเวลาให้มากความ เข้าเรื่องกันเลยดีกว่าครับ

ขั้นตอนที่ 2 : เลือก MLM ที่ใช่(สำหรับท่าน)

ถูกต้องแล้วครับ “เลือก MLM ที่ใช่(สำหรับท่าน)” เป็นหัวใจแห่งความสำเร็จของธุรกิจเครือข่าย MLM เพราะถ้าท่านเลือกผิด ไม่เข้ากับชีวิตท่าน เลือกเพราะถูกชักจูงด้วยคำโฆษณาสวยหรู เลือกเพราะเคลิ้มไปกับการขายฝันหลอกลวง …. พอไปทำจริงๆแล้ว กลับต้องเจอกับความล้มเหลว เพราะก่อนเข้าร่วม อะไรก็ดูดี ดูงดงามไปหมด แต่พอหลังจากเข้าร่วมแล้ว ไม่มีระบบอะไรรองรับเลย ไม่มีการสอนวิธีการที่ถูกต้อง ไม่มีการช่วยเหลือเหมือที่โฆษณาไว้

ดังนั้น ในบทความนี้ จะเปิดเผยวิธีวิเคราะห์ว่า MLM แบบไหนที่ท่านควรเข้าร่วม ต้องเป็นอย่างไร มีระบบอะไรรองรับ….. ซึ่งจากการวิเคราะห์และสังเคราะห์แล้ว พบว่า องค์ประกอบแห่งความสำเร็จของ MLM มีอยู่เพียงแค่ 5 ข้อเท่านั้น คือ

1)บริษัท

2)แผนการตลาด

3)ผลิตภัณฑ์

4)ผู้นำทีม

5)การสมัครเข้าร่วม

บริษัท MLM :

mlm10

บริษัท MLM ที่ท่านจะเข้าร่วม ควรมีองค์ประกอบเหล่านี้ (เพราะท่านจะฝากผีฝากไข้ จึงต้องพินิจพิเคราะห์ให้ดี)

1)จดทะเบียนถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการจดทะเบียนพาณิชย์, การจดทะเบียนกับ สคบ. , การจดทะเบียนอื่นๆซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่า “ถูกกฎหมายประเทศไทย 100%” เพราะการทำธุรกิจเครือข่าย MLM ที่ดีต้องเริ่มต้นด้วยความถูกต้อง ถ้าเริ่มถูกต้อง ทุกอย่างก็จะสำเร็จอย่างยั่งยืน

2)มีผลประกอบการที่ดี การตรวจสอบว่าผลประกอบการดีหรือไม่ ให้ดูที่รายงานผลการประกอบการในแต่ละปี การดูทีการเสียภาษี การดูที่กราฟสรุปผลประกอบการ(ที่มีทิศทางชี้ขึ้น) ข้อดีของผลประกอบการที่ดี คือ แสดงออกว่าบริษัทขายสินค้าได้ มีกำไรจากการดำเนินธุรกิจ

3)มีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง(ทั้งในและต่างประเทศ) การขยายสาขา จะเป็นการบ่งบอกทิศทางการพัฒนาและการเจริญเติบโตของบริษัท และเป็นการเปิดโอกาสให้นักธุรกิจขยายองค์กรให้เติบโตได้อย่างทั่วถึงทั้งไทยและต่างประเทศ ซึ่งจะนำมาซึ่งความมั่นคงในวิชาชีพ

4)มีอาคารสำนักงาน(เป็นของตัวเอง) เป็นการบ่งบอกว่าบริษัทมีความพร้อมในการดำเนินการ มีระบบรองรับการทำงานของนักธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานที่ช่วยในการคีย์ข้อมูล ช่วยในการจัดส่งสินค้า ช่วยในการประชาสัมพันธ์บริษัทให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจจนสามารถเปลี่ยนลูกค้าให้กลายเป็นลูกทีมได้

5)มีศูนย์กระจายสินค้าครอบคลุมทุกพื้นที่ ถึงแม้ทุกอย่างเกี่ยวกับบริษัทจะดีหมด ไม่ว่าจะเป็นการจดทะเบียนที่ถูกต้อง มีผลประกอบการที่ดี มีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง มีอาคารสำนักงาน.. แต่มีปัญหาเกี่ยวกับการกระจายสินค้าให้กับลูกค้า จะเป็นปัญหาในการเริ่มธุรกิจ MLM เป็นอย่างมาก เพราะมันเกี่ยวข้องกับอารมณ์ความรู้สึกของลูกค้าและนักธุรกิจเป็นอย่างมาก “ซื้อปั๊บได้รับของทันที” กับ “ซื้อปั๊บรอรับของอีก1-2สัปดาห์” ฟังดูแล้วให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันเป็นอย่างมาก

6)มีทีมงานวิจัยเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น การวิจัยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ การวิจัยเกี่ยวกับการทำการตลาดและการขาย การวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาองค์กร..ฯลฯ

ทั้ง 6 ข้อนี้ เป็นข้อมูลพื้นฐานที่ท่านต้องนำมาพิจารณาก่อนตัดสินใจเข้าร่วม นอกจากนั้นจะเป็นประเด็นรองลงไปอีกเพื่อประกอบการตัดสินใจ เพราะมีคำกล่าวที่ว่า “ขยันผิดที่ 10ปีก็ไม่รวย” ซึ่งเป็นคำกล่าวที่ถูกต้องสำหรับการเข้าร่วมธุรกิจเครือข่าย MLM ด้วย

แผนการตลาด MLM :

plans_red

แผนการตลาด MLM เป็นตัวกำหนดความสำเร็จของธุรกิจเครือข่าย MLM ในแง่ของการสร้างรายได้แบบ Passive Income

 

แผนการจ่ายค่าตอบแทนที่พบในตลาด MLM นั้นมีแบบหลักๆ คือ 1) แผนเมทริกซ์ (แผนเน็ตเวิร์ก หรือยูนิเลเวล) 2) แผนไบนารี่ 3) แผนไตรนารี่ 4) แผนสแตร์สเต็ปเบรกอะเวย์ 5) แมทชิ่งโบนัส และ 6) กองทุนต่างๆ

1) แผนเมทริกซ์ Matrix Plan หรือ แผนเน็ตเวิร์ก Network Plan หรือยูนิเลเวล Unilevel Plan

เป็นแผนการจ่ายค่าตอบแทนที่เก่าแก่แผนหนึ่ง เป็นแผนการจ่ายค่าตอบแทนที่จ่ายค่าตอบแทนเป็นจำนวนร้อยละของยอดขายหรือคะแนนในแต่ละชั้น ซึ่งจำกัดจำนวนชั้นที่จะจ่ายให้ลึกตามที่กำหนด หากไม่จำกัดจำนวนลูกทีมในชั้นที่หนึ่ง (หรือลูกทีมติดตัว หรือเรียกว่า Front line) เราเรียกว่า Unforced matrix คือเน็ตเวิร์กที่ไม่จำกัดจำนวนลูกทีมติดตัว (Front line) หรือที่เรียกว่า ยูนิเลเวล

แผนเมทริกซ์อีกแบบหนึ่ง ซึ่งจำกัดจำนวนลูกทีมติดตัว ที่เรียกว่า Forced Matrix เป็นแผนที่จ่ายค่าตอบแทนเป็นชั้นๆ โดยจำกัดจำนวนลูกทีมติดตัว หรือ Front line ตามจำนวนที่กำหนด เช่น มีลูกทีมติดตัวได้ไม่เกิน 5 คน เมื่อเราได้แนะนำผู้แทนจำหน่ายอิสระเข้ามาเป็นลูกทีมเราได้ครบ 5 คนแล้ว เมื่อแนะนำคนต่อไปก็จะไม่สามารถต่อติดตัวเราได้อีก ต้องนำไปต่อในชั้นที่ 2 ซึ่งก็จะเป็นลูกทีมของลูกทีมของเราอีกทีหนึ่ง เราเรียกลักษณะการต่อสายงานแบบนี้ว่า การล้นชั้น หรือ Spill over ตัวอย่างของแผนเมทริกซ์แบบ 5×10 ก็คือมีลูกทีมติดตัวได้สูงสุด 5 คนและมีรายได้ลึกลงไป 10 ชั้น

การ Roll-Up เป็นลักษณะการคำนวนอันหนึ่งของแผนเมทริกซ์ ซึ่งมีประโยชน์ในกรณีที่ลูกทีมบางคนไม่ทำงานหรือไม่ซื้อสินค้าให้มีคะแนน เพื่อรักษาคุณสมบัติในการรับคอมมิชชั่นหรือโบนัส (Commission Qualifying) อัพไลน์หรือแม่ทีมจะสูญเสียโอกาสในการได้รับคอมมิชชั่นจากลูกทีมคนนี้ เพราะเขาไม่ได้ซื้อสินค้า การโรลอัพนั้นเป็นการดึงเอาลูกทีมคนถัดลงไปในสายงานขึ้นมาให้อยู่ในชั้น เดียวกับลูกทีมที่ไม่ได้รักษายอด

จำนวนชั้นและเปอร์เซ็นต์ที่ผู้แทนจำหน่ายอิสระจะได้รับผลประโยชน์ตามแผนเมทริกซ์อาจเป็นแบบตายตัว หรือแบบปรับตามตำแหน่ง หรือปรับตามยอดคะแนนก็ได้ ทั้งนี้การปรับจำนวนชั้นและเปอร์เซ็นต์ที่จ่ายตามตำแหน่งหรือตามยอดคะแนนที่ ซื้อในรอบนั้น ก็เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้แทนจำหน่ายอิสระทำงานให้มากขึ้นเพื่อให้ได้ผล ประโยชน์มากขึ้นไปด้วย

 

2) แผนไบนารี่ Binary Plan

 

เป็นแผนการจ่ายค่าตอบแทนที่ได้รับความนิยมมากแผนหนึ่ง มีโครงสร้างที่กำหนดให้ผู้แทนจำหน่ายอิสระมีลูกทีมติดได้ไม่เกิน 2 คน ดังนั้นหากผู้แทนจำหน่ายอิสระแนะนำสมาชิกใหม่คนที่ 3 เข้ามาก็จะต้องนำไปต่อให้กับลูกทีมคนใดคนหนึ่งในชั้นลึกลงไป จึงมีลักษณะ Spill Over ซึ่งเป็นการช่วยเหลือให้ลูกทีมมีสายงานเพิ่มขึ้นด้วย ลูกทีมที่ติดตัวทั้งสองคนนั้นคนหนึ่งอยู่ด้านซ้าย และอีกคนหนึ่งอยู่ด้านขวา บางครั้งจะเรียกว่าทีมซ้ายและทีมขวาก็ได้ โดยปกติการให้ค่าตอบแทนจะนับคะแนนทีมซ้ายและทีมขวามาจับคู่ในจำนวนที่เท่าๆ กัน (หรือที่เรียกว่า Balanced Legs) แล้วคิดให้เป็นเปอร์เซ็นต์จากจำนวนคะแนน

การจ่ายค่าตอบแทนตามแผนไบนารี่นั้นมีลักษณะที่แบ่งออกได้เป็น แบบที่บังคับโครงสร้างและแบบที่ไม่บังคับโครงสร้าง

แผนไบนารี่แบบบังคับโครงสร้างนั้นเป็นแบบที่กำหนดโครงสร้างลักษณะต่างๆไว้ เมื่อผู้แทนจำหน่ายอิสระสามารถสร้างทีมงานได้ตามโครงสร้างที่กำหนดก็จะได้ ค่าตอบแทนตามที่กำหนดไว้ในแผน เช่น หากสามารถสร้างทีมงานให้ได้ในชั้นที่ 4 และมีจำนวนลูกทีมที่อยู่ในทีมซ้ายและทีมขวาทีมละ 2 คน จะได้ค่าตอบแทน 1000 บาทเป็นต้น แผนแบบนี้อาจจะมีการเก็บคะแนนไว้ให้ตามโครงสร้างที่ทำได้ และไม่มีการตัดทิ้งคะแนนที่ได้เก็บไว้ให้แล้ว

แผนไบนารี่แบบไม่บังคับโครงสร้าง เป็นแบบที่ไม่กำหนดโครงสร้างที่จำเป็นต้องทำให้ได้คุณสมบัติ หรือกำหนดไว้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แล้วให้มีการจับคู่หรือนับคะแนนที่เท่ากันของทีมซ้ายและทีมขวา โดยมีโควต้าให้ในแต่ละรอบการคำนวณจะนับคู่หรือนับคะแนนให้ได้ไม่เกินจำนวน ที่กำหนดไว้ในแผน คะแนนส่วนที่เกินในรอบการคำนวณนั้นๆ ก็จะถูกตัดทิ้งไป การตัดคะแนนทิ้งเรียกว่า Flush

แผนไบนารี่แบบ Weak – Strong เป็นแบบที่ไม่บังคับโครงสร้างเช่นกัน นับคะแนนจากทีมซ้ายและทีมขวา ทีมใดมีคะแนนมากกว่าในรอบการคำนวนนั้น ก็จะเรียกว่า ทีมแข็ง หรือ Strong Team และทีมใดที่มีคะแนนน้อยกว่าก็จะเรียกว่า Weak Team ในกรณีที่คะแนนเท่ากันทั้งสองทีมเราก็สามารถให้ทีมใดก็ได้เป็น Strong Team และ ทีมใดก็ได้เป็น Weak Team การจ่ายค่าตอบแทนก็จะจ่ายเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดขายทีมอ่อน แล้วนำคะแนนทีมอ่อนมาหัก คะแนนทีมแข็งออกไป เก็บคะแนนส่วนที่เหลือของทีมแข็งไว้ให้ก็ได้

การคิดคะแนนในระบบการคำนวณแบบไบนารี่นั้นอาจคิดจากยอด PV ของแต่ละทีม คือคิดเป็น PV หรือจะคิดเป็นจำนวนผู้แทนจำหน่ายอิสระ (จำนวนรหัส) ที่ครบตามคุณสมบัติต่างๆที่กำหนดไว้ก็ได้

แผนไบนารี่อีกลักษณะหนึ่งที่เป็นที่นิยมมากคือระบบ ที่มี Top-up หรือ Upgrade หรือที่เรียกว่าการเพิ่มจำนวนคู่หรือจำนวนคะแนนสูงสุดที่จะจับคู่ให้ได้ในแต่ละรอบการคำนวณ เช่นโดยปกติการคำนวณธรรมดาอาจจะคิดให้ 5 คู่ในแต่ละรอบการคำนวณ หากผู้แทนจำหน่ายอิสระซื้อสินค้าเพิ่มเพื่อขึ้นตำแหน่งก็จะมีสิทธิในการจับ คู่ในแต่ละรอบการคำนวณเป็น 10 คู่ต่อรอบการคำนวณ เป็นต้น

 

3) แผนไตรนารี่ Trinary Plan

เป็นแผนการจ่ายค่าตอบแทนที่เป็นที่นิยมมากเช่นกัน โดยที่โครงสร้างขององค์กรผู้แทนจำหน่ายอิสระนั้นจะมีการจำกัดจำนวนลูกทีมที่ ติดตัวไว้เพียง 3 คน คือผู้แทนจำหน่ายอิสระใดๆจะมีลูกทีมติดตัวได้ไม่เกิน 3 คน เมื่อได้แนะนำผู้แทนจำหน่ายอิสระใหม่เข้ามาเป็นคนที่ 4 ก็จะต้องนำไปต่อให้ลูกทีมชั้นลึกลงไป จึงมีลักษณะ Spill Over ซึ่งเป็นการช่วยเหลือลูกทีม ทำให้เกิดการทำงานที่สนับสนุนซึ่งกันและกัน การต่อสายงานผู้แทนจำหน่ายอิสระซึ่งเป็นลูกทีมคนแรกซึ่งอยู่ทางซ้ายมือสุด เราเรียกว่า ลูกทีมด้านซ้าย ลูกทีมที่อยู่คนถัดมา ซึ่งอยู่ตรงกลาง เราเรียกว่า ลูกทีมตรงกลาง และลูกทีมคนสุดท้ายที่อยู่ทางขวามือสุด เราเรียกว่าลูกทีมด้านขวา

การคิดค่าตอบแทนตามแผนไตรนารี่นั้นมีลักษณะคล้ายคลึงกันแผนไบนารี่มาก เพียงแต่มีจำนวนทีมงานมากกว่าเท่านั้น ซึ่งจะมีลักษณะเป็นการจับคู่ตามรอบการคำนวณ (Balanced Legs) การจับคู่อาจเป็น คู่สอง ซึ่งหมายถึงการจับกันระหว่างคะแนนที่ได้จากทีมใดๆสองทีม ซึ่งอาจเป็นทีมซ้ายจับกับทีมกลาง ทีมกลางจับกับทีมขวา หรือทีมขวาจับกับทีมซ้ายก็ได้ ลักษณะการจับคู่อีกอย่างหนึ่งคือการจับคู่สาม คือการนับคะแนนหรือจำนวนรหัสจากทั้งสามทีม แล้วเป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดคะแนนที่ได้เพื่อจ่ายเป็นค่าตอบแทนให้กับผู้แทน อิสระ

การคิดแผนไตรนารี่นั้นเป็นได้ทั้ง แบบบังคับโครงสร้าง และไม่บังคับโครงสร้าง รวมทั้งสามารถมีลักษณะที่เป็น Top-Up หรือ Upgrade ได้ด้วยเช่นกัน

 

4) สแตร์สเตป Stair-step หรือ ที่เป็นที่รู้จักกันว่า แผนขั้นบันได

เป็นลักษณะการคิดค่าตอบแทนให้กับผู้แทนจำหน่ายอิสระเป็นเปอร์เซ็นต์จาก ยอดคะแนนซื้อส่วนตัวและ/หรือยอดกลุ่มส่วนตัว หรือคิดเปอร์เซ็นต์ให้ตามตำแหน่งของผู้แทนจำหน่าย ณ เวลาที่คำนวณนั้น เมื่อลูกทีมได้รับผลประโยชน์เป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดคะแนนแล้ว ผู้ที่เป็นแม่ทีมจะสามารถได้รับผลประโยชน์จากยอดคะแนนเดียวกันนั้นก็ต่อเมื่อแม่ทีมมีตำแหน่งสูงกว่าลูกทีม

ตัวอย่างเช่น กำหนดให้ตำแหน่งมี 3 ตำแหน่งคือ Bronze, Silver, Gold และมีผลตอบแทนของแต่ละตำแหน่งเป็นเปอร์เซ็นต์คือ 10% 20% และ 30% ตามลำดับ โครงสร้างทีมผู้แทนจำหน่ายเป็นดังนี้ นาย ก. เป็นผู้แนะนำหรือเป็นผู้สปอนเซอร์ นางสาว ข. เข้ามาร่วมธุรกิจ และ นางสาว ข. เป็นผู้แนะนำหรือเป็นผู้สปอนเซอร์ นาย ค. เข้ามาร่วมธุรกิจ และ นาย ก. มีตำแหน่งเป็น Gold 30% นางสาว ข. มีตำแหน่งเป็น Silver 20% และนาย ค. มีตำแหน่งเป็น Bronze 10% หากนาย ค. ซื้อสินค้ามีคะแนนในรอบการคำนวณนี้เป็น 1000 คะแนน นาย ค.จะได้เงินค่าตอบแทนเป็นเงิน 1000 คะแนน x 10% = 100 บาท และ นางสาว ข. จะได้ค่าตอบแทนเป็นเงิน (1000 คะแนน x 20%) – (ค่าตอบแทนที่ได้จ่ายให้กับ นาย ค. ไปแล้ว 100 บาท) = 100 บาท และ นาย ก. จะได้ค่าตอบแทนเป็นเงิน (1000 คะแนน x 30%) – (ค่าตอบแทนที่ได้จ่ายให้กับ นาย ค. และนางสาว ข. ไปแล้ว 200 บาท) = 100 บาท นับแล้วได้จ่ายเงินค่าตอบแทนเป็นจำนวน 30% ของยอดคะแนนของผู้แทนจำหน่าย ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงที่สุดที่จะจ่ายแล้ว ก็จะไม่ต้องจ่ายให้ให้ผู้แทนจำหน่ายใดๆอีกต่อไปในสายงาน เราอาจเรียกแผนแบบนี้ตามลักษณะการคำนวณได้ว่าเป็นการจ่ายตามผลต่างของ เปอร์เซ็นต์ตามตำแหน่ง หากผลต่างของเปอร์เซ็นต์ตามตำแหน่ง แม่ทีม – ลูกทีม มีค่าเป็น 0 หรือ ค่าลบ ก็จะไม่จ่ายค่าตอบแทนให้กับแม่ทีมคนนั้น ซึ่งก็หมายความว่าแม่ทีมนั้นมีตำแหน่งน้อยกว่าหรือเท่ากับลูกทีม กรณีที่ตำแหน่งหรือเปอร์เซ็นต์ของลูกทีมมากกว่าหรือเท่ากับแม่ทีมเรียกกันทั่วไปว่า ตำแหน่งชนกัน

การคิดผลต่างของเปอร์เซ็นต์หรือผลประโยชน์ที่ผู้แทนจำหน่ายจะได้รับนั้นมี วิธีคิดผลต่าง % ตามตำแหน่ง หรือ ผลต่าง % ตามยอดคะแนนของกลุ่มก็ได้

แผนเบรกอะเวย์ Breakaway หรือที่เรียกกันติดปากจนแทบจะเป็นส่วนหนึ่งของแผน Stair-step ไปแล้วนั้นแท้จริงเป็นแผน Unilevel ประเภทหนึ่ง ซึ่งคิดว่าผู้ที่มีคุณสมบัติครบคือผู้แทนจำหน่ายอิสระที่ได้ตำแหน่งสูงสุดใน ตารางของแผน Stair-step แล้วเท่านั้นจึงจะมีสิทธิที่จะได้รับค่าตอบแทนจากแผน breakaway นี้ โดยอาจคิดให้เป็นชั้นลึกจำกัดอาจจะเป็น 2-3 ชั้นแล้วแต่ความเหมาะสม

 

5) แผนแมทชิ่งโบนัส

แท้จริงก็สามารถคิดเป็น Unilevel ชนิดหนึ่งซึ่งคะแนนที่ได้นั้นคิดจากรายได้ของลูกทีมเพื่อนำมาคิดเปอร์เซ็นต์ เป็นชั้นให้กับแม่ทีมลักษณะเดียวกับ Unilevel นั่นเอง เป็นการคิดค่าตอบแทนให้แม่ทีมที่ได้ช่วยเหลือลูกทีมให้มีรายได้ ซึ่งก็จะสนับสนุนให้แม่ทีมมียอดขายมากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน คือเป็นการสนับสนุนซึ่งกันและกัน

 

6) กองทุน Pool

เป็นการคิดเปอร์เซ็นต์ของคะแนนจากยอดขายโดยรวมทั้งบริษัท แล้วนำมาแบ่งให้กับผู้ที่มีคุณสมบัติครบโดยการหารเท่ากัน หรือจะหารเป็นสัดส่วนของยอดที่ทำได้ก็ได้ การให้กองทุนนั้นเป็นการทำให้ผู้ที่ได้ทำงานให้กับองค์กรมาเป็นระยะเวลานาน พอสมควรระยะหนึ่งและได้สร้างผลงานให้กับองค์กรได้มากเพียงพอจำนวนหนึ่งก็จะ มีสิทธิ์ได้รับเงินค่าตอบแทนจากกองทุน ในลักษณะที่เป็นการเกษียร หรือเป็นบำนาญ ก็ได้ หรือจะเป็นกองทุนเพื่อซื้อบ้าน รถยนต์ หรือกองทุนการศึกษาก็ได้ เป็นลักษณะการจ่ายค่าตอบแทนทางลึกอีกทางหนึ่ง

การที่ท่านจะสำเร็จในธุรกิจเครือข่าย MLM อย่างยั่งยืน ขึ้นอยู่กับแผนการจ่ายผลตอบแทน ซึ่งแต่ละบริษัท MLM จะไม่เหมือนกัน ท่านต้องเลือกให้เหมาะสมกับจริตของท่านให้มากที่สุด ซึ่งสำหรับผม ผมเน้นไปที่แผนการตลาดที่ไม่จำกัดรายได้ของนักธุรกิจ แผนรายได้ควรขึ้นอยู่กับผลงานการสร้างองค์กรของตัวนักธุรกิจ MLM แต่ละคน

ข้อมูลแผนการตลาดที่กล่าวมานี้ มันจะไม่มีความหมายอะไรเลย ถ้า “ท่านไม่สามารถแนะนำใครได้ซักคน” เพราะว่า ชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่า “ธุรกิจเครือข่าย MLM” ซึ่งการจะสร้างรายได้ต้องเกิดจากการสร้างเครือข่าย และเครือข่ายที่ว่านั่นก็คือ “เครือข่ายผู้บริโภค” นั่นเอง ดังนั้นข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญ จึงถูกสงวนให้กับนักธุรกิจที่เป็น “ลูกทีมผมเท่านั้น” ที่จะได้เรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างอย่างละเอียดเลย

 

ผลิตภัณฑ์ MLM :

ผลิตภัณฑ์ คือ หัวใจสำคัญสูงสุดของธุรกิจเครือข่าย MLM เพราะเป้าหมายสูงสุดของธุรกิจเครือข่าย MLM คือ รายได้แบบ Passive Income ซึ่งเป็นหัวใจหลักของธุรกิจนี้โดยเฉพาะ

ประเด็นในการตัดสินว่า บริษัทธุรกิจเครือข่ายใด น่าเข้าร่วมที่สุด ควรมีองค์ประกอบดังนี้

1)มีสินค้าที่ใช้แล้วหมดไปภายใน 1 เดือน นั่นจะนำมาซึ่งการซื้อซ้ำสูง

2)มีสินค้าที่มีประโยชน์และทรงคุณค่าเหนือกว่าท้องตลาด เพราะถ้าลูกค้า(คนทั่วไป/นักธุรกิจ)ใช้แล้วดี มีความประทับใจ ถึงแม้ไม่ได้บังคับซื้อ เขาก็ซื้อใช้อย่างแน่นอน

3)มีสินค้าที่มีงานวิจัยรองรับ ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัยด้านความปลอดภัย งานวิจัยเกี่ยวกับคุณภาพ

4)มีระบบการกระจายสินค้าถึงมือผู้บริโภคอย่างทั่วถึง ครอบคลุมทุกพื้นที่ รองรับการสั่งซื้อผ่านอินเทอร์เน็ต รองรับการสั่งซื้อผ่านทางโทรศัพท์ มีบริการส่งฟรีถึงบ้าน ฯลฯ

5)มีการรับประกันความพึงพอใจ คืนเงินได้ 100%

6)ราคาสินค้าไม่แพง เข้าถึงคนได้ทุกระดับ โดยเฉพาะระดับรากหญ้า ยิ่งคนรากหญ้าซื้อใช้แล้วประทับใจ โอกาสในการสร้างรายได้อย่างยั่งยืนก็มีโอกาสเป็นไปได้อย่างแน่นอน

7)ไม่บังคับซื้อสินค้ามาตุนไว้(ไม่ซื้อไม่ได้คอมมิชชั่น)หรือไม่บังคับซื้อสินค้าเยอะๆเพื่อขึ้นตำแหน่ง เพราะถ้าเป็นแบบนี้ก็จะมีการขายตัดราคา เพื่อหาทุนคืนบ้างและเป็นวงจรอุบาทก์ซึ่งถือเป็นตราบาปของธุรกิจเครือข่าย MLM มาจนทุกวันนี้

องค์ประกอบทั้ง 7 ข้อนี้สำคัญมากต่อความสำเร็จของธุรกิจเครือข่าย MLM ซึ่งแน่นอนว่าธุรกิจ MLM ที่ผมเข้าร่วม มีองค์ประกอบครบทั้ง 7 ข้ออย่างแน่นอน ซึ่งผมก็ขอสงวนที่จะเปิดเผยให้กับ “ทีมงานผมเท่านั้นครับ”

 

ผู้นำทีม MLM :

ผู้นำทีม คือ บุคคลที่สำคัญและจำเป็นมากๆสำหรับนักธุรกิจเครือข่าย MLM เพราะผู้นำที่แท้จริง เขาจะรู้จัก รู้ลึก และรู้จริงเกี่ยวกับ “โมเดลแห่งความสำเร็จของ MLM” และที่สำคัญคือ เขามี “ระบบแห่งความสำเร็จไว้รองรับการทำงานตลอด 24 ชั่วโมงไว้แล้ว” ซึ่งประกอบไปด้วย

1)ระบบ Lead Generation คือระบบสร้างรายชื่อผู้มุ่งหวังแบบอัตโนมัติตลอด 24 ชั่วโมง

2)ระบบ E-Learning ซึ่งเป็นระบบห้องเรียนออนไลน์สอนทุกสิ่งที่จำเป็นในการทำธุรกิจเครือข่าย MLM ให้ประสบความสำเร็จ

3)ระบบ Training Online/Offline ซึ่งเป็นระบบที่จะคอยช่วยเหลือให้ลูกทีมสามารถสร้างรายได้อย่างรวดเร็ว(ภายใน 7 วัน – 30 วัน)

ทั้ง 3 ระบบนี้ สำคัญต่อความสำเร็จเป็นอย่างมาก และแน่นอนว่า ถ้าท่านเข้าร่วมกับผู้นำทีมที่ไม่รู้จัก รู้ลึก รู้จริงเกี่ยวกับระบบที่ว่ามานี้ ท่านก็เตรียมตัวที่จะล้มเหลวได้เลย ซึ่งผมเอง ก็ขอสงวนสิทธิ์ให้กับ “ลูกทีมผมเท่านั้น” ที่จะได้รับข้อมูลและระบบที่สำคัญนี้

การสมัครเข้าร่วม MLM :

ท่านจะมีเงิน 1,000,000 บาทจาก MLM หรือไม่ ขึ้นอยู่กับกับว่า “ท่านสมัครเข้าร่วม MLM หรือยัง?” ถึงแม้ท่านจะรู้องค์ประกอบทั้ง 4 ข้อแล้วว่า บริษัทก็ดี แผนการตลาดก็ดี ผลิตภัณฑ์ก็ดี ผู้นำทีมก็ดี แต่ ณ ตอนนี้ ท่านยังไม่ได้สมัครเข้าร่วม MLM กับทีมนี้เลย ท่านก็เป็นได้แค่ผู้เพ้อฝันลมๆแล้งๆที่จะมีเงิน 1,000,000 บาท จาก MLM เท่านั้นเอง ดังนั้น ณ ตอนนี้ ท่านต้อง รีบสมัครเข้าร่วม MLM ตอนนี้เลย

แต่ท่านอย่าเพิ่งคิดมากว่า ต้องใช้เงินหลักหมื่นหลักแสน ถึงจะเข้าร่วมทีมกับผมได้ เพราะในความเป็นจริงแล้ว ใช้เงินลงทุนในการเข้าร่วมทีมกับผมเพียงแค่ หลักร้อย – หลักพันต้นๆเท่านั้นเองครับ

อย่าลืมนะครับ ว่า “ยิ่งเงินลงทุนต่ำ ความเสี่ยงก็ต่ำ เพราะ จุดคุ้มทุนมันต่ำ” นั่นเอง

ถ้าหาก “จุดคุ้มทุนมันต่ำ เราคืนทุนเร็ว ที่เหลือก็คือ กำไร กำไร และ กำไร นั่นเองครับ ดังนั้น อย่ารอช้าที่จะ “เข้าร่วมทีมกับผม ณ ตอนนี้ทันที” เพราะ “ผมรับจำนวนจำกัด” นั่นเอง

 

ขอให้ทุกท่านมีความสุขในการเรียนรู้นะครับ

ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร ศรัทธาจะนำมาซึ่งความสำเร็จเสมอ

Mr.Guitar Million

อ.นเรศ สีละมัย

 

 

ติดต่อ/พูดคุย กับ Admin ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ช่องทางที่ 1 : เพิ่มเพื่อนทางไลน์ เพื่อคุยกับผมโดยตรง โดยการ สแกนคิวอาร์โค๊ด ข้างล่าง

qr-code-ajanjho

ช่องทางที่ 2 : ติดต่อผ่านระบบ Auto Responder

%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ad-%e0%b9%82%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b5

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *